สวนดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองไทยลดลงทุกตัว ผลงานฝ่ายค้านคะแนนสูงสุด "มาร์ค" แซง "รักชนก-เท้ง" ขณะที่ "อนุทิน" มีบทบาทโดดเด่นสุด จี้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพ-ค่าไฟฟ้า น้ำมัน "ณัฐพงษ์" ไม่หวั่นโพลยัน ปชน.เน้นทำงานเป็นทีม "คนเสื้อแดง" ปักหลักหน้าเรือนจำ นับถอยหลัง 8 วัน รอรับ “ทักษิณ” พักโทษคุมประพฤติ 11 พ.ค.นี้ คาดมาสมทบกว่า 2,500 คน “พร้อมพงศ์” ยกก้นเทียบ “แมนเดลา-มหาเธร์”
เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,214 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเมษายน เฉลี่ย 3.79 คะแนน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ที่ได้ 3.89 คะแนน
ประชาชนให้คะแนน 25 ตัวชี้วัด “ดัชนีการเมืองไทย” โดยคะแนนเต็ม 10 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย โดยดัชนีการเมืองไทยเดือนเมษายน ลดลงจากเดือนมีนาคม ในทุกตัวชี้วัด 1.ผลงานของฝ่ายค้าน 4.31 คะแนน 2.สิทธิและเสรีภาพของประชาชน 4.24 คะแนน 3.การมีส่วนร่วมของประชาชน 4.22 คะแนน 4.การพัฒนาด้านการศึกษาสำหรับประชาชน 4.18 คะแนน 5. ความมั่นคงของประเทศ 4.13 คะแนน 6.สภาพสังคมโดยรวม 4.06 คะแนน 7.เสถียรภาพทางการเมือง 4.03 คะแนน 8.การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม 3.99 คะแนน 9.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3.95 คะแนน
10.การปฏิบัติตนและพฤติกรรมของนักการเมือง 3.91 คะแนน 11.ผลงานของรัฐบาล 3.85 คะแนน 12.การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ 3.83 คะแนน 13.การแก้ปัญหาต่างๆ ในภาพรวม 3.83 คะแนน 14.การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า 3.78 คะแนน 15.ผลงานของนายกรัฐมนตรี 3.76 คะแนน 16.การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้ 3.71 คะแนน 17.กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม 3.69 คะแนน 18.ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 3.55 คะแนน 19.การแก้ปัญหาการว่างงาน 21.สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม 3.46 คะแนน 22.การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส 3.35 คะแนน 23.การแก้ปัญหาความยากจน 3.34 คะแนน 24.ราคาสินค้า 3.23 คะแนน 25.การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล 3.22 คะแนน
นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 39.07 รองลงมาคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 28.22, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร้อยละ 17.01, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ร้อยละ 9.78%
ด้านฝ่ายค้านคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 27.82 รองลงมาคือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 23.25, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 17.24, นายรังสิมันต์ โรม ร้อยละ 16.07
สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาลคือ แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ร้อยละ 49.82, ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ร้อยละ 31.03% สิ่งที่อยากฝากบอกฝ่ายค้าน ตรวจสอบการทุจริตและการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 44.37, ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ยึดมั่นในหลักการ ร้อยละ 34.57
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยที่ลดลงทุกตัวชี้วัด แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กำลังมองภาพรวมของการเมือง การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน คือยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพอ โดยเฉพาะคะแนนด้านเศรษฐกิจและปากท้องยังอยู่ในระดับต่ำ เสียงสะท้อนของประชาชนจึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไม่ใช่แค่การประกาศนโยบาย แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้นจริง
ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง วิกฤตภายนอกครั้งนี้จึงเป็น “บททดสอบ” ความสามารถของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคาสินค้า การดำเนินนโยบายตามที่ประกาศ หรือการวางมาตรการเชิงรุก หากรัฐตอบสนองล่าช้า ไม่ชัดเจน หรือขาดความโปร่งใส ก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาเดิม เช่น การแก้ไขปัญหาเชิงเศรษฐกิจ การบริหารประเทศ และข้อกังขาเรื่องคอร์รัปชัน
