"นิด้าโพล" เผยคนใต้เข้าใจเพียงเล็กน้อย "แลนด์บริดจ์" แม้ส่วนใหญ่หนุน แต่กังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม "ปชน." ข้องใจรัฐบาลเร่งรัดผิดปกติ ป้อนข้อมูลด้านเดียว ชง "กมธ.พัฒนาการเมือง" ตรวจสอบความคุ้มค่า "อนุสรณ์" กระตุกผลศึกษา "สศช.-สนข." ขัดแย้งกันเอง แนะหน่วยงานอิสระเป็นกลางศึกษาเพิ่มเติม "สว.นรเศรษฐ์" เสนอญัตติทบทวนโครงการ "รองโฆษก รบ." ยันทำทุกขั้นตอนครบถ้วน พร้อมฟังความเห็นต่าง
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เม.ย.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ (จำนวน 14 จังหวัด ประกอบด้วย ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี สงขลา กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง สตูล นราธิวาส ปัตตานี และยะลา)รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,455 หน่วยตัวอย่าง
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยได้ยินและความเข้าใจของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.43 ระบุว่า เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการ รองลงมา ร้อยละ 26.67 เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง, ร้อยละ 10.52 เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก, ร้อยละ 7.08 ไม่เคยได้ยินใดๆ เลยเกี่ยวกับโครงการ และร้อยละ 1.30 เคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจเลย
เมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับโครงการ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงเรื่องที่คนภาคใต้มีความกังวลใจเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 38.03 ระบุว่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล รองลงมา ร้อยละ 33.16 ไม่กังวลใจใดๆ เลย, ร้อยละ 29.71 ผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่น เช่น การถูกเวนคืนที่ดิน วิถีชีวิตท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนไป, ร้อยละ 25.81 การทุจริตและความไม่โปร่งใสของโครงการ, ร้อยละ 15.30 ความคุ้มค่าในระยะยาว
ร้อยละ 12.08 การถูกต่อต้านจากชุมชน คนในพื้นที่, ร้อยละ 11.78 คนใต้จะได้ประโยชน์อะไร, ร้อยละ 11.40 ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์อะไร, ร้อยละ 10.50 ปัญหาการก่อสร้างโครงการที่ล่าช้าหรือไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้, ร้อยละ 7.58 ปัญหางบประมาณของรัฐ หากต้องลงทุนทำโครงการเอง, ร้อยละ 6.30 ปัญหาการหาผู้ลงทุนในโครงการ, ร้อยละ 6.15 ในอนาคตประเทศไทยอาจจะกลายเป็นพื้นที่สำคัญในการแข่งขันกันของประเทศมหาอำนาจ, ร้อยละ 4.35 ปัญหาโครงการอาจจะไม่เกิดขึ้นจริง, ร้อยละ 3.98 การถูกต่อต้านจาก NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) นักวิชาการ นักการเมือง และร้อยละ 0.98 การถูกต่อต้านจากต่างประเทศ
ท้ายที่สุดเมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง และเคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการ (จำนวน 1,333 หน่วยตัวอย่าง) ถึงความคิดเห็นของคนภาคใต้เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 34.21 ระบุว่า เห็นด้วยมาก รองลงมา ร้อยละ 33.01 ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 19.43 ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 13.35 ไม่เห็นด้วยเลย
ทางด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และว่าที่ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าเคยได้ยินและความเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับแลนด์บริดจ์ว่า ความน่ากังวลคือสนับสนุนโดยยังไม่เข้าใจ มองผลดีแค่มิติเดียว หากประชาชนสนับสนุนโดยเข้าใจโครงการนี้ทุกมิติแล้วจะเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ผ่านมารัฐบาลมักจะให้ข้อมูลด้านเดียว โดยไม่ได้ตอบข้อกังวลของภาคประชาชนและเอกชนที่ตั้งคำถามต่อโครงการนี้ ประชาชนไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ในการทำความเข้าใจ
กมธ.ลุยสอบแลนด์บริดจ์
"เร่งด่วนที่สุด กรรมาธิการพัฒนาการเมืองจะรวบรวมข้อเสนอของภาคประชาชน นักวิชาการ และทุกฝ่ายที่มีคำถามต่อโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อซักถามหน่วยงานที่ต้องเป็นเจ้าภาพและเกี่ยวข้อง และรวบรวมแบบรายงานเพื่อเป็นข้อมูลคู่ขนานกับข้อมูลของรัฐบาล ข้อมูลชุดนี้จะเป็นเครื่องมือให้ประชาชนใช้ตรวจสอบรัฐบาลได้ถูกต้องตรงจุดบนฐานข้อมูลเดียวกัน ไม่มีใครขวางการพัฒนา หากรัฐบาลพิสูจน์ความคุ้มค่าให้เป็นที่ประจักษ์กับสังคมได้" โฆษกพรรคประชาชนระบุ
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนภาคใต้ทุกคนจับตาเป็นพิเศษว่าโครงการแลนด์บริดจ์มีความพยายามเร่งรัดเร่งรีบโดยฝ่ายบริหาร ที่มีความพยายามดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์มากกว่าโครงการที่รับปากไว้กับประชาชนเสียอีก ในช่วงสนามเลือกตั้งเห็นทุกพรรคการเมืองนำเสนอโครงการที่ใหญ่ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ว่าภาคใต้จะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่หากย้อนกลับไปพรรคภูมิใจไทยในขณะนั้นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นโยบายแลนด์บริดจ์อาจไม่ใช่นโยบายเรือธงที่สำคัญในภาคใต้
"แต่วันนี้หลังจากเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลมาเป็นฝ่ายบริหารได้ไม่กี่เดือน ก็มีความพยายามแปลกๆ มีการเร่งรัดทุกกระบวนการ มีการกระทบกระทั่งกันแม้กระทั่งฝ่ายบริหารด้วยกันเอง ที่แตะหรือสัมภาษณ์หรือพูดพาดพิงโครงการนี้ก็ไม่ได้ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนมีความพยายามอยากจะผลักดันให้เกิดขึ้น มันต้องมีพลังงานบางอย่างอยู่ในการพิจารณาเรื่องนี้ และต้องมีอะไรบางอย่างที่ประชาชนยังไม่ทราบ เรื่องนี้อาจต้องมีการพูดคุยเป็นวงกว้าง หากรัฐบาลดันทุรังทำในสิ่งที่ตัวเองอยากได้อย่างเดียว โดยไม่ฟังเสียงของประชาชนว่าเมื่อเกิดโครงการแล้วประชาชนจะได้อะไร เรื่องนี้สำคัญมาก" นายณัฐชาระบุ
เมื่อถามว่า หลังจากนี้พรรคประชาชนจะเสนอให้คนในพรรคติดตามประเด็นอย่างไรบ้าง นายณัฐชากล่าวว่า ในประเด็นนี้ปกติจะมีนางสาวภคมน ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคใต้ที่ดูแลทุกโครงการในภาคใต้และดูแลเขตเลือกตั้งของภาคใต้ ได้มีการจัดวงประชุมอย่างเร่งด่วนเพื่อจะพูดคุยในเรื่องนี้
ส่วนผลโพลสอบถามความเข้าใจของประชาชนที่มีกว่าร้อยละ 50 เป็นเพียงการได้ยินชื่อโครงการ แต่ยังไม่เข้าใจในรายละเอียดเชิงลึก เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะโครงการขนาดใหญ่เม็ดเงินมูลค่ามหาศาลและการลงทุนที่ต้องเอาเงินภาษี หรือการลงทุนจากภาคเอกชนลงไปเยอะขนาดนี้ แล้วไม่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเลย มาทำกลไกเป็นพิธีกรรมเพียงไม่กี่อย่าง และพยายามเร่งรับผลักดันถือเป็นผลกระทบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นมุมมองเรื่องสิ่งแวดล้อม มุมมองเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน มุมมองการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งแน่นอนว่า สส.ที่ติดตามเรื่องนี้จะประชุมควบคู่กันไปและแถลงอย่างเป็นทางการว่าความเป็นไปเป็นมาของเรื่องนี้เป็นอย่างไร และโครงการนี้จะเป็นไปในทิศทางไหน ต้องเปิดรับฟังในสภาด้วย คิดว่าในสภาเองอาจต้องมีการถกเรื่องนี้กันเร็วๆ นี้
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน และอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการนี้ริเริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ โดยได้ให้สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปศึกษาเพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้และความคุ้มค่าโครงการมิติต่างๆ โดยได้ทำการวิจัยร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้อสรุปภาพรวมคือโครงการแลนด์บริดจ์ไม่มีความเป็นไปได้เชิงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งตรงกันข้ามกับรายงานของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ที่แสดงถึงความเป็นไปได้โครงการ และผลบวกเชิงเศรษศาสตร์ในหลายแง่มุมที่ประเทศจะได้รับหากโครงการนี้เกิดขึ้น
ผลการศึกษาของหน่วยงานรัฐมีความขัดแย้งอย่างชัดเจน จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมโดยหน่วยงานที่เป็นกลางและเป็นอิสระ ทั้งมิติทางภูมิรัฐศาสตร์ มิติความมั่นคงและบทบาทไทยบนภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากเกิดสถานการณ์ที่อาจมีการเก็บค่าผ่านทางช่องแคบมะละกาโดยอินโดนีเซียในอนาคต เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณา
"โครงการแลนด์บริดจ์นี้หากมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการเอื้อประโยชน์กันโดยไม่ถูกต้อง โครงการนี้จะกลายเป็นโครงการทุจริตเชิงนโยบายสำคัญในรอบหลายทศวรรษ และทำลายอนาคตของลูกหลานไทยได้ วางยุทธศาสตร์และวิเทโศบายไม่ดี ไทยจะกลายเป็นพื้นที่แย่งชิงผลประโยชน์ อำนาจการควบคุมการเดินเรือของมหาอำนาจ ขณะที่หากโครงการนี้ดำเนินการอย่างรอบคอบรัดกุมไม่มีการทุจริต จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสถานะของประเทศบนเวทีโลกได้ แต่ต้องศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์และการเงินให้ดีเสียก่อน" นายอนุสรณ์ระบุ
ยันฟังเห็นต่างศึกษาทุกมิติ
ขณะที่ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า รัฐบาลรับทราบข้อโต้แย้งต่อโครงการแลนด์บริดจ์จากหลายๆ ส่วน ทั้งประเด็นผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โดยรัฐบาลจะทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วน และได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4 จังหวัดภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 8 พ.ค.นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะลงพื้นจังหวัดชุมพรและระนองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในทุกมิติ รวมทั้งเพื่อชี้แจงข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
“รัฐบาลไม่นิ่งเฉยต่อข้อกังวลของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนพื้นที่ภาคใต้ โฆษกพรรคประชาชนไม่ต้องห่วง การขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์มีการศึกษาทุกขั้นตอนอย่างละเอียด และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอยู่แล้ว รัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของคนไทย ให้เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ที่จะสร้างรายได้และสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดภาคใต้” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 5 พ.ค. โดยมีวาระการพิจารณาญัตติต่างๆ ที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เสนอ รวม 6 ญัตติ ทั้งนี้ มีญัตติที่เสนอใหม่คือ ญัตติของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ที่ขอให้รัฐบาลทบทวนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์
โดยเหตุผลของการเสนอญัตติดังกล่าว นายนรเศรษฐ์ได้ระบุไว้ว่า ตามข้อเท็จจริงที่ รมว.คมนาคมและคณะทำงานได้ประกาศต่อสื่อมวลชน ต่อแผนการสานต่อโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยใช้เงินลงทุน 9.9 แสนล้านบาท ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมว่าอาจไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจตามรายงานที่เสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรนำเสนอ และผลกระทบโครงการอาจนำมาสู่ความเสื่อมถอยของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ และกระทบต่อสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ภาคใต้ในมิติของวัฒนธรรมและทางสังคม
"ช่วงที่ผ่านมามีการเสนอทางเลือกอื่นที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่าและมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์อยู่หลายโครงการ ทว่าไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลที่มุ่งหน้าศึกษามากพอ" นายนรเศรษฐ์ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แจงปล่อยร่างแก้รธน.ร่วง
ศาล รธน.ยังรอเอกสารและความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"
ลุยศึกษาแลนด์บริดจ์ทุกมิติ
“เอกนิติ” เดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์" นำผลศึกษาเดิมมาอัปเดตใหม่
ทูลเกล้าฯพรก.กู้เงิน หนูยันคุ้มค่าไม่เกี้ยเซียะ มูดี้ส์ยกประเทศน่าลงทุน
“นายกฯ” ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ลั่นเงินทุกสตางค์ถึงมือประชาชนอย่างโปร่งใส ไม่มีเกี้ยเซียะ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ

