รัฐบาลเคาะวาระแห่งชาติด้านพลังงาน อุ้มค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท เผย 20 ล้านครัวเรือนได้อานิสงส์ ยังไม่ไฟเขียวสูตรขั้นบันได “เอกนัฏ” นัดถก กพช. 29 เม.ย.นี้ ก่อนทำประชาพิจารณ์ให้มีผลรอบบิล มิ.ย. “ครม.” อนุมัติกองทุนน้ำมันกู้ 2 หมื่นล้านบาท พร้อมเห็นชอบกรอบงบประมาณปี 2570 “ศุภจี” แจงยิบดรามาไลฟ์ขายทุเรียน ลั่นเป็นเทคนิคการตลาด ยันตรงปกแน่
เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการลงนามตั้ง ครม.เศรษฐกิจ ว่า “กำลังๆ” พร้อมทำท่าเขียนลายเซ็นก่อนกล่าวอีกว่า “ไฟนอล”
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงคำสั่งสำนักนายกฯ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจว่า มีนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการ โดยมีรองนายกฯ ทั้ง 6 คนเป็นรองประธานกรรมการ ส่วนกรรมการประกอบด้วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, รมว.เกษตรฯ, รมว.ดิจิทัลฯ, รมว.พลังงาน, รมว.มหาดไทย, รมว.แรงงาน, รมว.อุตสาหกรรม, รมต.ประจำสำนักนายกฯ, ปลัด มท., ปลัดคลัง, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายฉันทานนท์ วรรณเขจร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกฯ, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย โดยมีเลขาธิการ ครม. และเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และรองเลขาธิการ สศช.ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ สศช. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า จะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า โดยรายละเอียดโครงการต้องพูดคุยกันอีกครั้ง
ทั้งนี้ ก่อนประชุม ครม. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับครัวเรือนว่า รัฐบาลพยายามลดต้นทุนค่าไฟแบบถาวร โดยทำทั้งหมด 3 เรื่อง คือ 1.สัญญาซื้อไฟที่เป็น adder ประมาณ 4,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถ้ายกเลิกสัญญาซื้อไฟจะลดค่าไฟได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย 2.เน้นให้หน่วยงานราชการ รวมไปถึงทางสาธารณะใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพจะถูกลง 10 สตางค์ 3.ค่าไฟที่แพงขึ้นเกิดจากค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ซึ่งหากทำได้ทั้งหมดค่าไฟจะถูกลงสำหรับทุกคน 30-40 สตางค์
นายเอกนัฏกล่าวว่า ผลกระทบจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ราคาก๊าซนำเข้าซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น จึงมีมาตรการลดราคาไฟฟ้าในภาคครัวเรือน สำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งมีทั้งหมด 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จะจ่ายเป็นขั้นบันได โดย 200 หน่วยแรกจะใช้ในราคาถูกไม่เกิน 3 บาท ซึ่งทุกคนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย จะได้ค่าไฟถูกลง 20% หากใครใช้ 400 หน่วย จะได้อานิสงส์ 200 หน่วยแรกในราคา 3 บาทด้วย ส่วนที่เกิน 200 หน่วย จะได้ในราคาพิเศษที่ปรับขึ้นมาไม่มากเท่าไหร่ ถือว่าได้ใช้ไฟถูกลง 10% ส่วนคนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยขึ้นไป ส่วนเกินจ่ายอีกหนึ่งอัตรา ซึ่งมั่นใจว่าทุกคนจะได้ใช้ไฟที่ถูกลงอย่างแน่นอน หรือเท่ากับค่าเฉลี่ย
“ในวันนี้ส่วนที่จะเข้า ครม.จะเป็นภาพใหญ่ของพลังงานทั้งหมด เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นอัตราค่าไฟ การส่งเสริมให้ใช้โซลาร์รูฟ ที่จะมีการลดขั้นตอนให้เร็วขึ้น รวมไปถึงหาแหล่งเงินทุนให้กู้ในราคาผ่อนจ่ายที่ถูกกว่าการจ่ายค่าไฟ” นายเอกนัฏกล่าว
29 เม.ย.ถก 'กพช.'
นายเอกนัฏกล่าวอีกว่า ยังมีวาระการส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทย และการใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพในหน่วยงานราชการ ไฟบนพื้นถนน รวมถึงการลดค่าไฟถาวร โดยจะใช้มติ ครม.ไปเร่งเจรจายกเลิกเปลี่ยนสัญญาโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่เป็นสัญญาทาสชั่วนิรันดร์ เพราะไปคำนวณอัตราค่าไฟแพง และจะลดการพึ่งพาแก๊สในการผลิตไฟฟ้า โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทน ค่าไฟจะถูกลงกับทุกคน และหลังนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.แล้ว ในวันที่ 29 เม.ย. จะร่วมประชุมกับคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อนำเรื่องทำประชาพิจารณ์ และคาดว่าจะมีผลในรอบบิลเดือน มิ.ย.นี้ โดยประชาชนจะจ่ายในอัตราค่าไฟใหม่ในรอบบิลเดือน มิ.ย.
ขณะที่ น.ส.รัชดาแถลงผลประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
น.ส.รัชดากล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานของโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง รัฐบาลจึงเร่งกำหนดมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ 1.มาตรการการบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน เช่น การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยให้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยภายในเดือน มิ.ย.2569 2.มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงาน เช่น ส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง รวมถึงส่งเสริมการติดตั้งในหน่วยงานรัฐในรูปแบบ ESCO Model และปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบ Adder เป็น Feed-in Tariff (FiT) ให้เหมาะสม และ 3.มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน
ภาครัฐลดใช้พลังงาน 20%
“รัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลง 20% พร้อมรายงานผลอย่างต่อเนื่องส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นหลอดแอลอีดี และระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ การติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ รวมถึงส่งเสริมพลังงานชีวภาพ”
น.ส.รัชดากล่าวถึงประเด็นอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยว่า เป็นอัตราที่ใช้เฉพาะผู้ใช้ไฟประเภทบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนกว่า 20 ล้านหลัง คิดเป็น 90% ที่จะจ่ายค่าไฟถูกลง สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟมากกว่า 200 ยูนิต ที่กังวลใจรัฐบาลขอให้ติดตามการแถลงต่อไป ซึ่งกระทรวงพลังงานจะมีรายละเอียดให้อุ่นใจสบายใจ เพราะรัฐบาลเข้าใจและรับทราบถึงความกังวลนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.ไม่ได้เคาะเรื่องการคิดค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดตามที่ รมว.พลังงานเสนอ
โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงด้วยว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้ยืมเงินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และให้ สกนช.กู้ได้เมื่อ ครม.อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะด้วยแล้ว ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 5 เม.ย.2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ค้างจ่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องกระทบต่อความสามารถในการจัดหาน้ำมัน และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนในประเทศ ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงินของ สกนช. เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.2569 และแผนชำระหนี้เงินกู้ในช่วงเดือน ก.ค.2571-ส.ค.2574
โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังระบุว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จำนวน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งวงเงินดังกล่าวเป็นไปตามผลการหารือร่วมของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง, สศช. และ ธปท. เมื่อวันที่ 22 เม.ย.2569 และสอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570-2573 ที่ ครม.เห็นชอบก่อนหน้านี้
ทุเรียนล้นตลาด
วันเดียวกัน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงประเด็นดรามาเรื่องไลฟ์ขายทุเรียนว่า ปีนี้ทุเรียนผลผลิตออกมามากกว่าเดิม 33% กว่า 2 ล้านตัน ในแง่การตลาดต้องทำตลาดเชิงรุก ไม่เช่นนั้นผลผลิตเกินจะทำให้มีปัญหาในเรื่องของราคาตกต่ำ ซึ่งการทำการตลาดต้องดูตลอดภายในและภายนอกประเทศ โดยให้กรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปทำตลาดนอกประเทศ ได้มีการส่งออก เน้นขายตะวันออกมากหน่อย แต่ตอนนี้เพิ่มฝั่งตะวันตกด้วย ส่วนตลาดภายในประเทศก็ต้องดูแล ช่องทางการขายมีหลายช่องทาง มีการจับมือกับโมเดิร์นเทรดและการขายอีกหลากหลายช่องทาง ช่องทาง Live commerce จะเป็นการกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์หลายส่วน เพื่อให้ผลผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ได้ลงไปจัดกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และยังลงไปดูผลผลิตหน้าสวน โดยให้อินฟูลฯ ไปช่วยกันโปรโมตผลผลิต ยืนยันว่าทำงานร่วมกัน ทุกคนได้รับการดูแลเท่าเทียมกัน แต่ไม่มีให้ราคาใครเป็นพิเศษ เพราะราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด
ถามถึงการไลฟ์สดกับพิมรี่พายลูกละ 100 บาท จำนวน 1 ล้านลูก นางศุภจีกล่าวว่า เป็นเทคนิคทำโปรโมชันของพิมรี่พาย เงื่อนไข จำนวน อย่างไรต้องรอดู แต่ที่กังวลจะไม่ตรงปกนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะกระแสแรงแบบนี้คนจับตามองมากมาย เดินทางเข้าทำเนียบฯ ก็มีแต่คนถามเรื่องไลฟ์สดขายทุเรียน และยังมีหลายหน่วยงานจับตา ดังนั้นเรื่องไม่ตรงปกพิมรี่พายไม่กล้าทำแน่นอน
“ทุเรียนเกรด A และเกรด B อยู่ที่ 140-150 บาท ทุเรียนมีหลายเกรด มีหลายพันธุ์ และมีหลายภาค ขอให้รอดูโปรโมชันของพิมรี่พายดีกว่า เพราะเขาต้องหาสินค้าที่ถูกต้องและตรงตามที่ตกลงกับชาวสวนไว้”
เมื่อถามว่า ดรามาที่เกิดขึ้นเพราะสื่อสารไม่ชัดเจนใช่หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า เป็นเรื่องของพิมรี่พายที่ออกมาในเรื่องของราคา 1 ลูก 100 บาท ต้องรอดูโปรโมชัน คงมีเงื่อนไขต่างๆ มากมาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ เพราะมีหน้าที่ดูแลคุณภาพและราคา ของพิมรี่พายอาจเป็นอีกเกรดหรือลูกเล็กขอให้รอดู ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนช่วยกัน และการไปที่หน้าสวนเชื่อว่าจะทำให้เกษตรกรมีกำลังใจและเรียนรู้ เรื่องการไลฟ์ สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์จากสวนส่งตรงสู่ผู้บริโภค
ซูเปอร์จีไม่ได้ร่วมไลฟ์
นางศุภจีระบุว่า วันนี้ไม่ได้ร่วมไลฟ์สดกับพิมรี่พายขายทุเรียน ซึ่งจริงๆ แล้วการช่วยกันเป็นหน้าที่ของทุกคน เพราะสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนและเกษตรกร อีกทั้งตอนนี้มีกระแสว่าเราทำตลาดราคาสูง ซึ่งหน้าสวนราคา 140-150 บาท สิ่งที่พิมรี่พายทำต้องการช่วยเกษตรกรในการนำสินค้าที่มีคุณภาพ และมองว่าเป็นคนละเรื่องกัน เป็นการตีความกันไปก่อน ขอให้ไปดูเขาไลฟ์สดก่อน
ส่วนกรณีที่มีคลิปของนางศุภจีและพิมรี่พายออกมานั้น นางศุภจียืนยันว่า ไม่ได้ร่วมโปรโมตอะไร คงเป็นเทคนิคทางการขาย หากมีอินฟลูฯ คนอื่นเข้ามาช่วยเหลือก็ยินดี
ส่วนที่ฝ่ายค้านออกมาระบุว่า เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการนั้น นางศุภจีกล่าวว่า จริงๆ แล้วเราทำแผนการตลาด ให้เป็นไปตามกลไกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ซึ่งกลไกการตลาดไม่ได้เป็นไปตามอุปสงค์อุปทาน ซึ่งอุปทานในปีนี้สูง หากเราทำการตลาดแบบเดิมก็จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นเราต้องทำการตลาด ในส่วนของผลผลิตที่มีเกรดรองลงมา เพราะก็ถือว่าเป็นเกรดที่มีคุณภาพดี แต่หากกังวลเรื่องกลไกภาพรวม เป็นเรื่องของต้นน้ำ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้มีโอกาสไปชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่าการแก้ไขปัญหาระยะยาว ไม่ได้อยู่กลไกตลาดอย่างเดียว แต่ต้องดูแลในเรื่องของการแปรรูปผลผลิต เพราะการแปรรูปจะช่วยในเรื่องของผลผลิตที่ออกมา และราคาตกต่ำคุณภาพออกมา ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการ ดังนั้นการทำตลาดไม่ใช่เน้นของผลสดอย่างเดียว
“ผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น มังคุด เงาะ กระทรวงพาณิชย์มีการวางแผนดูแลสินค้าการเกษตรทุกตัว มีการทำปฏิทินว่าแต่ละช่วงเดือนจะมีอะไรออกมา แต่วันนี้ทุเรียนซึ่งเรียกราชาผลไม้ หากราคาดี ผลไม้อื่นก็จะราคาดีด้วย” นางศุภจีกล่าว
นางศุภจียังระบุถึงการดูแลเรื่องราคามะพร้าวว่า ไม่ได้ทิ้ง และยังมีการส่งทีมไปจับกุมกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ปลอมน้ำมะพร้าวขาย อย่าว่ากระทรวงพาณิชย์จริงจังและเข้มงวด ในเรื่องของกลุ่มผู้ค้าที่เอาเปรียบผู้บริโภค
ลั่นภาษีเที่ยวนอกแค่ศึกษา!
ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวถึงแนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินออกทางไปเที่ยวต่างประเทศว่า เป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเก็บภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ที่ไทยเคยดำเนินการจัดเก็บมาแล้วช่วงปี 2540 โดยเรื่องนี้เป็นแนวความคิดที่จะศึกษาของกระทรวงการคลัง แต่พอผู้สื่อข่าวสอบถามกลายเป็นว่าตนเองไปเสนอจัดเก็บ ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่มีอำนาจจัดเก็บ แต่จากการที่กระทรวงการคลังได้เชิญสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ ก็กังวลว่าจะนำเงินที่ได้จากการจัดเก็บไปทำอะไร และใช้อย่างไร
“พูดง่ายๆ ว่าจัดเก็บคนที่ไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อมาช่วยคนไทยที่ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ หรืออยากเที่ยวในประเทศไทยอยู่แล้วจะได้รับการสนับสนุนจากตรงนั้น และไม่ใช่จัดเก็บคนไปเรียนหรือคนไปทำงาน ซึ่งใน พ.ร.ก.มีการระบุไว้ว่า จะจัดเก็บได้สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท แต่ยืนยันว่ายังเป็นเพียงการศึกษา และยังไม่มีการสรุปว่าจะเข้าที่ ครม.เมื่อไหร่” นายสุรศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า ที่บอกว่าแค่ศึกษาจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ นายสุรศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำกลับไปพิจารณาหลักการ โดยจะพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บ ราคาเท่าไหร่ที่เหมาะสม ระยะเวลาที่จัดเก็บควรจะเป็นช่วงไหน และบุคคลใดบ้างที่ควรจะได้รับการยกเว้น ซึ่งกระทรวงการคลังและรัฐบาลจะต้องเอาไปรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาต่อไป
นางศุภจีในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า ความชัดเจนเรื่องดังกล่าวต้องนำเข้าที่ประชุม ครม. ซึ่งนายสุรศักดิ์ต้องเสนอเรื่องให้ตนก่อนเข้านำเข้าที่ประชุม แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด ต้องขอไปพูดคุยรายละเอียดกับนายสุรศักดิ์ก่อน โดยต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิพัฒน์สนองหนู ลงพื้นที่ฟังปชช. ลุย‘แลนด์บริดจ์’
“นายกฯ” รับเข้าใจชาวบ้านกังวล “แลนด์บริดจ์” สั่งคมนาคมลุยฟังเสียงความคิดเห็น
ไทยแจ้งเขมรเลิกMOU44 ตั้ง‘ผู้พัน’ไม่ขยับชายแดน
“สีหศักดิ์” เผยหารือทวิภาคี “ปรัก สุคน” เตรียมส่งหนังสือยกเลิกเอ็มโอยู 44
คิงชาร์ลส์-ทรัมป์ชื่นมื่นสยบร้าว
"ปธน.ทรัมป์" เปิดทำเนียบขาวรับเสด็จ "สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" ประสานรอยร้าวสองประเทศจากสงคราม เจรจาสันติภาพเริ่มมีหวัง
ฟ้าหนุนส้มยื่นสอบปปช.ปล่อยโอ๋
“นายกฯ” พา “รมว.กลาโหมสิงคโปร์” กินโจ๊กเจ้าดังบางรัก เซ็นตั้ง “วีระพงษ์” ผู้แทนการค้าไทย
รีดงบอัดฉีดคนละครึ่งฯ โวยขายทุเรียนราคาพัง
“เอกนิติ” สั่งบัญชีกลาง-สำนักงบประมาณรีดงบอัดฉีด “คนละครึ่งพลัส-บัตรคนจน” 30 เม.ย.
ลุยแลนด์บริดจ์ สิงคโปร์สนใจ สว.โดดขวาง
รัฐบาลตีปี๊บ "แลนด์บริดจ์" นายกฯ ชื่นมื่น รมต.สิงคโปร์แง้มสนใจลงทุน