'พรรคส้ม' ไม่หวั่นผลโพล
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงผลโพลการเมืองของฝ่ายค้าน ที่คะแนนความนิยมของนายณัฐพงษ์ร่วงลงไป แต่กลับกันคะแนนความนิยมของนายอภิสิทธิ์แซงหน้าขึ้นมาว่า ตนเชื่อว่าความเข้มแข็งของพรรค ปชน. คือเราไม่ได้ยึดติดที่ตัวบุคคล เราทำงานเป็นทีม ทั้งทีม สส.และทีมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) รวมถึงหลายภาคส่วนที่ช่วยกันขับเคลื่อนการทำงาน หากดูผลจากดุสิตโพลล่าสุด ไม่ใช่มีแค่ตัวแทนของ ปชน.คนเดียวที่อยู่ในโพล แต่ยังมี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ดังนั้นหากดูภาพรวมผลคะแนนความนิยมของพรรค ส่วนตัวยังเชื่อว่า ปชน.เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้
เมื่อถามว่า เมื่อผลออกมาเช่นนี้ จะทำให้เราต้องมีความขยันมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีความโดดเด่นด้านการตรวจสอบรัฐบาล จะมองว่าฝ่ายค้านจะแข่งขันกันเองในการทำงานหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยิ่งมีการแข่งขันกันเอง แต่สุดท้ายมองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง และนำการตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเป็นตัวตั้ง สุดท้ายคนได้ประโยชน์ก็คือประชาชน
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมถึงประเด็นที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะได้รับการพักโทษในวันที่ 11 พ.ค.69 นี้ จะส่งผลทางการเมืองไทยอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องยอมรับว่านายทักษิณเคยตกเป็นเหยื่อในการดำเนินคดีทางการเมืองในอดีต และไม่ใช่แค่นายทักษิณเพียงคนเดียวที่ตกเป็นเหยื่อถูกดำเนินคดีทางการเมืองในประเทศไทย ฉะนั้นเมื่อนายทักษิณได้รับการพักโทษออกมา และมีเงื่อนไขในการติดกำไล EM ต่างๆ ส่วนตัวอยากให้ตั้งคำถามถึงบุคคลอื่นๆ ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองในลักษณะเดียวกัน
เมื่อถามว่า หากมองมิติทางการเมือง มองว่านายทักษิณจะเข้ามาฟื้นฟูพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อจะสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แนวทางการทำงานหรือการปรับปรุงบทบาทการทำงานของพรรคการเมืองอื่นๆ ตนอยากให้ไปตั้งคำถามในแต่ละพรรคการเมืองแทน ตนไม่ขอตอบแทน
วันเดียวกัน ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ บรรยากาศการรวมตัวของกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงเป็นไปอย่างคึกคักสนุกสนาน ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนสูง 36 องศาเซลเซียส และสลับมีฝนตก อากาศร้อนอบอ้าว โดยกลุ่มเสื้อแดง RED Never dies ร่วมกันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงการจัดกิจกรรมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10-11 พ.ค.69 ที่บริเวณหน้าเรือนจำฯ เพื่อรอต้อนรับนายทักษิณ ชินวัตร ที่กำลังจะได้รับการปล่อยตัวภายหลังได้รับการพักโทษ
โดยกิจกรรมในธีม “อิสรภาพ” นี้ จะเริ่มตั้งเวทีตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค.69 เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป จนถึงเวลา 24.00 น. เพื่อต้อนรับมวลชนคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดที่คาดว่าจะเดินทางมาสมทบกว่า 2,500 คน ซึ่งทางกลุ่มได้เตรียมความพร้อมทั้งพื้นที่การจอดรถ อาหาร น้ำดื่ม และรถสุขาเคลื่อนที่ไว้รองรับสำหรับการพักค้างคืนหน้าเรือนจำ เพื่อรอคอยช่วงเวลาประวัติศาสตร์ในช่วงเช้าเวลา 07.00 น. ของวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69
โดย ดร.ประยูร คลองยศ แกนนำกลุ่มเสื้อแดง RED Never dies กล่าวปราศรัยว่า พวกเราคนเสื้อแดงเตรียมพร้อมนอนค้างแรมตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.69 และไม่ว่าประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีมากี่คน ทหารจะรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญมากี่ฉบับ ท่านทักษิณก็ยังเป็นนายกฯ ในดวงใจของพวกเราเสมอ เพราะท่านเป็นคนมีวิสัยทัศน์ และเป็นคนสร้างตำนานประชาธิปไตยกินได้ วันที่ 11 พ.ค.69 พวกเราคนเสื้อแดงจะร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ให้อดีตนายกฯ ผู้ยิ่งใหญ่
ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต รมช.พาณิชย์ และที่ปรึกษา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่า เรานับถอยหลังอีกเพียง 8 วันเท่านั้น เราก็จะได้เจอกันแล้ว ขอบคุณทุกท่านที่ยังรักและมีใจให้กันเสมอ
เทียบชั้น 'แมนเดลา-มหาเธร์”
ส่วนนายอรรถชัย อนันตเมฆ หรือ โด่ง สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีตดารานักแสดงและอดีตแนวร่วมคนเสื้อแดง กล่าวปิดท้ายว่า เรารับไม่ได้ที่อดีตนายกรัฐมนตรีจะต้องติดกำไล EM ในระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ เพราะท่านถือเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีอะไร อีกทั้งได้มีคุณูปการมากมายเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม กลับมีมติให้ท่านต้องติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษ เป็นการกระทบสิทธิท่านอย่างมาก และหวังว่ากรมคุมประพฤติในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลในขั้นตอนต่อไป จะต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาให้ปลดกำไล EM แก่ท่านทักษิณด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเยี่ยมญาติของนายทักษิณโดยครอบครัวนั้น จะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ค.69 ซึ่งจะเป็นการเยี่ยมญาติครั้งที่ 61 และเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ก่อนครอบครัวชินวัตรและคนเสื้อแดงจะนับถอยหลังให้ถึงวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.69 ซึ่งนายทักษิณ จะได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อพักโทษคุมประพฤติไปจนกว่าจะพ้นโทษอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 11 พ.ค. นายทักษิณจะได้รับการพักโทษ นักการเมืองถือเป็นตำนานของเมืองไทย ช่วงชีวิตการเมืองขึ้นสุด ลงสุด เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ถูกรัฐประหาร ต้องคดีความไปอยู่ต่างประเทศนานกว่า 17 ปี แม้ช่วงชีวิตของท่านเผชิญมรสุมการเมืองมากมาย ขณะถูกจองจำ แต่กำลังใจจากพี่น้องประชาชน ผู้สนับสนุนพรรคและตัวท่าน ยังคงเต็มเปี่ยม ไม่แปลกใจถ้าวันที่ได้รับการพักโทษจะมีแกนนำ สมาชิกพรรค คนเสื้อแดง ไปรอรับอย่างคับคั่งด้วยพลังความรัก ความศรัทธา
"นายทักษิณมีชีวิตโลดโผนทางการเมืองยาวนานหลายสิบปี ทำให้ย้อนคิดถึงนายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ผู้ล่วงลับ นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด การกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ของมาเลเซีย เมื่อปี 2018 ตอนช่วงอายุมากสุด โดยทั้ง 2 คนเคยผ่านช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง ถูกจำกัดบทบาท สูญเสียอำนาจ ก่อนจะหวนกลับมาในฐานะ สัญลักษณ์ของความหวังและการเริ่มต้นใหม่ โดยไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา" นายพร้อมพงศ์กล่าว
วันเดียวกันนี้ กรมราชทัณฑ์ชี้แจงกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีการให้บริการผู้ต้องขังชาวจีนในลักษณะพิเศษ (VIP) ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติและละเมิดสิทธิมนุษยชนว่า ความคืบหน้าในการดำเนินการลงโทษและกวาดล้างการทุจริตภายในองค์กรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน โดยการดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงสำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ได้ประสานส่งข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการ และได้ส่งสำนวนให้อยู่ในความพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป ยืนยันว่า การดำเนินการเป็นไปตามพยานหลักฐานและระเบียบวินัยข้ราชการอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แจงปล่อยร่างแก้รธน.ร่วง
ศาล รธน.ยังรอเอกสารและความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"
ลุยศึกษาแลนด์บริดจ์ทุกมิติ
“เอกนิติ” เดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์" นำผลศึกษาเดิมมาอัปเดตใหม่
ทูลเกล้าฯพรก.กู้เงิน หนูยันคุ้มค่าไม่เกี้ยเซียะ มูดี้ส์ยกประเทศน่าลงทุน
“นายกฯ” ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ลั่นเงินทุกสตางค์ถึงมือประชาชนอย่างโปร่งใส ไม่มีเกี้ยเซียะ
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ

