"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต" ประกาศพึ่ง UNCLOS หลัง ครม.ยกเลิก MOU 44 ชี้ไทย-กัมพูชาอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ต้องหารือวางเกณฑ์ใหม่ “ฮุน เซน” โพสต์รูปสมัยหนุ่ม โทษไทยเปลี่ยนนายกฯ บ่อย เหตุแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไม่คืบหน้า
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เตรียมใช้เวทีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7-9 พ.ค. 2569 ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เชื่อมโยงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของอาเซียนสู่ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนไทย
สำหรับการเข้าร่วมการประชุมจัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “ก้าวสู่อนาคตร่วมกัน” โดยจะมีผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและผู้แทนระดับสูงเข้าร่วม อาทิ สมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัซซานัล บลเกียะฮ์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม, สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา, นายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย, นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว, ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย, นายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์, นายลอเรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์, นายไก ราลา ชานานา กุชเมา นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต และนายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม รวมทั้ง ดร.เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ผู้แทนจากเมียนมา และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ในฐานะแขกของประธาน เข้าร่วมด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมจะหารือถึงแนวทางรับมือผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร และความปลอดภัยของประชาชนประเทศอาเซียน ตลอดจนความร่วมมือในการรับมือกับความท้าทาย การปรับตัวของอาเซียนให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก ในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลพร้อมยกระดับบทบาทของไทยให้เป็น "ตัวเชื่อมความร่วมมือ" ที่เน้นการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงอาหารอย่างยั่งยืน และความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาค
ด้านนายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศจะดำเนินตามกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 44) ว่า อย่างน้อยสองประเทศจะไปอยู่บนพื้นฐาน กฎเกณฑ์เดียวกัน สมัยก่อนเหมือนใช้กันคนละกฎเกณฑ์ ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้มี MOU 44 แล้ว หากหลังจากนี้จะพูดคุยอะไรกันต้องมากำหนดกฎเกณฑ์กันใหม่ ซึ่งยังมีเวลาที่จะต้องมาหารือกัน อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่
ที่ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับกำลังพลผู้เสียสละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2568 รวมทั้งมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณให้แด่พระสงฆ์ หน่วยงาน องค์กร และภาคประชาชน
พล.ท.วีระยุทธได้กล่าวสดุดีวีรชน พร้อมระบุว่า ในยามที่สถานการณ์ตึงเครียด กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ แต่สิ่งที่เป็นพลังผลักดันให้เราก้าวข้ามความยากลำบาก คือน้ำใจจากพี่น้องประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามาสนับสนุนอย่างไม่ขาดสาย สิ่งเหล่านี้ทำให้ทหารทุกนายตระหนักว่า พวกเขาไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโดดเดี่ยว แต่มีคนไทยทั้งประเทศยืนเคียงข้างอยู่เสมอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ลงพื้นที่ตรวจราชการ พร้อมรับฟังข้อเสนอจากกองทัพภาคที่ 2 และศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับการจัดสร้างแนวป้องกันเพื่อเสริมความมั่นคง (สร้างรั้ว) ตามแนวชายแดนด้าน จังหวัดศรีสะเกษ หลังจากนี้จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะต่างๆ นำเสนอต่อผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เพื่อพิจารณาและเสนอรัฐบาลตามนโยบายด้านความมั่นคงที่ได้มอบหมายไว้ต่อไป
วันเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กโดยใช้ภาพตนเองสมัยยังหนุ่ม พร้อมระบุข้อความว่า ขอสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางทะเลที่ทับซ้อนกันระหว่างกัมพูชากับไทย หลังจากที่ฝ่ายไทยได้ยกเลิก MOU ปี 2001 (MOU 44) โดยฝ่ายเดียว ไม่ควรมีการสร้างกลไกทวิภาคีขึ้นมาแทนกลไกของ MOU 2001 อีกต่อไป แต่ควรเดินหน้าไปตามกลไกของอนุสัญญากฎหมายทะเลปี 1982 โดยตรง ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยมีฝ่ายที่สามเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นธรรม ตามที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 5 พ.ค.
“สำหรับผมซึ่งได้ทำงานในเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ (ปี 1989-1990) และต่อเนื่องมาจนถึงการลงนาม MOU ปี 2001 ผมรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการยกเลิกโดยฝ่ายเดียวจากฝั่งไทย โดยให้เหตุผลว่า “ไม่มีความคืบหน้า” ผมขอชี้แจงว่า ไม่มีความคืบหน้าเพราะอะไร ฝ่ายไทยเองย่อมทราบดีกว่าใครทั้งหมดว่าหลังการรัฐประหารโค่นล้มอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในปี 2006 ไทยได้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วกี่คน ขณะที่กัมพูชาดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน และสืบต่อโดยนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งกลไกและเนื้อหาการเจรจา ในขณะเดียวกัน ไทยมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีประมาณ 10 คน นี่ใช่หนึ่งในสาเหตุของความไม่มีความคืบหน้าหรือไม่" สมเด็จฮุน เซน ระบุ
ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า แม้ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนนายกฯ หลายคน ผู้นำเหล่านั้นยังคงแสดงความตั้งใจในการเจรจาต่อเนื่อง แม้กระทั่งในสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาพบเจรจากับตนที่บ้านตาคะเมา ในปี 2010 ซึ่งในครั้งนั้น บุคคลสำคัญทั้งสองได้ลิ้มลองอาหารเขมรเป็นครั้งแรก ที่ภรรยาของตนปรุงด้วยตนเองเพื่อเลี้ยงรับรองเป็นอาหารกลางวัน
“การที่กัมพูชาดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ควรถูกกล่าวหาว่าเป็นการนำปัญหาทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศ และไม่ควรถูกกล่าวหาว่าตกเป็นเหยื่อของ “กับดักกัมพูชา” ที่ต้องการให้มีฝ่ายที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งไม่ควรเรียกร้องให้กัมพูชาจัดตั้งกลไกทวิภาคีใหม่แทนกลไกเดิมที่ฝ่ายไทยได้ยกเลิกไปโดยฝ่ายเดียว หวังว่ากัมพูชาและไทยจะสามารถร่วมมือกันเดินหน้าไปสู่กลไกระหว่างประเทศที่มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาทางทะเลต่อไป” ประธานวุฒิสภากัมพูชาระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แจงปล่อยร่างแก้รธน.ร่วง
ศาล รธน.ยังรอเอกสารและความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ลุยศึกษาแลนด์บริดจ์ทุกมิติ
“เอกนิติ” เดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์" นำผลศึกษาเดิมมาอัปเดตใหม่
ทูลเกล้าฯพรก.กู้เงิน หนูยันคุ้มค่าไม่เกี้ยเซียะ มูดี้ส์ยกประเทศน่าลงทุน
“นายกฯ” ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ลั่นเงินทุกสตางค์ถึงมือประชาชนอย่างโปร่งใส ไม่มีเกี้ยเซียะ
'อนุทิน' บอกต้องช่วยกันเชียร์ ไม่ใช่เอาแต่ตำหนิรัฐบาล หลัง 'มูดี้ส์' มองไทยน่าลงทุน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ออกรายงานระบุว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีภูมิต้านทานหรือ "กันชน"
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ

