ชินวัตร-แดงนับพัน!รอรับ‘ทักษิณ’พ้นคุก

"ทักษิณ" ได้ฤกษ์ออกจากเรือนจำ  07.45 น. เคารพธงชาติ 8 โมงเช้า ครอบครัวชินวัตร-คนเสื้อแดง-พท.แห่ต้อนรับ ยธ.ยันต้องติดกำไล EM จนพ้นโทษ 9 ก.ย. แต่ยื่นขอถอดชั่วคราวเพื่อรักษาพยาบาลได้ "พินทองทา" โพสต์ซึ้ง 8  เดือนที่ผ่านมาขมและกลืนยากที่สุด ขอบคุณทุกกำลังใจ "แกนนำ พท.-คนเสื้อแดง" ยกนายใหญ่สัญลักษณ์นักสู้เพื่อ ปชต.ที่ถูกกระทำ วอนทุกฝ่ายเลิกขัดแย้ง อย่าระรานกันอีก "ถาวร" แนะเลิกแทรกแซง พท.-สั่งการ รมต.

เมื่อวันอาทิตย์ แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมได้รับการปล่อยตัวพักโทษในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ภายหลังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษมีมติให้เป็น 1 ในผู้ต้องขัง 859 ราย ที่ผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป โดยกำหนดเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM ตลอดระยะเวลาพักโทษจนถึงวันที่ 9 ก.ย.69

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า มติดังกล่าวถือเป็นที่สุดแล้ว เนื่องจากคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาคุณสมบัติ พฤติการณ์ และข้อเท็จจริงตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายครบถ้วน จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง สำหรับขั้นตอนในวันปล่อยตัว เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 จะเดินทางไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อติดกำไล EM พร้อมชี้แจงเงื่อนไขและขั้นตอนการใช้งานอุปกรณ์ รวมถึงดำเนินการเอกสารต่างๆ เนื่องจากเรือนจำอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ภายหลังการปล่อยตัวต้องเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติฯ ภายใน 3 วัน ระหว่างวันที่ 11-13 พ.ค.69 เนื่องจาก “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ซึ่งเป็นสถานที่พักอาศัย อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานดังกล่าว โดยจะมีการชี้แจงรายละเอียด เงื่อนไข และแนวปฏิบัติระหว่างการคุมประพฤติ ซึ่งคาดว่าจะมีการรายงานตัวเดือนละ 1 ครั้ง จนครบกำหนดพักโทษ

แหล่งข่าวระบุว่า หากมีความจำเป็นด้านสุขภาพ เช่น การเข้ารับการตรวจ MRI หรือการรักษาที่เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็ก ผู้ถูกคุมประพฤติสามารถยื่นคำร้องขอถอดกำไล EM ชั่วคราวได้ โดยต้องมีเอกสารรับรองจากแพทย์ยืนยันว่ากำไล EM เป็นอุปสรรคต่อการรักษา และเมื่อเสร็จสิ้นการรักษาจะต้องกลับมาติดกำไลตามเดิม ส่วนกรณีขอปลดกำไล EM แบบถาวร จะทำได้เฉพาะกรณีมีปัญหาสุขภาพรุนแรง เช่น ป่วยติดเตียง ข้อเท้าเป็นแผล หรือการติดกำไลส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างชัดเจน โดยต้องเสนออนุกรรมการชุดเดิมพิจารณาอีกครั้ง

สำหรับเงื่อนไขการคุมประพฤติ ไม่มีข้อห้ามพิเศษเกี่ยวกับการเมือง แต่ยังคงใช้หลักเกณฑ์ทั่วไปเช่นเดียวกับผู้พักโทษรายอื่น อาทิ ต้องรายงานตัวตามกำหนด ห้ามออกนอกจังหวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธปืน หรือกระทำผิดซ้ำ รวมถึงไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ หากในระหว่างพักโทษมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ และนายทักษิณเข้าเกณฑ์ได้รับอภัยโทษ กรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้ดำเนินการเสนอศาลออกหมายปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษ

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ เปิดเผยว่า หลังออกจากเรือนจำ นายทักษิณจะเดินทางกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าทันที ส่วนการเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติภายใน 3 วันนั้น จะเลือกวันตามความเหมาะสม แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกำหนดแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค.นี้ นายทักษิณจะเริ่มดำเนินการเรื่องเอกสารภายในเรือนจำตั้งแต่เวลา 07.00 น. ก่อนออกจากแดนพยาบาลมายังประตูหน้าเรือนจำเวลาประมาณ 07.45 น. และร่วมเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. โดยจะมีครอบครัวชินวัตร รวม 10 คน รอให้การต้อนรับ พร้อมคาดว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงและสื่อมวลชนเดินทางมาติดตามบรรยากาศจำนวนมาก ขณะที่เรือนจำกลางคลองเปรมยืนยันยังเปิดให้เยี่ยมญาติผู้ต้องขังตามปกติ และได้จัดพื้นที่รองรับสื่อมวลชนรวมถึงผู้สนับสนุนไว้เรียบร้อยแล้ว

พท.วอนเลิกขัดแย้ง

วันเดียวกัน  น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ โพสต์คลิปบรรยากาศครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำกลางคลองเปรมตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา พร้อมข้อความผ่านอินสตาแกรมและแท็กถึง น.ส.แพทองธาร และนายพานทองแท้ ระบุว่า เรื่องราวมากมายและยาวนานของเราผ่านมาเกือบ 20 ปี เหมือนชีวิตมีหลาย episodes ยอมรับว่า ep.นี้ ขมและกลืนยากที่สุด (8 เดือนมานี้) เพราะเราเห็นคนที่เรารักต้องผ่านเรื่องราวนี้ คุณพ่อไม่เพียงแต่อดทนและปล่อยวาง คุณพ่อยังมักให้แง่คิดในการใช้ชีวิต ส่งรอยยิ้มให้ลูกๆ หลานๆ สบายใจกลับไปทุกครั้งที่มาเยี่ยม คุณพ่อยังบอกหลายครั้งให้พวกเราไม่ต้องห่วง และฝากความห่วงใยไปด้านนอกให้พวกเราไปบอกทุกๆ คนที่มาคอยรอเราให้ไม่กังวล 

"การรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลง เอมและครอบครัวขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ทุกกำลังใจจริงๆ ที่คอยส่งมาให้พวกเราตลอดการเดินทางอันยากนี้ ทุกๆ น้ำตาที่แม้เราไม่รู้จักกัน แต่มาอดทนยืนรอในความร้อน และร้องไห้จับมือ บีบมือพวกเราเพื่อส่งกำลังใจให้เราทุกครั้งที่มาเยี่ยมมันมีความหมายมากมาย" น.ส.พินทองทาระบุ

นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย   (พท.) กล่าวถึงกรณีพรรค พท.จะมีการรอต้อนรับนายทักษิณอย่างไรว่า ต้องยอมรับว่านายทักษิณเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของ พท. เป็นอดีตนายกฯ  ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติเป็นอย่างมาก แต่ พท.ไม่ได้มีการนัดหมายเพื่อรอต้อนรับนายทักษิณ เพราะสมาชิกพรรคบางท่านอาจติดภารกิจ ดังนั้นใครสามารถไปได้ก็จะเดินทางกันไปเองโดยไม่ได้นัดหมายกัน วันนี้นายทักษิณอายุมากแล้ว  และท่านรับโทษถึงที่สุดแล้ว คิดว่าความขัดแย้งทางการเมืองต่อนายทักษิณควรสิ้นสุดลงได้แล้ว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายทักษิณคือบุคคลสำคัญผู้ยืนหยัดบนเส้นทางประชาธิปไตยอย่างองอาจและยาวนาน เปรียบดั่งสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพ ความหวัง และพลังศรัทธาของมวลชน เป็นดั่งผู้จุดประกายจิตวิญญาณประชาธิปไตยให้ลุกโชนท่ามกลางยุคสมัยแห่งความแตกแยกและความผันผวน นายทักษิณได้ฝากมรดกทางความคิด วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ ผลงานและนโยบายสาธารณะที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริงไว้กับสังคมไทยจำนวนมาก ประชาชนเคยรู้สึกว่านโยบายของรัฐมิได้เป็นเพียงวาทกรรมอันห่างไกล หากแต่เป็นพลังแห่งโอกาสที่เข้าถึงชีวิตผู้คน ยกระดับคุณภาพชีวิต สามารถสัมผัสได้อย่างแท้จริง

นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า  นายทักษิณคือความหวัง เพราะมีทั้งความคิดที่หลักแหลม วันนี้ประเทศไทยประสบปัญหาภัยเศรษฐกิจอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ไม่น่าเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจโตต่ำที่สุดในอาเซียน ทำให้คนไทยทุกข์ยากลำบากแร้นแค้น เพราะความขัดแย้งการแบ่งพวกแบ่งฝ่าย ความอยุติธรรม ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคทุกภาคส่วนของอำนาจ จงมาหลอมรวมกันเพื่อสามัคคี จับมือเลิกทะเลาะ เลิกขัดแย้ง เลิกกีดกันคนเก่ง แล้วกลับมาพลิกฟื้นให้เศรษฐกิจเป็นผู้นำในอาเซียนอีกครั้ง

เสื้อแดง-พท.แห่ต้อนรับ

สำหรับบรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม มีความคึกคักเป็นพิเศษ หลังมีข่าวการเตรียมปล่อยตัวนายทักษิณ มวลชนคนเสื้อแดงนำเสื่อมาปูริมทางฟุตปาธบริเวณหน้าประตูทางเข้าเรือนจำ พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐาน อาทิ พัดลมมือถือ ร่ม และเสบียงอาหาร โดยส่วนใหญ่สวมเสื้อสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์แสดงจุดยืนทางการเมือง พร้อมถือป้ายข้อความต้อนรับ อาทิ "ยินดีต้อนรับ ท่านนายกฯ กลับบ้าน" กิจกรรมในพื้นที่มีการเปิดเพลงสร้างความครึกครื้น              

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ประชาชื่น สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่จากเรือนจำกลางคลองเปรม เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ กว่า 500 นาย ได้วางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด

ช่วงบ่าย นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาร่วมกิจกรรมที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และได้แจกลอตเตอรี่ 700 ใบ เพื่อตอบแทนมวลชนที่มาให้กำลังใจนายทักษิณ และมารอการปล่อยตัวโดยถือเป็นการมอบโชคจากอดีตนายกฯ ทักษิณ

นายก่อแก้วกล่าวว่า เชื่อว่าอดีตนายกทักษิณคงอยากมาอยู่กับลูกกับหลาน แต่ท่านเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ เป็นผู้เฉลียวฉลาด มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ก็จะมีทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการ นักการเมือง อยากให้ท่านมาแสดงความคิดในมิติต่างๆ  ในการแก้ปัญหาประเทศ ท่านก็อดจะตอบไม่ได้ พี่น้องเสื้อแดงก็ห่วงท่าน ไม่อยากให้ท่านมาเผชิญชะตากรรมที่คาดเดาไม่ได้ในอนาคต อยากให้ท่านมีความสุขกับครอบครัวในบั้นปลายชีวิต และอยากให้ท่านให้คำแนะนำกับบ้านเมืองในยามที่จำเป็น โดยไม่อยากให้ใครรู้สึกว่าท่านกำลังเดินเกมทางการเมือง

"ฝากไปยังฝ่ายแค้นด้วยว่า เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี หลายท่านที่ยังโกรธแค้นท่านโดยไม่ทราบสาเหตุ ขนาดท่านอยู่ในเรือนจำก็ยังจะไปอุทธรณ์ไม่อยากให้พักโทษ ไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร จึงอยากฝากถึงฝ่ายแค้นทุกท่านว่า อย่าไปยุ่งกับท่าน ให้ท่านอยู่กับครอบครัว อย่าไปดึงท่านมา อย่าไประราน ต่างคนต่างอยู่ ที่ผ่านมาก็แล้วๆ กันไป อนาคตจะได้อยู่อย่างสงบสุข เพื่อให้สังคมไทยได้เดินหน้า" นายก่อแก้วกล่าว

ช่วงค่ำ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่หน้าเรือนจำ ให้สัมภาษณ์ว่า นายทักษิณคือนายกฯ ที่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากที่สุด ได้รับคะแนนสนับสนุนจากการเลือกตั้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ถูกกระทำจากขบวนการอำนาจทางการเมืองจากคณะรัฐประหาร และกลุ่มพลังนอกระบบมากที่สุด หนักหนาสาหัสที่สุด เราเพียงอยากให้กำลังใจ และอยากยืนยันว่าการรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศ ใครก็ตามที่ถูกกระทำจากรัฐประหารจะไม่เดินเดียวดาย  จะมีประชาชนผู้รักประชาธิปไตยคอยให้การสนับสนุนและเคียงข้างเสมอ

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ แสดงความยินดีต่อการได้รับอิสรภาพของนายทักษิณ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ก็เป็นไปตามที่ท่านพูด เพราะนายอนุทินเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายทักษิณ หลายคนในพรรคภูมิใจไทยและในรัฐบาลก็เคยร่วมงานกัน ท่านแสดงความปรารถนาดีก็ขอบคุณด้วยแล้วกัน ชะตากรรมของนายทักษิณ ใครไม่รักไม่ชอบไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาซ้ำเติมหรือต้องมาสะใจกัน หลักของตนคือผู้ถูกกระทำจากอำนาจเผด็จการ จะต้องไม่ยืนอย่างโดดเดี่ยว และพวกเราพร้อมยืนเคียงข้าง

อย่าแทรกแซง พท.-รมต.

ด้านนายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.มหาดไทย-รมช.คมนาคม และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่า คิดว่านายทักษิณได้รับบทเรียนแล้วว่าการทำตัวเป็นจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยได้รับผลอย่างไร หลังออกมาแล้ว รอบนี้ก็ขอให้ถอดบทเรียนครั้งนั้น อย่าไปแทรกแซงรัฐมนตรี อย่าไปแทรกแซงพรรค ถ้าจะมาทำการเมืองก็อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งทำได้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อย่าล่วงล้ำ ขอส่งสัญญาณไปถึงด้วยความหวังดีจริงๆ เพราะไม่ได้มีอะไรกับนายทักษิณเป็นการส่วนตัว หากอยู่ในกรอบ ให้เกียรตินักการเมืองในพรรคท่าน เวลาจะให้คำแนะนำอะไรก็ไม่ควรออกมาปรากฏบนจอ คิดว่าพรรคก็น่าจะไปได้

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า คนที่สนับสนุนนายทักษิณมองว่าเป็นข่าวดี ซึ่งตนไม่ได้คัดค้านอะไร แต่อยากถอยมามองภาพรวม อย่ามองว่าเป็นความยินดีในตัวบุคคลใดคนหนึ่ง แต่ปัญหาในกระบวนการยุติธรรมยังมีผู้ต้องขังที่ศาลยังไม่ได้มีการพิพากษาว่าผิด แต่จำเป็นต้องถูกกักขังในเรือนจำ เพราะไม่มีสิทธิในการประกันตัว และเงินในการประกันตัว หรือกฎหมายปัจจุบันมีบทบัญญัติที่ระบุว่า ต้องไปกักขังแทนการจ่ายค่าปรับ เรื่องนี้หลายพรรคได้สนับสนุนแนวคิดการให้ยกเลิกการจ่ายค่าประกันตัว หรือบำเพ็ญสาธารณประโยชน์แทนในคนที่ตามหลักกฎหมายยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าผิด ซึ่งตามหลักแล้วต้องสมมุติไว้ก่อนว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นคนบริสุทธิ์ ให้สามารถออกมาใช้ชีวิตประจำวันในสังคมได้

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ’35 กล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ คือร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ..... หลังจากนี้วุฒิสภาสามารถพิจารณาต่อจากวาระที่ค้างอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการนับหนึ่งใหม่ จึงฝากความหวังไว้กับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และวิปวุฒิสภา ได้ประสานงานกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ทุกคน ร่วมกันพิจารณาผ่าน 3 วาระรวด ก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ถือเป็นการสร้างกุศลร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสามัคคีสมานฉันท์ของคนในชาติ บ้านเมืองจะกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม

"ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุขมีผลบังคับใช้โดยเร็ว เชื่อได้ว่าความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่ต้องคดีจะได้ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังคำกล่าวที่ว่า 'ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัย' และทุกฝ่ายซึ่งเป็นพี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้” นายอดุลย์กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' พักโทษแม้วอย่ามองแค่ตัวบุคคล กระทุ้งระบบยุติธรรมยังมีปัญหา

'เท้ง' ไม่ค้านปม 'ทักษิณ' ได้พักโทษ แต่ชวนคิด ขออย่ามองเป็นเรื่องน่ายินดีแค่ตัวบุคคล ชี้ ต้องมองภาพรวมระบบยุติธรรมที่ยังมีช่องโหว่