ไม่รั่วสตางค์เดียว! ‘อนุทิน’ยัน‘พรก.กู้เงิน4แสนล้าน’นายกฯต้องรับผิดชอบ

"นายกฯ อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ  ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้ายนายกฯ  เป็นผู้รับผิดชอบ ย้ำจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อ ปชช. รับรองไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว เปิด 2 กฎหมายลูกภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน  4 แสนล้าน คุมเข้มหลักเกณฑ์แผนงานโครงการเสนอขอใช้เงิน พร้อมกลไกติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ให้บรรลุเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง พ.ร.ก.ให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ..... (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันเดียวกันนี้ว่า ยืนยันว่าเรื่องนี้ตนและนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง รวมถึงรัฐมนตรีทั้งหลายที่กำกับดูแลใช้งบประมาณโดยตรง จะใช้ความเข้มงวดในการดำเนินการอย่างเต็มที่

"เงินเหล่านี้เมื่อถูกใช้ก็จะถูกส่งตรงไปยังพี่น้องประชาชน ไม่มีโครงการอะไรต่างๆ มาคั่นกลางกับสิ่งที่เราจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนทำให้คุณภาพชีวิต ค่าครองชีพ และปากท้องได้รับการแก้ไขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

ผู้สื่อข่าวถามกรณีจะมีการนำเรื่องนี้ขึ้นฟ้องศาลรัฐธรมนูญ จะทำให้โครงการที่ใช้งบนี้สะดุดหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ตามกฎหมายเลย เรื่องนี้ได้มีการโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว และมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันนี้แล้ว จากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของตน

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชกำหนดฉบับนี้ลงมาแล้ว ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือนายกรัฐมนตรี  เพราะฉะนั้นจากนี้ไปผมต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบ  จะดีจะร้าย จะได้ผลหรือไม่ได้ผล ผมต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาในแนวทางที่ดีมีประโยชน์ เกิดคุณประโยชน์ และรับรองได้ว่าไม่มีรั่วไหลแม้แต่สตางค์แดงเดียว รัฐมนตรีทุกคนใน ครม.ของผมในฐานะที่ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบว่าจะต้องมีการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ออกมา ก็จะช่วยกันสอดส่องดูแลในการใช้งบประมาณก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและพี่น้องประชาชน"  นายอนุทินกล่าว

รายงานข่าวจากทำเนียบฯ แจ้งว่า จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมามีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ..... หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวจากทำเนียบเปิดเผยว่า นอกจากการออกร่าง พ.ร.ก.ฉบับใหญ่แล้ว ภายใต้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ยังมีกฎหมายลำดับรองที่สำคัญอีก 2 ฉบับ

มติเห็นชอบในหลักการ

ซึ่งออกเป็นร่างระเบียบกระทรวงการคลัง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว ประกอบด้วย 1.ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. ....

และ 2.ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.....

สำหรับรายละเอียดของร่างระเบียบฉบับแรก คือ ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ..... ซึ่งออกตามมาตรา 7 วรรคสาม ของร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ ที่กำหนดให้การดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการภายใต้ร่างพระราชกำหนดกู้เงินฯ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินแผนงานหรือโครงการเงินกู้ภายใต้ร่างพระราชกำหนดดังกล่าว โดยครอบคลุมขั้นตอนและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเสนอ การพิจารณากลั่นกรอง และการอนุมัติโครงการ การดำเนินโครงการ การเก็บรักษาเงินกู้และการเบิกจ่ายเงินกู้ และหลักเกณฑ์การใช้วงเงินกู้สำหรับรายการเงินสำรองจ่ายและเงินกู้เหลือจ่าย ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามร่างพระราชกำหนดพิจารณากำหนดวงเงินโครงการที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอให้มีความเหมาะสมที่จะใช้จ่ายจากเงินกู้ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ

โครงการจำเป็นเร่งด่วน

ทั้งนี้ ได้กำหนดลักษณะโครงการที่หน่วยงานจะจัดทำข้อเสนอ ต้องเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับแผนงานหรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชกำหนด หรือเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันโดยเร็วแต่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ หรือได้รับจัดสรรงบประมาณไว้แล้วแต่มีจำนวนไม่เพียงพอ หรือเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่าในการดำเนินงานและก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือสังคมตามวัตถุประสงค์ไว้ในบัญชีท้ายพระราชกำหนดนี้ด้วย

ส่วนฉบับที่ 2 คือ ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ..... ซึ่งออกตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้เมื่อมีการใช้จ่ายเงินกู้แล้วให้มีการติดตามประเมินผล และรายงานผลการใช้จ่ายเงินกู้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้มีคณะกรรมการประเมินผลเพื่อทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางในการติดตามประเมินผล โดยจัดให้มีการประเมินผลโครงการและจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบทุก 6 เดือนนับแต่วันที่ดำเนินโครงการแล้วเสร็จ

รวมทั้งจัดทำรายงานการประเมินผลโครงการในภาพรวมตลอดจนรายงานการประเมินผลลัพธ์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดโครงการสุดท้ายที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติโดยใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กด่วน! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ยืนยันสิทธิแล้ว 8.45 ล้านราย

รัฐบาลเปิดตรวจสอบสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หลังมีผู้ยืนยันสิทธิสำเร็จแล้วกว่า 8.45 ล้านราย คิดเป็นกว่า 95% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด พร้อมนัดประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ 17 กรกฎาคมนี้

เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’

นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป