เร่งปราบนอมินี สอบ‘20บริษัท’ ยึดพะงัน-สมุย

นายกฯ สั่ง คกก.นโยบายที่ดินฯ เร่งรับรองโฉนดชุมชนให้เสร็จใน 60 วัน มอบ "รมว.พณ.-รมว.ยธ." ประสานสภาทนาย-สภาวิชาชีพบัญชี แก้ปม 2 อาชีพ ชี้ช่องช่วยนอมินี “ดีเอสไอ” ลุยสอบเชิงลึก 20 บริษัทเข้าข่ายนอมินีต่างชาติ ยึดเกาะพะงัน-สมุย เผยมีสินทรัพย์รวมกว่า 100 ล้าน

 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องที่ดินทำกินเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้เกษตรกรและประชาชนมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต โดยในสัปดาห์ที่แล้วมีการยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชน เพราะปัจจุบันมีกฎหมายที่มีอำนาจและหน้าที่ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติดูแลเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าวจึงไม่ได้มีผลอะไร

อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้มีข้อสั่งการให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติดำเนินการเร่งรับรองโฉนดชุมชนที่เคยออกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโฉนดชุมชนที่เพิ่งถูกยกเลิกไปให้เป็นรูปแบบการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตามมาตรา 10 ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และจะต้องรับรองสถานะทางกฎหมายของโฉนดชุมชนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

น.ส.รัชดากล่าวว่า เรื่องการปราบปรามนอมินี เป็นนโยบายที่นายกฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้เด็ดขาดและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาได้มีผลงานออกมาเป็นระยะๆ และมีกลไกการทำงาน การบูรณาการของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยในที่ประชุม ครม. นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ มีข้อมูลรายงานมาว่า พบผู้ประกอบวิชาชีพทนายและผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีบางรายที่ให้คำแนะนำหรือดำเนินการให้มีการหลีกเลี่ยงกฎหมาย พูดง่ายๆ มี 2 อาชีพนี้ที่บางคนใช้ความรู้ความสามารถไปในทางที่ผิด ทำให้เกิดช่องในการทำธุรกิจนอมินีได้ เพราะฉะนั้น นายกฯ จึงมอบหมายให้ รมว.ยุติธรรม และ รมว.พาณิชย์ หารือร่วมกับสภาทนายความและสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อพิจารณาดำเนินการด้านจรรยาบรรณต่อผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้สำนักงาน ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามนอมินีเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยในวันที่ 13 พ.ค. นายกฯ มีกำหนดการลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการการปราบปรามนอมินีในพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นการย้ำว่า รัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ จะไม่ปล่อยให้กลุ่มผิดกฎหมายเข้ามาแย่งอาชีพ หรือสร้างผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการไทยอย่างเด็ดขาด

ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยนำข้อมูลกว่า 11,426 บริษัท มาวิเคราะห์และจำแนกระดับความเสี่ยงเป็นสูง กลาง และต่ำ ขยายผลตรวจสอบนอมินีครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน ว่าดีเอสไอก็ได้มีการมอบหมายให้กองคดีความมั่นคงตั้งเรื่องสืบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่มีบริษัทหรือนิติบุคคลที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีบังหน้าถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ

โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รายงานข้อมูลบริษัท 34 แห่ง ที่มีสินทรัพย์รวมมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านบาท มาให้ดีเอสไอตรวจสอบเชิงลึก ซึ่งล่าสุดก็พบว่ามีบริษัทจำนวนประมาณ 20 แห่ง จากทั้งหมด 34 แห่ง ที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 100 ล้านบาท ดังนั้นจะต้องขยายผลดูรายละเอียดในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัททั้ง 20 แห่ง ว่าเป็นบุคคลใดบ้าง และแต่ละรายถือหุ้นสัดส่วนเท่าไร หรือถือหุ้นจริงหรือไม่ จะต้องนำไปเปรียบเทียบว่าผู้ถือหุ้นรายนั้นสมฐานานุรูป หรือว่าระหว่างที่ดำเนินกิจการนั้น บริษัทได้มีการเปลี่ยนผ่านมือผู้ถือหุ้นจากรายใดไปสู่รายใดบ้างหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าบุคคลถือหุ้นด้วยตัวเองจริง หรือแค่ไปถือหุ้นเเทนคนต่างด้าว

ในเบื้องต้น 20 บริษัทดังกล่าว พบว่าประกอบกิจการหลากหลายประเภท ซึ่งต้องตรวจสอบด้วยว่ากิจการเหล่านั้นเป็นธุรกิจต้องห้ามในบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากพบความผิดปกติของบริษัทรายใดมีการใช้นอมินีถือหุ้นบังหน้า จะมีการประมวลเรื่องรับเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนดำเนินคดีอาญาตามพฤติการณ์ความผิดต่อไป

ที่ จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมคณะบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงาน ส.ป.ก. กอ.รมน.จว.ภูเก็ต และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตรวจสอบกรณีการบุกรุกที่ดินบริเวณหาดฟรีด้อม ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี

พล.ต.ต.นันทชาติกล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับบัญชาโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ที่มีนโยบายเอาจริงอย่างเด็ดขาดกับผู้ทำผิดกฎหมาย เพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าไม้และชายหาดสาธารณะให้กลับมาเป็นสมบัติของชาติและประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินสั่งครม.ลุยกู้ มั่นใจพรก.ไม่สะดุด‘ไทยช่วยไทยพลัส’เดินตามไทม์ไลน์

“นายกฯ” โชว์ขี่รถพ่วงข้างพุ่มพวงพา "ศุภจี” ซ้อนท้าย เปิด “ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ” กระจายสินค้าราคาถูก