อาตี๋ซีโฟร์พ่นพิษ! “สีหศักดิ์” จ่อหั่นฟรีวีซ่าเหลือ 30 วัน “ทร.-บช.น.” ประสานเสียงไม่เอาไว้แน่หากมีคนในร่วม “จ่าบอย-จ่าแหบ” ปัดมีเอี่ยว “รอง ผบช.ภ.2” เผยเรื่องมีบัตรประชาชนคนไทยเป็นข่าวปลอม ยันเรื่องป่วยจิตไม่สามารถอ้างยุติคดีร้ายแรงได้ เด็กส้มแนะ สตช.ต้องคุ้ยให้ละเอียด เพราะอาจเกี่ยวกับคดีความมั่นคง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน พร้อมอาวุธปืน เครื่องกระสุน และอุปกรณ์จำนวนมาก โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่าน่าเป็นห่วง แต่ต้องขอไปดูผลการสอบสวนก่อน ซึ่งไทยเป็นสังคมเปิด มีคนมาท่องเที่ยว เราอยากให้คนเข้ามาทำธุรกิจ แต่เราก็ต้องระวังเรื่องวีซ่าทั้งหลาย บางครั้งเข้ามาโดยการอ้างว่าเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาโดยฟรีวีซ่า 60 วัน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศกำลังดู โดยมีคณะกรรมการวีซ่าที่คุยกันหลายหน่วยงาน และกำลังเสนอจาก 60 วัน ลดเหลือ 30 วัน ซึ่งต้องดูว่าวีซ่าแต่ละประเภทรัดกุมเพียงพอหรือไม่
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) กล่าวถึงการสืบสวนขยายผลที่มีการซัดทอดว่ามีข้าราชการสังกัดกองทัพเรือมากกว่า 1 นายอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธว่า ทร.ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเบื้องต้นผู้บังคับบัญชาได้นำกำลังพลที่ถูกพาดพิงเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอน
“กองทัพเรือขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นกำลังพลในสังกัดหรือไม่ หากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน ยืนยันว่าการกระทำใดที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม การกระทำผิดกฎหมาย หรืออาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ถือเป็นเรื่องที่กองทัพเรือให้ความสำคัญสูงสุด และจะไม่ละเว้นต่อผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด”
ด้าน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงนามในคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 154/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า อาวุธปืนบางรายการที่ตรวจยึดได้ มีผู้ครอบครองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่างๆ ว่าตำรวจในสังกัดเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่ถูกตรวจยึด รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวหรือไม่ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 6 นาย มี พล.ต.ต.ธนกฤต บุญเจริญ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานกรรมการ พร้อมกำชับให้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว และรายงานผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับความคืบหน้าคดีนั้น ภายหลังตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการค้าอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม M4 ได้รวม 3 ราย ประกอบด้วย พ.จ.อ.เมธี นารมย์ อายุ 46 ปี สังกัดกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 กรมสารวัตรทหารเรือ, นายคเชนทร์ เสียงล้ำ อายุ 47 ปี ครูฝึกสอนยิงปืนสนามแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา และนายจำรอง สุทธิรัมย์ อายุ 51 ปี พลเรือน ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า รับโอนเงินค่าอาวุธปืนจากผู้ต้องหาชาวจีน
ล่าสุดตำรวจชุดคลี่คลายได้เชิญตัว จ.อ.วัชรินทร์ ชุนฟุ้ง อายุ 43 ปี หรือจ่าบอย สังกัดกองบินทหารเรือ และ พ.จ.อ.ปฐมพล หลวงชัย หรือจ่าแหบ อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการทหาร สังกัดกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 กรมสารวัตรทหารเรือ (เสื้อขาว) หลังถูกซัดทอดเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน
ระหว่างถูกควบคุมตัวเข้าสอบสวน จ่าบอยปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ส่วนจ่าแหบเผยว่า หลังปรากฏข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าอาวุธสงคราม ก็รู้สึกตกใจ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาหรือขายอาวุธปืนไรเฟิลให้ผู้ต้องหาชาวจีนแต่อย่างใด แม้จะรู้จักผู้ต้องสงสัยรายอื่น เพราะเคยทำงานในแวดวงเดียวกัน แต่ไม่เคยรู้จักผู้ต้องหาชาวจีนมาก่อน พร้อมยืนยันว่าหากถูกแจ้งข้อกล่าวหา จะขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายกระทง ประกอบด้วย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 แถลงความคืบหน้าคดีว่า ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และสามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและจัดหาอาวุธปืนได้บางส่วนแล้ว ส่วนประเด็นวัตถุระเบิด อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลทางเทคนิค และตรวจสอบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นเพิ่มเติม ซึ่งพบความเกี่ยวข้องกับบุคคลในหน่วยงานราชการ ได้มีการส่งข้อมูลให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้ว
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวในโลกออนไลน์กรณีผู้ต้องหาชาวจีนมีบัตรประจำตัวประชาชนไทยว่า เป็นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ โดยบุคคลที่ปรากฏในบัตรประชาชนดังกล่าว เป็นคนละคนกับผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกจับกุมพร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดซีโฟร์ ส่วนกระแสข่าวเรื่องอาการป่วยทางจิตของผู้ต้องหานั้น ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักจิตวิทยาร่วมประเมินอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักการแพทย์
“แม้ผู้ต้องหาจะมีอาการป่วยใดๆ ก็ไม่ใช่เหตุยุติแห่งความผิด เนื่องจากพฤติการณ์ครอบครองอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และอุปกรณ์อันตรายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ”พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ระบุ
ด้านนายธนาธาร ประมูลพงษ์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงกรณีจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ที่ระบุว่าผู้ต้องหาเป็นเพียงชาวจีนที่ชื่นชอบอาวุธปืน มิใช่ผู้ก่อการร้าย ว่าสังคมยังต้องการคำอธิบายที่ชัดเจนกว่านี้ เพราะสิ่งที่ประชาชนเห็นจากข่าว ไม่ใช่อาวุธปืนทั่วไปที่นักสะสมบางคนครอบครองกัน แต่คืออาวุธสงคราม ที่สำคัญคือระเบิดไม่ได้อยู่ในสภาพเก็บสะสม แต่มีรายงานว่าถูกประกอบ เชื่อมสาย และติดตั้งเข้ากับเสื้อกั๊กพร้อมใช้งานแล้ว คำถามคือ ถ้าไม่ใช่เพื่อเตรียมใช้งาน แล้วจะประกอบในลักษณะนี้ไว้เพื่ออะไร
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติจำเป็นต้องสืบสวนเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาและรอบด้าน ทั้งเรื่องเจตนา เครือข่าย ความเชื่อมโยง เส้นทางการเงิน และวัตถุประสงค์ของการครอบครองอาวุธทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงต้องมีมาตรการเชิงรุกที่จริงจังในการจัดการไทยเทา นอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติ ผมย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่ใช่คดีอาชญากรรมทั่วไป แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนทั้งประเทศ เรื่องแบบนี้รัฐต้องประเมินอย่างรอบด้านเเละให้ความสำคัญยิ่ง พร้อมทั้งติดตามสืบสวนขบวนการที่อยู่เบื้องหลังผู้ต้องหาชาวจีนนี้” นายธนาธารระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อนุทิน’ฟิตจัด ลงภูเก็ตขยี้กุ๊ย เย็นลุยระนอง
“อนุทิน” ไปภูเก็ต ลงพื้นที่แก้ปัญหาบุกรุกหาดสาธารณะ ซัดมีแต่กุ๊ยไม่ใช่มาเฟีย เพราะมาถึงก็หางจุกตูด
ชินวัตร-แดงนับพัน!รอรับ‘ทักษิณ’พ้นคุก
"ทักษิณ" ได้ฤกษ์ออกจากเรือนจำ 07.45 น. เคารพธงชาติ 8 โมงเช้า
โพลยันชัชชาตินำโด่งผู้ว่าฯกทม.
สวนดุสิตโพลชี้ "ชัชชาติ" นำโด่ง คนหนุนนั่งผู้ว่าฯ สมัยสอง
สกัดเงินกู้4แสนล. เท้งใช้ฉบับส้มยื่น‘โสภณ’ ย้ำ‘ปรับพลังงาน’ไม่ด่วน
“ณัฐพงษ์” เผยคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเสร็จแล้ว คาดยื่นสภา 11 พ.ค.
ไม่รั่วสตางค์เดียว! ‘อนุทิน’ยัน‘พรก.กู้เงิน4แสนล้าน’นายกฯต้องรับผิดชอบ
"นายกฯ อนุทิน" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินฯ ประกาศใช้แล้ว หลังจากนี้จะดีจะร้ายนายกฯ เป็นผู้รับผิดชอบ ย้ำจะสอดส่องดูแลใช้งบให้เกิดประโยชน์ต่อ ปชช. รับรองไม่รั่วไหลแม้สตางค์แดงเดียว
หนูเหมือนหลานแม้ว
นายกฯ ยินดี "ทักษิณ" ออกจากเรือนจำ 11 พ.ค.นี้ บอกยังเคารพ เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ผูกพันเหมือนลูกเหมือนหลาน กรุงเทพฯ แคบแค่นี้คงมีโอกาสได้พบกัน

