ยก21ล้านเสียงจี้แก้รธน. นัดหารือร่างกม.31ฉบับ

"นายกฯ” ส่งหนังสือด่วนขอรัฐสภาพิจารณาร่างกฎหมาย 31 ฉบับ ที่ค้างจากสภาชุดก่อน “โสภณ” นัดสมาชิกรัฐสภาประชุม 15   พ.ค.นี้ ขณะที่ "สว.นรเศรษฐ์” ยก 21 ล้านเสียงประชามติบี้ รบ.เร่งแจงไทม์ไลน์นำร่างแก้ไข รธน.มาตรา 256 เข้าสภาเมื่อไหร่ พร้อมจี้ให้เสนอสภานำร่าง กม.ภาค ปชช. 9 ฉบับมาพิจารณาด้วย  "หมอวรงค์" รับหนังสือภาค ปชช.ดันต่อยกเลิกบำนาญ สส.-สว., ลดจำนวนผู้ช่วยจาก 8 เหลือ 3 คน, เลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง 

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา  เรื่องขอร้องต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ โดยได้แนบบัญชีร่าง พ.ร.บ.ประกอบหนังสือมาด้วย

โดยหนังสือระบุว่า ตามที่มีร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐสภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบค้างการพิจารณาอยู่ในขั้นตอนต่างๆ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากมีการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และได้เรียกประชุมสภาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งมาตรา 147 บัญญัติให้ในกรณีที่มีการยุบสภา ร่างกฎหมายที่รัฐสภายังไม่ได้ให้ความเห็น หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปร้องขอต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณีพิจารณาต่อไป ถ้าเห็นชอบด้วยก็ให้พิจารณาต่อไปได้ภายใน 60 วันนับแต่ประชุมรัฐสภาครั้งแรก หลังการเลือกตั้ง หรือภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

โดย ครม.ได้พิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างการพิจารณาของสภาฯ และวุฒิสภาแล้ว และลงมติร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาตามรายละเอียดที่ได้แนบมา ซึ่งประกอบไปด้วยร่างกฎหมาย 31 ฉบับ  เช่น ร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน,  ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย, ร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา            

ทั้งนี้ ประธานรัฐสภาได้นัดประชุมร่วมรัฐสภาในวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. เวลา 09.00 น. เพื่อให้ความเห็นชอบพิจารณาร่างกฎหมายที่ ครม.ได้ยืนยันมา

ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง วุฒิสภา แถลงกรณีการยื่นหนังสือขอให้ ครม.มีมติร้องขอให้สภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดยภาคประชาชนเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า หลังการประชุม ครม.รอบที่ผ่านมา มีมติ ครม.ที่จะนำร่างกฎหมายที่ค้างพิจารณา 31 ฉบับเข้ามาพิจารณาอีกครั้ง แต่ก็มีร่างที่ถูกเสนอโดยภาคประชาชนกลับเข้ามาเพียงร่างเดียว คือร่าง พ.ร.บ.บริหารอากาศสะอาด ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ประชุมและมีความเห็นว่าร่าง พ.ร.บ.อีก 9 ร่างที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอโดยตรง กฎหมายเหล่านี้มีเจตจำนงของประชาชนนับหมื่นที่เข้าชื่อกัน เพื่อมีส่วนร่วมทางการเมืองและเสนอกฎหมาย                

นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า เพื่อให้กฎหมายดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและคุ้มครองสิทธิประชาชนผู้เข้าชื่อเสนอรายชื่อ จึงเสนอให้ ครม.พิจารณาเร่งรัดยืนยันร่าง พ.ร.บ.อีก 8 ฉบับนี้ต่อรัฐสภา อาทิ ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม, ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพฯ, ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี, ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมสังคมสันติสุข, ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืนป่า เป็นต้น

นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 รวมทั้งเพิ่มหมวด 15/1 ที่ยังค้างการพิจารณาของสภา และมีการยุบสภา ซึ่งทางวิปรัฐบาลได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าคงไม่นำร่างนี้มาพิจารณา เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนก่อน แต่ตนคิดว่าการที่ประชาชนได้ลงมติในคำถามแรกอย่างท่วมท้น 21 ล้านเสียง มันมีความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลควรจะต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ เพราะประชาชน 21 ล้านเสียงคาดหวังว่าจะมีความชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้น

 “อย่างน้อยถ้าท่านแจ้งว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และไม่คิดจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาต่อ คิดว่าหลายฝ่ายคงจะยอมรับในความเห็นของท่านแม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยท่านควรจะมีความชัดเจนในเรื่องของไทม์ไลน์ ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร จะนำวาระนี้เข้าสู่สภาอีกครั้งภายในเมื่อไหร่ จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการอีกครั้งเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 256 อีกครั้งเมื่อไหร่ แล้วจะมีการจัดทำประชามติในคำถามที่สองอีกครั้งภายในเมื่อไหร่ ซึ่งประชาชน 21 ล้านเสียง รวมถึงผมยังรอความชัดเจนจากรัฐบาลในประเด็นนี้อยู่" นายนรเศรษฐ์กล่าว

ทางด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี รับหนังสือจากภาคประชาชน นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธานศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน เรื่อง ยกเลิกสิทธิประโยชน์ของ สส. สว.

นพ.วรงค์กล่าวว่า ภาคประชาชนมายื่นหนังสือถึงตนอยู่ 3 ประเด็นคือ ยกเลิกบำนาญ สส. สว. เรื่องการลดจำนวนผู้ช่วย สส., สว. จาก 8 เหลือ 3 คน และยกเลิกเอกสิทธิ์ในการคุ้มครองทั้ง สส.และ สว. ซึ่งในส่วนของ 2 ประเด็นแรก เรื่องของกองทุนอดีตผู้ดำรงตำแหน่งอดีต สส.และ สว. และเชื่อว่าไม่เพียงแต่พี่น้องภาคประชาชนที่มาในวันนี้ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศก็ไม่มีใครเห็นด้วยที่จะต้องให้ประชาชนไปเลี้ยงดูทั้ง สส.และ สว. เมื่อตัวเองไม่ได้ดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต ดังนั้นตนรับเรื่องนี้ไว้

นพ.วรงค์กล่าวด้วยว่า บ่ายวันนี้ (7 พ.ค.) จะมีวาระในการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ หลังจากที่ได้สภาชุดใหม่ ซึ่งจะเอาเรื่องนี้เข้าสู่การอภิปราย และฝากสาระสำคัญให้คณะกรรมการพิจารณายกเลิกบำนาญ สส.และ สว. แต่เรื่องการลดตำแหน่งผู้ช่วยฯ จาก 8  เหลือ 3 เป็นอีกวาระหนึ่ง คงจะรอในจังหวะที่เหมาะสม ขณะที่เรื่องการยกเลิกเอกสิทธิ์การคุ้มครอง สส.นั้นเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ซึ่งขอรับเรื่องไว้ทั้งหมด เมื่อถึงวาระเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนจะเป็นปากเป็นเสียงในการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ 

"ผมสู้เต็มที่ เพราะผมไม่ต้องการให้ผู้แทนประชาชนมาเอาเปรียบประชาชน ถือว่าผู้แทนประชาชนอาสาเข้ามาดูแลประชาชน ไม่ใช่ต้องให้ประชาชนมาดูแลจนตาย มันเอาเปรียบประชาชนมากเกินไป" นพ.วรงค์กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใกล้ออกจากคุก ทักษิณนับวันรอ ไปตรวจสุขภาพ

ใกล้ออกจากคุก! “ทักษิณ” ดีใจ เฝ้านับวันในเรือนจำฯ กว่า 243 วันครึ่ง หลังต้องเยี่ยมผ่านลูกกรงมาตลอด "อิ๊งค์" ระบุพ่อไม่ได้คุยเรื่องเส้นทางการเมืองหลังจากได้พักโทษให้ฟัง

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี