‘เท้ง’เย้ยรบ.เปราะใน

"ปชน." เคาะ "ณัฐพงษ์" นั่ง หน.พรรคเหมือนเดิม นำทัพรีเซตพรรคสู้ระบอบอุปถัมภ์-กินรวบ เดินเกม "ครม.เงา" เร่งปั้นผู้สมัครทุกระดับทั่วประเทศ ตั้งเป้า 4 หมุดหมายปลูกเมล็ดพันธุ์ทางความคิดในชุมชน ลั่นไม่แจกของสร้างบุญคุณ  ปชช. เย้ยรัฐบาลสีน้ำเงินแข็งนอก-เปราะใน เหตุเกาะกลุ่มด้วยผลประโยชน์ ฟันธง 4 ปีอยู่ยาก  "พรรคเศรษฐกิจ" ประชุมใหญ่ เพิ่งนึกได้ส่ง "รังษี"  ลำดับ 1 บัญชีรายชื่อสู้เลือกตั้งครั้งหน้า “นายกฯ”  ควงภริยาเปิดสงกรานต์พระประแดง แซวตัวเองนอกสคริปต์หลังสื่อจับจ้อง ขณะที่วัยรุ่นแซว “รวยไม่ไหวแล้ว"

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ที่โรงแรมเมเปิล  บางนา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน  ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค, นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรค, นายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรค, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค, สส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โดยในเวลา 09.25 น. นายณัฐพงษ์กล่าวเปิดการประชุมชี้แจงการปรับโครงสร้างใหม่ รวมถึงทิศทางการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคตว่า สิ่งสำคัญคือการที่พวกเราจะทำอย่างไรให้ ปชน.เป็นยานพาหนะที่จะนำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลง ไปสู่สังคมที่ดีกว่าอย่างแท้จริง ความชัดเจนแรกตนขอแสดงความยินดีกับ 10 สส.ที่จะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในสภาผู้แทนราษฎรกับทุกคนต่อ สองคือความชัดเจนของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ที่ผ่านมาเราถูกบีบว่า ปชน.จะต้องเลือกทำทางไหน     เราจะเป็นพรรคเชิงกระแสหรือเป็นพรรคที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปทำงานในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเลือกทางเดินทางหนึ่งได้ เราต้องเลือกทั้งสองอย่างอย่างดีที่สุดโดยพร้อมๆ กัน ตนให้คำมั่นสัญญากับเพื่อนสมาชิกทุกคน เราจะเน้นการทำงานทางความคิดให้เข้มข้น ทั้งภายในพรรคและภายนอกพรรคอย่างต่อเนื่องต่อไป

"การทำงานทางความคิดเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้  ต้องทำงานในพื้นที่ด้วยอย่างเข้มข้นด้วย และจะมีการจัดตั้งแกนนำในชุมชนต่างๆ เพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชนและคนรุ่นหลัง  การทำงานพื้นที่ของเราจะไม่มีวันไปทำงานประเภทแจกของหรือสร้างบุญคุณต่างตอบแทนกับประชาชน ประชาชนไม่จำเป็นต้องมาติดหนี้พวกเราในฐานะนักการเมือง เราต้องรับใช้พวกเขา"

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ประเทศไทยในวันนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่อุปสรรคภายนอก หากเรามีระบบรัฐบาลและการเมืองในประเทศที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลที่ไม่มีสีเทา สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ถูกครอบงำโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น หากทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ว่าอุปสรรคภายนอกจะร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนก็ยังคาดหวังสิ่งที่ดีกว่าได้เสมอ เห็นได้จากวิกฤตพลังงานที่ผ่านมา ใครที่มีเส้นสายกับบ้านใหญ่หรือกลุ่มทุนพลังงานก็อาจเข้าสู่ทรัพยากรได้เร็วกว่าคนตัวเล็กตัวน้อย ต่อจากนี้คือการล็อกเป้าและชี้เป้าให้คนไทยทั้งประเทศเห็นภาพร่วมกับเราชัดๆ อุปสรรคและศัตรูของประชาชนที่สำคัญในประเทศนี้ ไม่ใช่วิกฤตพลังงานเฉพาะหน้าหรือวิกฤตต่อๆ ไป ที่ถาโถมในอนาคต แต่คือวิกฤตภายในของพวกเราเอง

"เราจะต่อสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่อย่างไร องค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภา ระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใส และไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นภารกิจหน้าที่ของเราทุกคน การสื่อสารของพวกเราต่อจากนี้ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สำคัญของประเทศคือระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้อยู่"

หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า สำหรับ 4 หมุดหมาย คือ 1.เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล 2.ขับเคลื่อนกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 9 คณะ 3.การทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ พรรคได้ตั้งทีมทำงานขึ้นมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะการเลือกตั้ง  เราเตรียมพร้อมจะเคาะผู้สมัครให้เร็วภายในเดือนกรกฎาคม ให้ลงไปทำงานในพื้นที่ และปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชน 4.การเลือกตั้งท้องถิ่น เราเห็นแล้วว่า ลำพูนโมเดล การเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ เรายังเดินหน้าและเอาจริงกับสนามการเลือกตั้งท้องถิ่นเช่นกัน สมาชิกพรรคเสนอให้มีการเคาะตัวผู้สมัครการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นให้เร็วเช่นเดียวกัน นอกจากสนามพัทยาและ กทม. เชื่อว่าภายในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทีมกรุงเทพฯ ทั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก. จะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีของชาวกรุงเทพฯ แน่นอน

ตั้ง ครม.เงาสู้ระบบอุปถัมภ์

จากนั้นนายณัฐพงษ์ได้เสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง กก.บห.ชุดใหม่ แทนนายศรายุทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคซึ่งลาออก คือ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นอกจากนี้ยังมี น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต สส.นครปฐม ดำรงตำแหน่ง กก.บห. และนายณัฐพงษ์ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม

ต่อมานายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ปชน.เตรียมจัดตั้ง ครม.เงาว่า ในส่วนของ ครม.เงานั้น จะมีการแถลงลงลึกในรายละเอียดภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้

ด้านนายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการ ปชน. กล่าวว่า ครม.เงาเป็นความตั้งใจของ ปชน.ที่จะมีกลไกขึ้นมาเป็นหัวหอกในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและทำงาน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ เราอยากเสนอว่าถ้าเราเป็นรัฐบาล จะเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้กับประเทศไทยอย่างไร จะมีการแบ่งการทำงานเป็น 4 ด้านคือ ฝ่ายความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการปฏิรูปกฎหมายไปพร้อมๆ กัน ทำงานเชื่อมทุกองค์กรของพรรค เรียกว่าเป็นหัวหอกในการทำงานตรวจสอบและเสนอสิ่งที่ดีกว่าให้กับสังคมไทยได้เห็น

นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งประธาน กมธ. 9 คณะ ตามที่ได้รับการจัดสรรว่า กระบวนการเลือกประธาน กมธ.กำลังจะเกิดขึ้นภายในพรรค โดยกระบวนการไม่ว่าจะเป็น สส.ใหม่ในปัจจุบัน  อดีต สส. หรือแม้แต่ สส. 10 คน ในคดีจริยธรรม เราก็เปิดกว้างให้คนที่มีศักยภาพ

นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า วิพากษ์วิจารณ์ ปชน. ว่า ไม่คิดว่าคำวิจารณ์ของนายปิยบุตรหรือใครก็ตามจะทำให้พรรคสั่นคลอน อยากให้มองที่ประชาชนมากกว่า ยิ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเท่าเทียมกันทุกพรรค หากตั้งความหวังกับพรรคอื่นเท่ากับ ปชน. หากทุกฝ่ายดำเนินการเช่นนี้ ประโยชน์ก็จะเกิดกับประชาชน นายปิยบุตรก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคอยู่แล้ว ก็มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการวิพากษ์วิจารณ์พรรค แต่ต่างจากสมาชิกพรรคที่มีเรื่องวินัยข้อบังคับพรรคที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ต้องเป็นไปตามวินัยของพรรค เพื่อให้การเดินทางของพรรคหรือการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีเอกภาพ

เมื่อถามต่อว่า แต่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร  อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ปชน. ก็วิจารณ์ว่า สส.บางคนทำตัวเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นายวิโรจน์พูดในหลักการ อาจจะไม่ได้เจาะจงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และอยากให้ถอยกลับมา ไม่อยากให้ดูว่าเป็นนายวิโรจน์หรือนายปิยบุตร เป็นคนวิพากษ์วิจารณ์ ไม่อยากให้ดูที่ตัวบุคคล แต่ดูที่ตัวเนื้อหา หากอยากให้ สส.ทำหน้าที่ในสภาอย่างตรงไปตรงมา ให้พรรคการเมืองสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากเอาหลักการนี้เป็นตัวตั้ง 

หัวหน้าพรรค ปชน.ตอบคำถามกรณีประเมินการทำงานของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังทำงานมา 1 เดือน และรัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ ว่ามองจากภายนอกดูเหมือนรัฐบาลเข้มแข็ง มีเสถียรภาพหลายด้าน มีคนวิเคราะห์ว่าจะมีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับ สว. หรือองค์กรอิสระ แต่มองอีกมุมหนึ่งภายใต้ความแข็งตรงนั้น ภายในกลับบอบบาง ซึ่งสิ่งที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้มีความบอบบางก็คือทุกกลุ่มก้อนอำนาจที่ยึดโยงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมุ้งใหญ่ หรือ สส.ที่ดูดมาอยู่พรรคภูมิใจไทย รวมถึงการใช้อำนาจโดยไม่ชอบขององค์กรอิสระ กลุ่มทุน นายทุนที่สนับสนุนอยู่ ตลอดจนข้าราชการที่ได้รับประโยชน์อิงแอบจากรัฐบาลสีน้ำเงิน ทุกคนล้วนโยงใยกันด้วยผลประโยชน์ เห็นได้ชัดว่าจากวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลชุดนี้แสดงความเปราะบางออกมา

เชื่อว่าความเปราะบางภายในของรัฐบาลที่ยึดโยงกันด้วยผลประโยชน์นี้ วิกฤตต่อไปในอนาคตทุกๆ วิกฤตจะทำให้รัฐบาลที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งแต่มีความเปราะบางภายในตัวเอง จึงเป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชน ที่จะทำให้ประชาชนเห็นว่า ภายใต้รัฐบาลแบบนี้จะยิ่งทำให้สังคมไทยเปราะบางแล้ว รัฐบาลจะอยู่ยาก" นายณัฐพงษ์กล่าว

เพิ่งคิดได้ 'รังษี' ลงสส.ลำดับแรก

ที่โรงแรมปรินซ์ตัน บรรยากาศการประชุมใหญ่ของพรรคเศรษฐกิจ (ศก.) เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีสมาชิกพรรคจากทั่วทุกภูมิภาคเดินทางมาร่วมประชุม เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายและเตรียมความพร้อมสู่สนามเลือกตั้ง โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้คง กก.บห.ชุดเดิม เพื่อสานต่องานยุทธศาสตร์พรรคอย่างต่อเนื่อง

พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวบนเวทีเปิดงานถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลก โดยวิเคราะห์ว่า "เรากำลังเผชิญกับคลื่นลมแรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่าอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่รุนแรงกว่าที่เคย พรรคเศรษฐกิจจึงต้องเตรียมตัวรับมือเชิงรุกเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบ"

จากนั้น นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ขึ้นเวทีชี้แจงแนวทางนโยบายหลักภายใต้แนวคิด "คนไทยต้องมาก่อน" เพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น โดยประกาศจุดยืนต่อต้านการใช้งบประมาณที่ไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาด และไม่สนับสนุนการขึ้นภาษี เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระแก่พี่น้องประชาชนคนไทย นอกจากนั้นขอสนับสนุนการค้าเสรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ พรรคจะผลักดันมาตรการจัดเก็บภาษีคนต่างด้าวที่เข้ามาทำมาหากินในไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมและนำรายได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย

ที่ประชุมยังได้มีมติสำคัญในการแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจให้มีความคล่องตัวและเป็นระบบ โดยการร่วมรัฐบาลหรือถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลจากเดิมที่เป็นอำนาจของประธานพรรค เปลี่ยนให้เป็นอำนาจของหัวหน้าพรรค การตัดสินใจเรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากเดิมที่เป็นอำนาจของประธานพรรค เปลี่ยนให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรค

ในช่วงท้ายของการประชุม พล.อ.รังษีได้ประกาศความพร้อมในการนำทัพพรรคเศรษฐกิจเข้าสู่สนามเลือกตั้ง โดยยืนยันต่อที่ประชุมว่า ตนจะลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 เพื่อนำพรรคไปสู่การเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการแก้ปัญหาประเทศให้เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป                   

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อม น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์พระประแดง ประจำปี 2569 โดยนายกฯ ได้สวมชุดลอยชาย ขณะที่ น.ส.ธนนนท์สวมชุดไทยรามัญ นุ่งผ้าถุงป้าย สวมเสื้อแขนกระบอก ห่มสไบมอญร่วมงาน โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม, นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ สส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ, นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประแดง ในฐานะประธานจัดงานสงกรานต์พระประแดง ประชาชนต้อนรับ

โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ ได้มาพบกันด้วยรอยยิ้มทุกคน รู้สึกปลาบปลื้มปีติยินดีที่เห็นประชาชนมีความสุข ดังนั้นงานประเพณีดีๆ เช่นนี้ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การสนับสนุน และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท้องถิ่นมีวัฒนธรรมที่สวยงาม ประเพณีที่งดงาม มีความเป็นเอกลักษณ์ต่อไป เป็นที่หมายปองของผู้คนจากท้องถิ่นอื่นอีกมากมายที่อยากจะมาร่วมสนุกสนานที่พระประแดงแห่งนี้

โดนแซวรวยไม่ไหวแล้ว

โดยนายกฯ กล่าวช่วงหนึ่งว่า “ผมอ่านสคริปต์ไปอ่านสคริปต์มา เดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็จะเอาไปเป็นข่าวอีก เรื่องถุย ที่บอกว่าผมไม่ให้เกียรติคนเขียนสคริปต์ เรื่องนี้ไม่ใช่ แต่ผมมาพบพี่น้องประชาชน ผมก็อยากมาพูดจากใจ ลองพี่น้องร้องเฮกันขึ้นมา ผมก็ถุยเลยครับ ถือว่าเราอยู่ในบ้านเดียวกัน พูดคุยกันสนุกสนานกัน ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เป็นประเพณีของเราที่เราจะสนุกสนานกัน พูดคุยกันความเปิดใจไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน” จากนั้นนายกฯ ได้อ่านตามสคริปต์ช่วงหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาพูดโดยไม่อ่านสคริปต์อีกครั้งว่า "ขอเปิดงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สนุกสนานกันให้เต็มที่ นั่งกันอยู่ตรงนี้ทำไมเล่า ไปสาดน้ำกัน"

ต่อมานายกฯ และภริยาได้ร่วมกิจกรรมปล่อยนกปล่อยปลา สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ และร่วมเล่นสะบ้ากับ น.ส.ธนนนท์ การละเล่นพื้นบ้านของชาวมอญ กวนกะละแม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญอย่างสนุกสนาน จังหวะหนึ่งระหว่างเดินไปเปิดงานที่เวทีกลางริมน้ำเจ้าพระยา มีคุณป้ามอบมะม่วงน้ำดอกไม้ให้เป็นที่ระลึก พร้อมอวยพรให้นายกฯ บริหารประเทศให้มีเศรษฐกิจดี ซึ่งนายกฯ รับพรบอกให้สมพรปาก และในระหว่างเดินมาตามถนนได้โบกมือทักทายประชาชนที่ใช้ปืนฉีดน้ำเล่นสงกรานต์ โดยทีมรักษาความปลอดภัยได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่สาดน้ำ ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนได้ส่งมินิฮาร์ตให้นายกฯ พร้อมบอกว่า "รักตลอด ภูมิใจไทยเท่านั้น"  โดยนายกฯ สอบถามว่าเป็นคนที่นี่ใช่หรือไม่ ก่อนที่ชาวบ้านจะตอบว่าใช่ สส.ก็เลือกมาเอง แต่ก่อนถึงเวทีงาน มีวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ตะโกนแซวขึ้นว่า “รวย รวย รวย รวยไม่ไหวแล้ว"

เมื่อถึงเวทีกลางนายอนุทินกล่าวว่า ดีใจ ยินดีที่ได้มาพบท่าน เห็นทุกคนมีความสุขก็ดีใจมีความสุขไปด้วย ขอให้พวกเราเต็มที่ ก่อนถึงเวลางานปิด 20.00 น. ขอให้เต็มที่สุดซอย ขอให้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ มีกำลังวังชา เพราะพรุ่งนี้พวกเราต้องไปทำงาน ทุกอย่างต้องดีขึ้น ขอให้พวกเรามั่นใจพวกตนบนนี้ไม่ทิ้งอยู่แล้ว ไม่สามารถทนเห็นพี่น้องไม่มีความสุขได้ ต้องทำให้พวกเราทุกคนรักษารอยยิ้มตรงนี้ไปตลอดกาล

วันเดียวกัน ที่โดมอเนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายจองชัย เที่ยงธรรม อดีต รมช.คมนาคม และอดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย (ชท.), นายนพดล มาตรศรี ที่ปรึกษา รมว.อุตสาหกรรม, นายนิกร จำนง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายสรชัด สุจิตต์ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย เข้าอวยพรนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ อดีต รมว.ศึกษาธิการและรองหัวหน้าพรรคชาติไทย เนื่องในโอกาสวันเกิดครบ 75 ปี โดยมีครอบครัวปริศนานันทกุลให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนางรวีวรรณ มารดาของนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย

นายวราวุธกล่าวอวยพรตอนหนึ่งว่า ขอให้พี่ตือเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรทำงานเคียงบ่าชาวอ่างทอง ดูแลลูกหลาน และแม้เลขอายุบนเค้กจะ 75 ปี แต่อายุตัวยังแค่ 50-60 ปี เพราะยังทำงานยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพวกเรา ขอให้พี่ตือมีความสุข และดูแลพี่น้องชาวจังหวัดอ่างทอง ดูแลอนาคตการเมืองของประเทศไทย เป็นเสาหลักหนึ่งในขุนพลของจังหวัดอ่างทอง และเป็นที่พึ่งให้กับพวกเราตลอดไป

ด้านนายสมศักดิ์กล่าวว่า "ขอบคุณครอบครัวศิลปอาชา ที่ทำให้ครอบครัวปริศนานันทกุลมีวันนี้  ผมเองมาจากลูกหลานชาวบ้าน พ่อแม่ขายหอมขายกระเทียม แล้วไปเป็นนักการเมือง ถ้าไม่มีลมใต้ปีกพยุงผมไม่สามารถจะบินสูงได้".

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธนาธร-กลุ่มเพื่อนเอก ตรึงพรรคส้ม "พิจารณ์"คัมแบ็กยืนแถวหน้า

หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก

ส้มท้าชนชัชชาติ โหมเปิดตัว 'ผู้ว่าฯประชาชน' พ.ค.

“ณัฐพงษ์” แจงเปลี่ยนตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เหตุเจ้าตัวลังเล ชี้ พรรคต้องคำนึงถึงโหวตเตอร์เป็นหลัก จ่อเปิดตัวผู้สมัครชิงผู้ว่าฯกทม.-ทีมสก.ต้นเดือนหน้า