“ฝ่ายค้าน” ยื่น “โสภณ” ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยับยั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท เฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุขัด ม.172 ซัดสอดไส้หวังตีเช็คเปล่าเอาเงินเยียวยา ปชช.เป็นตัวประกัน “กรวีร์” ชี้ 14 พ.ค.สภาฯ ไม่มีถก พ.ร.ก.เพราะส่งเรื่องตีความ ทำญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญเป็นหมัน “เอกนิติ” ยกตัวเลขเงินเฟ้อสะท้อนความเร่งด่วน ชี้หากช้ากระทบวงกว้าง เตรียมชง ครม.ปรับแผนก่อหนี้ “อนุทิน” เหน็บ กม.แม้มี 5 หน้า แต่สะท้อนประสิทธิภาพคนทํางานเป็นกับคนยังไม่เคยทํางาน
เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.), น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ฝ่ายค้านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่ามีความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่ามีการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่กลับเอามาอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยนำเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน โดยเนื้อหาคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญมีทางออกให้ศาลพิจารณาในทุกส่วน เป็นข้อมูลที่เชื่อว่าหากศาลได้วินิจฉัยจะเห็นว่า การปรับโครงสร้างพลังงานสามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือบางส่วนของมาตรการเยียวยาไม่จำเป็นต้องนำมาอยู่ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะสามารถอยู่ในส่วนภาษีสรรพสามิตได้
นายกรณ์กล่าวว่า เท่าที่ดูข้อเสนอของรัฐบาลเทียบกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินในอดีต มีข้อสรุปว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ขณะที่มาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของประเทศระบุว่า การออก พ.ร.ก.จะกระทำได้ในกรณีที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ต้องลองไปเปรียบในอดีตที่ออก พ.ร.ก.ทั้งช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด สามารถนำมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจุจจบันได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยต่อไป
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง พ.ร.ก.จะเดินหน้าต่อไปได้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พ.ร.ก.ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลขอให้วินิจฉัยว่า หากรัฐบาลใช้จ่ายเงินไปก่อนที่จะมีคำวินิจฉัย และถ้าศาลมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ต้องเรียกคืนหรือไม่ ในคำร้องของฝ่ายค้านพยายามเขียนให้รัดกุม และให้ศาลมีคำสั่งเฉพาะหน้าให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยให้วินิจฉัยเป็นรายกรณีไป ฝ่ายค้านยืนยันว่าเราเขียนคำร้องอย่างรอบคอบ เพราะที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหาว่า คำสั่งที่ผูกพันทุกองค์กรบางครั้งไปก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายบริหาร
“ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน คาดว่าไม่อยากให้รัฐบาลโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดนี้ เพราะการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวมีเพียงคณะกรรมการกลั่นกรองไม่กี่ชุด หากรัฐบาลไม่ได้มีเจตจาสอดไส้ ปกปิด หรือตีเช็คเปล่า ก็ไม่จำเป็นต้องโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.” นายณัฐพงษ์กล่าว
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า คำร้องของฝ่ายค้านที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ระงับการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนการปรับโครงสร้างพลังงาน ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ คำร้องของฝ่ายค้านเป็นการแยกเฉพาะส่วน แต่ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวทั้งก้อนหรือเฉพาะส่วน
ด้านนายโสภณกล่าวว่า ตามกระบวนการหลังจากรับเรื่องจากฝ่ายค้านแล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้องของญัตติและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน ดังนั้นจะปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนจะยื่นศาลก่อนวันที่ 14 พ.ค.นี้ที่จะพิจารณากู้เงินหรือไม่นั้น จะยื่นให้เร็วที่สุด
ส่วนนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การใช้เงินจาก พ.ร.ก.หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯ แล้ว รัฐบาลสามารถเดินหน้าได้ แม้ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม จึงทำให้ประธานสภาฯ ไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ พ.ร.ก.กู้เงินเข้าที่ประชุมในวันที่ 14 พ.ค. ดังนั้นจะประชุมสภาฯ ตามปกติที่ตั้งกระทู้ถามสดและกระทู้ถามทั่วไป
เมื่อถามว่า ถ้าฝ่ายค้านเสนอญัตติให้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะต้องเตรียมคนเพื่ออภิปรายตอบโต้หรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า เขายื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ดังนั้นการประชุมสภาฯ ในวันที่ 14 พ.ค.ก็ไม่น่ามีการยื่นเสนอญัตติดังกล่าวแล้ว ต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลก่อน คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาภายใน 60 วัน
“เมื่อมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทางสภาฯ ก็ต้องชะลอพิจารณาออกไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย และเชื่อว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร ประธานสภาฯ จะรีบบรรจุให้เป็นวาระในการพิจารณาต่อไป” นายกรวีร์กล่าว
รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรณ์ระบุว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทอาจทําให้เสียวินัยการเงินการคลัง ว่าท่านเป็นฝ่ายค้านก็ต้องคิดเช่นนั้น เราเป็นฝ่ายรัฐบาลก็ต้องเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน
เมื่อถามว่า โครงการไทยเข้มแข็งในสมัยรัฐบาล ปชป.กับโครงการไทยช่วยไทยในรัฐบาลชุดนี้แตกต่างกันอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เจตนารมณ์คือทุกคนอยากช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น อย่าไปเปรียบเทียบเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นความขัดแย้ง สิ่งที่รัฐบาลยืนยันได้ก็คือโครงการไทยช่วยไทยพลัส จะเร่งเยียวยาคลี่คลายความเดือดร้อนเศรษฐกิจให้กับประชาชน
ถามอีกว่า การที่นายกรณ์มีประสบการณ์ทางการเมืองและออกมาท้วงติงเช่นนี้ รัฐบาลควรรับฟังหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่เป็นเหตุเป็นผลเรารับฟังอยู่แล้ว ประสบการณ์ทางการเมืองทุกคนก็มีหมด ทุกคนก็ประสบความสําเร็จมาหมด ในการทํางานของแต่ละท่าน อย่าเอามาข่มมาเปรียบกัน เห็นๆ กันอยู่
ถามถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญาวิพากษ์วิจารณ์ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มีเพียงเอกสาร 5 ใบ นายกฯ กล่าวว่า ถือว่าเป็นประสิทธิภาพ นี่คือสิ่งที่บอกว่าคนทํางานเป็นกับคนยังไม่เคยทํางาน โดยนายกฯ เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า พูดไปเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก
ส่วนนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ตอบคำถามกรณีพรรคฝ่ายค้านยื่นศาลในประเด็นว่าเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ส่วนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วนหรือวิกฤตว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ซับซ้อนและยังไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ โดยต้นเหตุจากวิกฤตมาจากต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวเร่งสำคัญ เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง และการพึ่งพาพลังงานสูงส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดยเงินเฟ้อในเดือนล่าสุดอยู่ที่ 2.9 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสูงสุดจะขยับขึ้นไปถึง 4-5% ซึ่งกระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% แล้วในขณะนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมการรับวิกฤตที่จะมาเป็นระลอกๆ ในขณะนี้
“ต้นทางของวิกฤตมันมาจากเรื่องพลังงานก่อนใช่ไหม วิกฤตเริ่มจากวิกฤตสงครามและวิกฤตพลังงาน วันนี้วิกฤตต้นทุน วิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากปี 2540 ที่เป็นวิกฤตสถาบันการเงิน หรือช่วงแผนไทยเข้มแข็งที่เป็นวิกฤตจากภายนอก แต่ครั้งนี้คือวิกฤตปากท้องและค่าครองชีพของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง” นายเอกนิติกล่าว
เมื่อถามว่า กรณีที่นายกรณ์บอกว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างมูดี้ส์ชื่นชมไทยว่าเศรษฐกิจดี แต่รัฐบาลจะกู้เงิน นายเอกนิติกล่าวว่า การที่มูดี้ส์ชื่นชมไทย เป็นเพราะได้อธิบายว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพในเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคนละประเด็นกับปัญหาความเดือดร้อนภายในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและเยียวยาประชาชน
12 พ.ค.ชงแผนปรับหนี้
นายเอกนิติยังกล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเสนอการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดยจะมีการก่อหนี้จากการกู้เงินในปีงบประมาณ 2569 เพิ่มอีก 2 แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่ได้ประกาศในราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้แล้ว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) ได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ว่าการกู้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ควรแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แสนล้านบาท โดย 2 แสนล้านบาทแรกที่จะเสนอให้ ครม.เห็นชอบนี้ จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส และคาดว่าจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบวันที่ 19 พ.ค. 2569 ซึ่งรวมถึงโครงการคนละครึ่งพลัส 30 ล้านสิทธิ และแจกเงินคนละ 4,000 บาท เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.2 ล้านคน เพิ่มวงเงินจาก 300 บาท อีก 700 บาท เป็น 1,000 บาท โดยเริ่มให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พ.ค. 2569 และเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569
ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ใน 2 เดือนแรกจะให้สิทธิกับผู้ได้รับสิทธิเดิม 13.2 ล้านคนก่อน โดยเพิ่มวงเงินเพื่อซื้ออุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นเมื่อประมวลผลการลงทะเบียนรอบใหม่ ซึ่งอาจมีคนหลุดจากเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์เดิม คือรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะให้ใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งพลัสแทน รวมถึงคนที่ตกหล่นสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบก่อน หากเป็นไปตามเงื่อนไขก็จะได้รับสิทธิจากการลงทะเบียนใหม่ครั้งนี้
สำหรับการกู้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินอีก 2 แสนล้านบาทที่เหลือ จะเสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะให้ ครม.ใช้ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งเงินกู้ส่วนใหญ่จะใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งโครงการต่างๆ ต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานก่อน
ในเวลา 18.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายกฯ เรียกประชุม ครม.พรรค ภท. ที่ตึกไทยคู่ฟ้าว่า นายกฯ ให้ความสำคัญกับงานสภาฯ อย่างเรื่องกระทู้ นายกฯ ได้ให้นโยบายว่าหากไม่มีภารกิจอะไรเร่งด่วน ต้องให้ความสำคัญกับสภาฯ ให้มีการประสานงานกันระหว่างสภาฯ กับครม.เพื่อจะได้ทราบงานของสภาฯ ในวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณากฎหมายที่ ครม.ยืนยันกลับมาที่รัฐสภา ถ้ายืนยันลงมติเห็นด้วยตามที่ ครม.เสนอและยืนยัน ในสัปดาห์ถัดไปจะเป็นเรื่องของการพิจารณากฎหมายของสภาฯ เรื่องของกฎหมายจะเริ่มสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เมื่อถามถึงกรณีพรรค ปชน. และพรรค ปชป. ยื่นผ่านประธานสภาฯ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก. กู้เงิน นายกรวีร์กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของ สส.ที่จะรวบรวมชื่อและยื่นผ่านทางประธานสภาฯ เข้าใจว่าในวันอังคารที่ 12 พ.ค. ประธานสภาฯ จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เลยทำให้ประธานสภาฯ ยังไม่บรรจุระเบียบวาระ คิดว่าอย่างไรต้องรอให้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทะเบียนราษฎรไร้ปัญหา นายกฯปัดสังคายนาใหม่
นายกฯ ยันระเบียบออกทะเบียนราษฎรไม่มีปัญหา อย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน เ
แม้วไปจำศีลมาจันทร์ส่องหล้าคึก
"ทักษิณ" ดี๊ด๊าหลุดพ้นลูกกรง บอกเข้าไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ได้แล้ว
แฉนอมินียึดไทย สร้างรัฐซ้อนรัฐ หนูลุยเกาะพะงัน
สว.ถลกปัญหา "นอมินีต่างชาติ" ยึดไทย “ประทุม” เดือด!
ภท.ทิ้งแลนด์บริดจ์ หากคนพื้นที่ไม่เอา
สว.จี้ถามรัฐบาลเดินหน้า "แลนด์บริดจ์" ส่อเอื้อนายทุน แนะให้ทำประชามติเชิงพื้นที่
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งศาลรธน. วินิจฉัย ยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล. ปรับโครงสร้างพลังงาน ขัดรธน.
'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน 'โสภณ' กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด
‘อนุทิน’ฟิตจัด ลงภูเก็ตขยี้กุ๊ย เย็นลุยระนอง
“อนุทิน” ไปภูเก็ต ลงพื้นที่แก้ปัญหาบุกรุกหาดสาธารณะ ซัดมีแต่กุ๊ยไม่ใช่มาเฟีย เพราะมาถึงก็หางจุกตูด

