ศาล รธน.ยังรอเอกสารและความเห็นพยานคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมสั่งสำนักงานศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม "ดร.โจ" ฮึดสู้ชัชชาติ รู้ชะตาปะทะศึกหนัก ลูกพรรคส้มฝันหวานขอกินรวบบริหารเมืองกรุงแบบไร้รอยต่อ ขณะที่ "โสภณ" ดีดปากยื้อตั้งผู้นำฝ่ายค้านฯ "หัวหน้าเท้ง" เปิดฉาก ครม.เงานัดแรก ขณะที่ สส.ภูเก็ตผวาอิทธิพลมืดซ้ำรอยกมลศักดิ์ "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" โชว์สปิริตรับคำขอโทษ "วิปรัฐบาล" แจงปม ครม.ไม่ยืนยันร่างแก้ รธน.มาตรา 256 ต้องเร่งแก้วิกฤตประเทศก่อน
เมื่อวันพุธ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอภิปรายในคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะ ในฐานะผู้ถูกร้อง ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ศาลเห็นว่า ให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ ถ้อยคำเป็นหนังสือของพยาน ความเห็นและพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จับสลากผู้ตรวจการเลือกตั้ง เพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ผลปรากฏว่า ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 8 คน ได้แก่ พล.ต.ท.พิชัย เจียมบุรเศรษฐ์, นายพงษ์เทพ ถิฐาพันธ์, พล.ต.จรัส วาดเขียน, นายประสพ ชุมศรี, พ.ต.ท.สุชาติ สุระสัจจะ, นายธีระพงษ์ จันทชาติ, พ.อ.นิวัติ บุญประดิษฐ์ และนายจรัญ วิรัสสะ
ส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยา จำนวน 5 คน ได้แก่ พ.ท.ประสงค์ สอนจันทร์, นายสุรชาติ มานิตย์, นายถาวร กูลศิริ, นายชัยวรรณ นิยม และนายพีระวัฒน์ วังรัตน์กุล
ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.จะนำรายชื่อเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด สำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยกำหนดให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 และสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 29 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 38 วัน
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลพื้นที่ กทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีการส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ว่า พรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งแล้วแต่กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในการพูดคุยกัน เพราะยังพอมีเวลา
ฮึดสู้ชัชชาติ
ที่รัฐสภา นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ยื่นหนังสือลาออก สส.บัญชีรายชื่อ ต่อกลุ่มงานสารบรรณ ภายหลังเปิดตัวลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยนายชัยวัฒน์กล่าวว่า แม้จะมีความรู้สึกเสียดาย แต่ก็รู้สึกว่าประตูบานใหม่กําลังเปิดสําหรับโอกาสของคนกรุงเทพฯ ซึ่งพรรค ปชน.ให้ความสําคัญกับการเลือกตั้งกรุงเทพฯ ในครั้งนี้
เมื่อถามถึงคู่แข่งอย่างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.นั้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เราทราบดีว่าความพึงพอใจนายชัชชาติของคนกรุงเทพฯ มีมาก แต่เราก็คาดหวังที่จะชนะ เรามีเจตจํานงที่จะทําให้กรุงเทพฯ เป็นมากกว่ากรุงเทพฯ เพื่อนําเสนอวาระทางเลือก การเลือกตั้งทุกครั้งเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้รับทางเลือกใหม่ ทางเลือกแห่งการเปลี่ยนแปลง ทางเลือกแห่งโอกาสที่ดีขึ้น เราจึงอยากนําเสนอว่ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหลวงแบบไหนให้คนกรุงเทพฯ จะมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนกรุงเทพฯ ได้อย่างไรบ้าง
ด้านนายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคประชาชนเรามี สส.ทั้ง 33 เขต และยังมีผู้สมัคร สก.ครั้งที่แล้วกว่า 10 เสียง ทั้งนี้ คาดหวังว่าจะได้ สก.ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 30 เสียง เพื่อผลักดันประเด็นที่สำคัญ แต่ถ้ามี สก.แต่ไม่มีผู้ว่าฯ หรือมีผู้ว่าฯ แต่ไม่มี สก. ก็ทำให้เห็นแล้วว่าที่ผ่านมาการผลักดันต่างๆ เกิดข้อขัดแย้ง เชื่อว่าการที่เรามีผู้ว่ากรุงเทพมหานคร รวมถึง สก.ที่เกินครึ่ง จะช่วยผลักดันวาระของประชาชนในกรุงเทพฯ รวมถึงยังมี สส.อีก 33 คน ที่สามารถแก้ไขกฎหมายใหญ่ที่เป็นอุปสรรคของกรุงเทพฯ ก็จะเป็นการทำงานแบบไร้รอยต่อ
