
"ทักษิณ" ยังตามหลอน! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสอบคำให้การ “สุภา” อดีตกรรมการ ป.ป.ช.กับพวก 30 มิ.ย. คดีไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป หลังศาลประทับฟ้องตกเป็นจำเลย เพื่อไทยอวย "นายใหญ่" มิใช่เพียงจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนเชิงจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงหัวใจสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างลึกซึ้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อท.75/2569 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ยื่นฟ้อง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และนายสุทธิชัย สังขมณี อดีตสรรพากรภาค 3 เป็นจำเลยรวม 3 ราย
กรณีจำเลยทั้ง 3 ซึ่งมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพิจารณาไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คดีดำเลขที่ 03-3-1058/2564 ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0604.2/ว44 ลงวันที่ 23 มิ.ย.2549 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการอุทธรณ์ ฎีกาคดีแพ่งและอุทธรณ์คดีศาลปกครองโดยไม่คำนึงถึงเงินภาษีอากรที่ทางราชการจะได้รับ หากมีการอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางต่อไป อาจทำให้กรมสรรพากรชนะคดี และทางราชการกรมสรรพากรได้รับเงินภาษีอากรดังกล่าว ทั้งที่จำเลยทั้งสามถือเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในฐานะเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบ จัดเก็บ เรียกเก็บเงินภาษีอากรเพื่อนำส่งให้ทางราชการ กระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่โดยไม่พิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถดำเนินการเรียกเก็บเงินภาษีอากรเข้าคลังของแผ่นดิน ทั้งไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง และไม่รักษาเสถียรภาพเงินแผ่นดินให้เพียงพอ อันเป็นการกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสีย หรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย
พฤติการณ์และการกระทำของจำเลยทั้งสามดังกล่าว จึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้น หรือกระทำการ หรือไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมนั้นมิต้องเสีย หรือเสียน้อยไปกว่าที่จะต้องเสีย เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามวันนี้ โจทก์และจำเลยที่สามมาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางภาค 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อท.95/2567 และจำเลยที่ 2 ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมในคดีหมายเลขแดงที่ อท.96/2564 ของศาลนี้ โดยศาลดำเนินการกระบวนพิจารณาโดยถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางกับเรือนจำกลางคลองเปรม
ก่อนเริ่มการพิจารณาศาลได้สอบถามจำเลยที่ 2 และที่ 3 เรื่องทนายความแล้ว จำเลยที่ 2 และ 3 แถลงว่ายังไม่มีทนายความและประสงค์ที่จะต่อสู้คดี โดยจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จะแต่งตั้งทนายความเข้ามาภายหลัง
จำเลยที่ 1 โจทก์แถลงว่าถูกดำเนินคดีในคดีหมายเลขดำที่ อท.95/2562 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ขอให้ศาลมีหนังสือถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ส่งตัวจำเลยมาสอบคำให้การต่อไป
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ยังไม่มีทนายความ ประกอบกับมีเหตุจำเลยที่ 1 มาศาลวันนี้ไม่ได้ จึงให้เลื่อนไปสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.
หมายเรียกจำเลยที่ 1 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การ หมายขังจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้เว้นแต่มีประกัน
มีหนังสือถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ส่งตัวจำเลยที่ 1 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การ โดยแนบสำเนาหมายเรียกจำเลยที่ 1 พร้อมกับหนังสือ และให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จัดการหมายเรียกให้จำเลยที่ 1 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การ หมายเรียกจำเลยที่ 2 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การ
สำหรับนายสุทธิชัย ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางให้ประกันตัวชั้นพิจารณา วงเงิน 800,000 บาท โดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เปิดเผยมุมมองต่อกรณีการได้รับการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค.69 ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงจุดเปลี่ยนเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนเชิงจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงหัวใจสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างลึกซึ้ง
"ท่านทักษิณเปรียบดั่งศูนย์กลางแห่งศรัทธา เป็นเสาหลักแห่งความมั่นคงทางความคิด และเป็นพลังขับเคลื่อนที่สั่งสมมายาวนานในหมู่สมาชิกพรรค การได้รับการพักโทษในครั้งนี้ จึงเสมือนสายลมแห่งความหวังที่พัดพาความเชื่อมั่นและพลังใจกลับคืนสู่ทุกภาคส่วนของพรรคเพื่อไทยอย่างสง่างาม ที่ผ่านมาแม้จะมีมรสุมทางการเมืองโหมกระหน่ำ พรรคเพื่อไทยยังคงยืนหยัดด้วยความแน่วแน่และจิตวิญญาณอันแข็งแกร่ง สถานการณ์ที่คลี่คลายลงครั้งนี้ แม้จะอยู่ในรูปแบบของการพักโทษ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูขวัญกำลังใจ และยกระดับเสถียรภาพการทำงานภายในพรรคให้มั่นคงยิ่งขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันและความท้าทายที่รายล้อม"
เมื่อถามว่า การออกมาครั้งนี้ของนายทักษิณ จะมีผลต่อการฟื้นฟูพรรคหรือไม่ เขาตอบว่า ผลกระทบในเชิงบวกนั้น ยิ่งใหญ่และลึกซึ้ง โดยเฉพาะในมิติของขวัญกำลังใจของบุคลากรทางการเมือง ซึ่งจะกลายเป็นแรงผลักดันให้ทุกฝ่ายทุ่มเททำงานอย่างไม่ย่อท้อ โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นศูนย์กลางแห่งการขับเคลื่อน นายทักษิณ แม้ว่าจะดำรงอยู่ในสถานะใด ในแห่งหนใดก็ตาม ก็ยังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และเป็นดั่งศูนย์รวมแห่งเจตจำนงร่วม ที่หล่อหลอมให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน
“ด้วยพลังศรัทธาที่หวนคืน และการทุ่มเททำงานหนัก พรรคเพื่อไทยจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและกลับมาได้อย่างแน่นอน” นายอนุสรณ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ
ทรงบำเพ็ญพระกุศลกงเต๊ก‘พระพันปีหลวง’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก)
เร่งกู้ชงสภา14พ.ค. 4แสนล.สู้วิกฤตปากท้อง ‘ปชป.’ขวาง!ส่งศาลรธน.
“อนุทิน” นำ ครม.แถลงเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังหยุดความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย
ยกฟ้อง อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ คดียักยอกเงินวัดกว่า 4 ล้าน
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ. เลียบทางรถไฟ ศาลมีคำพิพากษา ยกฟ้องนายสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ หรืออดีตพระธรรมวชิรธีรคุณสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เเละเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ,น.ส.ภูธิณี กิวพิทักษ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในคดียักยอกเงินวัดนครสวรรค์ 4

