“ทักษิณ” ฉลุย! ยธ.ไฟเขียวพักโทษ "ราชทัณฑ์" ร่ายเหตุผลปล่อยตัวพ้นคุก 11 พ.ค. พร้อมติดกำไล EM คุมประพฤติจนกว่าพ้นโทษ "ก.เกษตรฯ" ระอุ "อธิบดีกรมฝนหลวงฯ" ยื่นหนังสือลาออกมีผล 23 มิ.ย. ลั่นรักษาศักดิ์ศรีข้าราชการ "สุริยะ" ปัดเด้งนั่งผู้ตรวจฯ ไม่เกี่ยวหลานขอพบแล้ววืด
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม เวลา 09.00 น. มีการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4/2569 ซึ่งมีนางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจากนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้หารือร่วมกับผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ฯลฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามระยะเวลาโทษคงเหลือ
โดยมีรายชื่อบุคคลสำคัญคือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม ที่คุมขังอยู่ภายในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.68 จนถึงปัจจุบันวันที่ 29 เม.ย.69 เป็นระยะเวลา 7 เดือนกับอีก 20 วัน จึงเหลืออีกเพียง 12 วัน จะคุมขังครบ 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี
ภายหลังการประชุม กรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงว่า มีการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณาทั้งสิ้นจำนวน 920 ราย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบการพักการลงโทษกรณีปกติ จำนวน 859 ราย ไม่เห็นชอบ จำนวน 49 ราย รอไว้ จำนวน 2 ราย และเห็นชอบพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ จำนวน 10 ราย
โดยในจำนวนนี้ คณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ โดยมีเหตุผลให้ได้รับการพักการลงโทษ ดังนี้ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) กฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้มีการนำพฤติการณ์แห่งคดี ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และการได้รับการแก้ไขฟื้นฟูพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ มาประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ ประกอบกับมีเหตุผลพิเศษสนับสนุนการใช้ดุลยพินิจพิจารณาสามารถผ่อนปรนให้ได้รับการพักการลงโทษด้วยเหตุผล มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป เหลือโทษจำต่อไปไม่เกิน 1 ปี ผ่านการแก้ไขฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยจนน่าเชื่อว่าสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น และมีผลการประเมินตามแบบประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อย ซึ่งนายทักษิณจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีปกติในวันที่ 10 พ.ค.2569 และสามารถปล่อยตัวคุมประพฤติได้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ นายทักษิณจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติที่กำหนด จนกว่าจะพ้นโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีมติดังกล่าวแล้ว จะมีการแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมรับทราบ และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติรับทราบและเรือนจำกลางคลองเปรมจะได้ดำเนินการปล่อยตัวนายทักษิณเข้าสู่การคุมประพฤติอีก 4 เดือนในวันที่ 11 พ.ค.69
วันเดียวกัน ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ให้นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง และให้นายวิทยา แก้วมี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
ล่าสุด นายราเชนเปิดเผยว่า วันนี้กระทรวงเรียกประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณตอนบ่ายสามโมง เรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2570 แต่ตนมาก่อนเวลา เพื่อยื่นใบลาออก ซึ่งตามจริงตั้งใจจะออกวันที่ 7 ส.ค. เพราะมีคุณสมบัติครบที่จะได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย (สาย 3) โดยเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของข้าราชการทุกคน แต่ในเมื่อเป็นอย่างนี้ จึงได้คุยกับครอบครัว และตัดสินใจจะลาออก ให้มีผลในวันที่ 23 มิ.ย.2569
ส่วนที่รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์และมีการพูดถึงหลานว่าไม่ใช่ประเด็นการโยกย้ายนั้น นายเรเชนบอกว่า ได้เก็บเร็กคอร์ดหมด และมีทั้งคลิปและโทรศัพท์ที่โทร.มา โดยเฉพาะสัปดาห์ที่แล้วมีโทร.ถึง 5 ครั้ง ซึ่งตนไปราชการ ไปทำงานเรื่องฝุ่น ตนก็กลัวว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะคนอ้างเยอะ ย้ำว่าคนที่โทร.มาครั้งแรกๆ เป็นเจ้าตัวที่โทร.มา พร้อมเอากระเช้ามาให้ ตอนแรกนัดว่าจะมาคุยกับตน ซึ่งตนยินดีรับนัด แต่พอถึงวัน บุคคลคนนั้นไม่มา เป็นคนอื่นมาแทน 3 คน บอกว่าอยากมาซ่อมอากาศยานของฝนหลวง จึงบอกว่าเราไม่ได้นัดท่าน เรานัดอีกคนหนึ่งที่โทร.มา ต้องขอประทานโทษด้วย แล้ววันนั้นต้องรีบไปขึ้นเครื่องไปราชการ ซึ่งหลังจากนั้นมีการติดต่อผ่านทางหน้าห้อง ซึ่งมีเร็กคอร์ดมีอะไรหมด
เมื่อถามว่า มั่นใจไหมว่าเป็นประเด็นนี้ที่ทำให้ถูกโยกย้ายนั้น อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า สัปดาห์ที่แล้วโทร.มาประมาณ 5-6 ครั้ง วันศุกร์อีก 2 ครั้ง คนที่ติดต่อมาเป็นเลขาฯ ซึ่งทุกครั้งไม่ได้เจอเลย
"มันเป็นความชอบธรรมของผู้บริหาร ถ้าย้ายไปอยู่จุดไหนไปได้หมด เป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ที่ไหนก็ได้ทำประโยชน์ให้ได้ พอถึงเวลาผมก็ใช้สิทธิ์ในการลาออกจากราชการ เพราะทำงานมาก็เหนื่อยทั้งชีวิตแล้ว ครอบครัวก็ไม่ได้ดูแล วันนี้ก็คือสบายใจ พักผ่อน หลังจากนี้ไม่ได้มีอะไรติดค้าง ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรแล้ว เพราะงานกรมฝนหลวงฯ ได้วางไว้ดีอยู่แล้ว ผมเป็นข้าราชการมืออาชีพ ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ถ้ายึดติดก็คงไม่ลาออก จะรอจนเกษียณ ต้องไปขอร้องเขาไม่เอา ศักดิ์ศรีเรามี ไปก็คือไป นี่คือราเชน" นายราเชนระบุ
เมื่อถามย้ำว่า หากรัฐมนตรีทัดทานหรือระงับการลาออก จะอยู่ต่อหรือไม่นั้น อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนตัดสินใจ เดินหน้าไม่มีถอยหลัง ออกคือออก มีศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ย้ายนายราเชน เพราะมีหลายปัจจัย กระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวข้องกับรากหญ้า มีหลายเรื่องต้องรีบดำเนินการ ต้องการคนที่ทำงานเต็มที่ คนที่ใกล้เกษียณอาจจะทำงานไม่ได้เต็มที่
ส่วนกรณีนายราเชนระบุว่ามีคนอักษร “จ” โทร.นัดพบเพื่อของานดูแลการซ่อมอากาศยานนั้น ยอมรับว่าเป็นหลานตนจริง สำหรับประเด็นที่ว่านัดแล้วไม่ได้พบ ทำให้เป็นสาเหตุของการถูกย้ายนั้น เรื่องแค่นี้ไม่ถึงกับต้องย้าย นัดวันนี้ไม่ได้ นัดวันหลังก็ได้ ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีมายังไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ย้ายข้าราชการ เรื่องนี้สามารถย้อนตรวจสอบได้
“สิ่งที่หลานผมไปของบประมาณในการซ่อมอากาศยานเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อธิบดีไม่อนุมัติให้ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จะเอาสาเหตุนี้ไปย้ายมันไม่ได้ สมัยผมอยู่ที่กระทรวงคมนาคม หลานผมทำธุกิจสายการบิน ผมยังสั่งการไปยังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ว่าให้ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย” รมว.เกษตรฯ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ทรัมป์’เลิกใจดี ลุยบีบ‘อิหร่าน’ จับตาน้ำมันพุ่ง
"ทรัมป์" มีแผนปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านไม่มีกำหนด อ้างว่าบีบให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ และเตหะรานควรฉลาดขึ้นโดยเร็ว
‘โสภณ’ปัดยื้อสอบปปช. เปิด‘ครม.เงา’จับผิดรบ.
“อนุทิน” ดอดร่วมวงสื่อทำเนียบฯ ทีมโทรโข่งปั้นรายการใหม่ “คุยให้เคลียร์กับโฆษก”
‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯถึงสตอกโฮล์ม
"ในหลวง พระราชินี" เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-2 พ.ค.69 ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน
ฉลุย!ค่าไฟสูตรใหม่ ไม่เกิน500หน่วยถูกลงเคาะรับซื้อโซลาร์2.2บาท
“กพช.” ไฟเขียวปรับโครงสร้างค่าไฟ 200 หน่วยแรก คิดไม่เกิน 3 บาท
มติคกก.พักโทษ 'ก.ยุติธรรม' ไฟเขียว 'ทักษิณ' พ้นคุก 11 พ.ค. ไม่ต้องติดกำไล EM
“ทักษิณ” ฉลุยผ่านพักโทษแล้ว หลังคณะกรรมการพักโทษระดับกระทรวงยุติธรรมประชุมด่านสุดท้าย รอปล่อยตัวคุมประพฤติออกจากเรือนจำฯ 11 พ.ค.69 วงประชุมถกไม่ต้องติดกำไล EM เหตุ เป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปี
พิพัฒน์สนองหนู ลงพื้นที่ฟังปชช. ลุย‘แลนด์บริดจ์’
“นายกฯ” รับเข้าใจชาวบ้านกังวล “แลนด์บริดจ์” สั่งคมนาคมลุยฟังเสียงความคิดเห็น