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม โดยก่อนที่จะเข้าสู่วาระการประชุม นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สส.กทม. พรรคประชาชน ทวงถามถึงการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า การทำเรื่องดังกล่าวล่าช้า เป็นผลต่อการคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ ซึ่งต้องมีกรรมการที่ประกอบด้วยผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เมื่อไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ทำให้สัดส่วนกรรมการสรรหานั้นไม่สมดุล เพราะตำแหน่งประธานสภาฯ นั้นถือว่าเป็นฝ่ายบริหาร ดังนั้นเมื่อกรรมการสรรหาไม่สมดุล ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านฯ จึงทำให้การพิจารณาไม่รอบคอบ เกิดความเสียหายต่อประชาชน
ทำให้นายโสภณชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ลงชื่อเสนอแต่งตั้งไปแล้ว ขอถามว่าล่าช้าตรงไหน และส่งหนังสือไปแล้วตามขั้นตอน
นายโสภณกล่าวต่อว่า สำหรับการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่อภิปรายเหมือนว่าตนเองไม่มีมารยาท ขอให้ไปดูระเบียบ เพราะการพูดของท่านทำให้คนฟังเข้าใจผิดไปหมด ทั้งนี้ในกระบวนการประชุมสรรหาตนไม่มีอำนาจอะไร เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
นัดแรก ครม.เงา
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช.ทบทวนมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ใช้นอมินีถือหุ้นแทนว่า เรื่องนี้เราต้องทำร่วมกันอยู่แล้ว รวมถึงกระบวนการยกร่างคำร้องก็อยู่ระหว่างกระบวนการ โดยทีมกฎหมายของพรรค ปชน. เป็นเจ้าภาพในการยกร่างอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่พรรค ปชป.แถลงมี 2 ส่วนคือ เรื่อง ป.ป.ช.กับกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งเตรียมดำเนินร่วมกันอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การที่พรรค ปชป.ออกมาแถลงทั้ง 2 เรื่องก่อน เป็นการชิงบทบาทนำฝ่ายค้านหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คิดว่าการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน ทุกคนสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ โดยในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน การจะยื่นเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยังมีกรอบอีก 60 วัน อาจจะส่งผลกระทบกับประชาชนหรือไม่ ดังนั้นตามกรอบนี้ ถ้าร่าง พ.ร.ก.กู้เงินเข้ามาที่สภา พรรค ปชน.ก็พร้อมอภิปรายส่วนนี้เพื่อตั้งข้อซักตามต่อรัฐบาลอยู่แล้ว
นายณัฐพงษ์นำทีมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาแถลงภายหลังการประชุม โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมนัดแรกของ ครม.เงาของพรรค ปชน. สำหรับภารกิจที่สำคัญของเรามีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1.การตรวจสอบและสะท้อนเสียงของประชาชนที่ถูกทอดทิ้งหรือยังตกหล่นอยู่ โดยวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นต้นทุนค่าขนส่งกำลังกระทบต่อผู้ประกอบการ 2 ภาคส่วนที่สำคัญคือภาคประมงและภาคขนส่ง 2.การชวนคิดไปด้านหน้าถึงเรื่องใหญ่ เช่น แลนด์บริดจ์ คำถามที่สำคัญคือการตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะเลือกข้างประเทศมหาอำนาจ หรือควรเลือกผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง และ 3.การเรียกร้องมาตรการเร่งด่วนที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เรียกร้องให้รัฐบาลหยิบยกเอากฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้วมาพิจารณาต่อในสภาชุดนี้โดยเร็ว โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องนั้นคือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ที่มติของ ครม.ในสัปดาห์นี้ได้ตัดสินใจที่จะนำมาพิจารณาต่อทันที
ผวาโดนสังหาร
ขณะที่ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. แถลงข่าวหลังถูกผู้มีอิทธิพล เสี่ย ล. โพสต์ข่มขู่ว่า “ยิง สส. ประกันตัว 200,000 บาท มีหวังแล้วกู” ว่า เสี่ย ล. มีพฤติกรรมหลอกลวงขายที่ดิน วางตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หากเจ้าหน้าที่เข้าเวรยามหรือลงไปตรวจสอบพื้นที่จะมีเสียงปืนข่มขู่อยู่ตลอด อีกทั้งยังมีการครอบครองอาวุธปืน อาวุธสงครามที่ถ่ายรูปลงโซเชียล นั่นแสดงถึงความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ ขนาดผู้แทนราษฎรในจังหวัดภูเก็ตรู้สึกไม่ปลอดภัย แล้วประชาชนในพื้นที่จะมีความรู้สึกอย่างไร
“วันนี้เกาะภูเก็ตเต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาทำมาหากิน และใช้ทรัพยากรทำธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในจังหวัดภูเก็ต กลายเป็นว่าประชาชนในพื้นที่รู้สึกว่ากลายเป็นพลเมืองชั้น 2 จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เข้มงวดกวดขันเรื่องอาวุธปืน และตรวจสอบของชาวต่างชาติที่เข้ามาหาผลประโยชน์ และทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย” นายเฉลิมพงศ์กล่าว
ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า พรรคเกรงว่าจะเกิดกรณีเหมือนการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคลหรือพรรคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการทำหน้าที่ในการตรวจสอบ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและผลประโยชน์ของชาติ
วันเดียวกัน ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย นำโดยนายยงยศ แก้วเขียว ประธานชมรมฯ นำตัวแทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เข้ายื่นหนังสือต่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย รวมไปถึงรัฐมนตรีและ สส.พรรค ภท. เพื่อแสดงจุดยืนของชมรม หลังถูกนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงว่า กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ค้ายาเสพติด
นายยงยศกล่าวว่า ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านฯ มีบทสรุปต่อคดีดังกล่าว ด้วยการรับคำขอโทษ และขอบคุณที่ สส.ตระหนักถึงความผิด และกล้าที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ดีในระบอบประชาธิปไตยที่กล้าพูด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนสำคัญแก่ผู้ทรงเกียรติในสภาทุกคนว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบ หรือวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นจริง ให้เกียรติผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่
ร่างแก้ ม.256 ร่วง
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ยืนยันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ค้างจากสภาชุดที่ผ่านมาให้เดินหน้าพิจารณาต่อในสมัยสภาปัจจุบันว่า ตามขั้นตอนต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเพื่อให้ลงมติเห็นชอบตามที่ ครม.เสนอหรือไม่ คาดว่าจะประชุมได้ภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ทราบว่าไม่มีการยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ค้างการพิจารณาวาระสองของรัฐสภาชุดที่ผ่านมา
นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะรองประธานวิปรัฐบาล คนที่สอง กล่าวถึงกรณี ครม.ไม่ยืนยันต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า เป็นเพราะรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาที่มีความเร่งด่วนก่อน คือปัญหาวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน เมื่อ ครม.ไม่ยืนยันเนื้อหากลับมา การแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไปเริ่มกระบวนการใหม่ คือการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ต่อรัฐสภา และสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะเดินหน้าคือการพูดคุยกับทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ทั้งฝ่าย สว. รวมถึงกระบวนการ เพราะจากการรับฟังความเห็นประชาชนเมื่อครั้งที่ตนเป็นกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ยังมีความเห็นต่างกัน โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งหากไม่ให้มีปัญหา ต้องเขียนให้ชัดว่าไม่แก้ ทั้งนี้รัฐบาลยังมีเวลาที่จะทำเรื่องนี้ เพราะการแก้มาตรา 256 ใช้เวลาไม่เยอะ คือไม่เกิน 2 ปี
ขณะที่ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด วุฒิสภา กล่าวว่า ขอปฏิเสธกระแสข่าวลือว่าวุฒิสภาจะคว่ำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพราะมีการหยิบยกประเด็นในการพิจารณาว่าในเนื้อหาของร่างจะต้องคำนึงถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือผู้ที่ได้รับประโยชน์และผู้ที่เสียประโยชน์ ซึ่งวุฒิสภาทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นร่างกฎหมายที่เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะฉะนั้นในส่วนของ สว. ที่มีข่าวว่าจะคว่ำร่างนั้นเป็นไปไม่ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตาอนุทินพบฮุนมาเนต เขมรโทษไทยเปลี่ยนผู้นำถี่
"อนุทิน" บินฟิลิปปินส์ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เมิน "ฮุน มาเนต"
ลุยศึกษาแลนด์บริดจ์ทุกมิติ
“เอกนิติ” เดินหน้าศึกษา “แลนด์บริดจ์" นำผลศึกษาเดิมมาอัปเดตใหม่
ทูลเกล้าฯพรก.กู้เงิน หนูยันคุ้มค่าไม่เกี้ยเซียะ มูดี้ส์ยกประเทศน่าลงทุน
“นายกฯ” ลงนาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านแล้ว ลั่นเงินทุกสตางค์ถึงมือประชาชนอย่างโปร่งใส ไม่มีเกี้ยเซียะ
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ

