“อนุทิน” สั่ง “คมนาคม” เร่งเคลียร์ทุกข้อสงสัยเหตุรถไฟชนรถเมล์ “สิริพงศ์” เตรียมเสนอผลสอบข้อเท็จจริงต่อนายกฯ 20 พ.ค. พร้อมเปิดกว้างรับฟังแนวทางแก้ปัญหาจุดตัดทุกฝ่าย เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตได้ 2.3 ล้าน ผู้บาดเจ็บ 1 ล้านบาท “กมธ.คมนาคม สภาฯ” จ่อเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องแจงเหตุพุธนี้ “วุฒิสภา” ถกญัตติด่วนปมอุบัติเหตุ จี้รัฐบาลบังคับใช้ กม.จริงจัง “นันทนา” ยกเคสญี่ปุ่นหากเกิดเหตุ “รมว.คมนาคม” ลาออกไปแล้ว “สว.-ปชน.” ซัดไอเดีย “พิพัฒน์” ห้ามรถไฟวิ่งเข้ากลางเมือง บอกโยนภาระให้ ปชช. “รฟท.” ตื่นลุยตรวจฉี่พนักงานขับรถไฟ “นิติเวช” พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้แล้ว 6 ร่าง
เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (รมช.คมนาคม) กล่าวถึงมาตรการทดลองไม่ให้รถไฟวิ่งเข้ามาในกรุงเทพฯ ชั้นในเป็นระยะเวลา 3 เดือนว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ได้ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไปทำแผนมาเสนอภายใน 2 เดือน โดยใช้เวลารวม 3 เดือนในการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่ดำเนินการมาแล้วในอดีต จึงนำข้อท้วงติงต่างๆ มาพูดคุยกัน เช่น นำรถของ ขสมก.มาเดินรถขนานกับรถไฟ ปรากฏว่ามีความล่าช้า แต่ให้เปลี่ยนมาขึ้นรถไฟฟ้าก็มีราคาที่ต้องจ่ายสูงขึ้น ดังนั้นการดำเนินการครั้งนี้เป็นการศึกษาเสนอแนะแนวทาง ยังไม่มีการทดลองใช้ แต่หากจะทดลองใช้ก็เป็นเพียงระยะสั้น
“แผนยังไม่ได้นำส่ง เรารับฟังทุกเสียง แต่หลักในการจัดการคมนาคมที่ผ่านมา คือการนำระบบรางขึ้นลอยฟ้าให้หมด ก็จะเหมือนกับเส้นบางซื่อไปจนถึงรังสิต เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าช่วยแก้ไขปัญหาจราจรได้จริง และสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อคือระบบ Missing link ที่ยังทำไม่เสร็จ หากแล้วเสร็จก็จะเป็นระบบลอยฟ้าทั้งหมด ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษาของ รฟท.” นายสิริพงศ์กล่าว
รมช.คมนาคมให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่พรรคภูมิใจไทยว่า ในการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีพูดในที่ประชุมว่าเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย เนื่องจากแต่ละวันจะมีพยานหลักฐานใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีคำถามจากภาคสังคมเข้ามา จึงสั่งการให้กระทรวงคมนาคมรีบสรุปประเด็นต่างๆ เช่น พนักงานขับรถไฟอยู่ในห้องขับหรือไม่ การที่พนักงานขับรถไฟเสพยาเกิดความบกพร่องส่วนใดบ้าง เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติด ทั้งหมดนี้ขอให้ดำเนินการตรวจสอบให้ครบถ้วน
ถามถึงผลการสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้รายงานนายกฯ ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว น่าจะสรุปผลได้ในวันนี้ (19 พ.ค.) และนำรายงานได้ไม่เกินวันที่ 20 พ.ค. ส่วนเรื่องเงินเยียวยาไม่ต้องเข้าที่ประชุม ครม. เพราะเป็นส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะดำเนินการ ซึ่งมีส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะนำมาจากกองทุนต่างๆ โดยคดีนี้กรณีผู้เสียชีวิตจะอยู่ที่ประมาณ 2,390,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บวงเงินสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท
ขณะที่ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการนำเรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถโดยสารประจำทางบริเวณแยกอโศก-ดินแดง เข้าสู่การพิจารณาใน กมธ. ในวันที่ 20 พ.ค.ว่า แบ่งเป็น 3 เรื่อง โดยเรื่องแรก สาเหตุ ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียว แต่ที่ผ่านมามีอุบัติเหตุในพื้นที่คาบเกี่ยวอย่างไรบ้าง และมีปัญหาการจอดคร่อมเลนจราจรอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องดูภาพรวมของสาเหตุก่อน, เรื่องที่ 2 การแก้ไขปัญหาทั้งเชิงวิศวกรรมจราจร การจัดการจราจรก็ดี หรือในมิติของการรถไฟฯ การเชื่อมระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดการบริหารที่ง่ายขึ้น คือในส่วนของระยะสั้นและระยะกลาง แต่ระยะยาวคือเรื่องโครงการที่ต้องมีการประกันหรือไม่ เช่น โครงการมิสซิงลิงก์ (Missing Link) ซึ่งที่ผ่านมาเงียบไปหลายปี และเรื่องที่ 3 การติดตามเรื่องการเยียวยาให้กับประชาชน รวมทั้งสอบถามกรณีคำชี้แจงของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ที่ออกมาทั้งเรื่องระยะในการเบรก ปัญหาภายในของรถไฟ ซึ่งไม่ตรงกับที่อธิบดีกรมรางออกมาบอกก็ต้องสอบถาม
ถามกรณีนายพิพัฒน์มีแนวคิดจะลดการใช้รถไฟผ่านใจกลางเมือง นายศุภณัฐกล่าวว่า ต้องไปดูที่มาที่ไปของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงก่อน ตอนที่วางแผนไว้วางเชื่อมกันหมดทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก มารวมที่สถานีกลางบางซื่อ พอท่านไปเปลี่ยนรูปแบบแบบนี้ เท่ากับท่านบอกว่ารัฐบาลสนับสนุนการเดินทางทางถนนเป็นหลัก ไม่ใช่ทางรางหรือไม่ คำถามคือโครงการที่มีการวางแผน มีการคิดมาตั้งนานแล้วจะทำอย่างไร ตนคิดว่าแผนไม่ได้ผิด มันผิดที่เราปฏิบัติตามโครงการช้าเกินไป เราให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้าสามสนามบิน จนทำให้โครงการนี้เกิดไม่ได้ หรือเกิดได้ช้า ซึ่งยังคาราคาซังอยู่
"ต้องกลับไปถามว่า เรื่องนี้คุณจะเคลียร์อย่างไร คุณกำลังเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนที่ไม่ดำเนินการตามสิ่งที่ตัวเองประมูล และพยายามดำเนินการแก้ไขสัญญา เพื่อผลประโยชน์ของผู้ประมูลหรือไม่ และเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรทำหรือไม่ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ฟันธง แล้วจะมาเปลี่ยนในเวอร์ชันนี้แทน ตนคิดว่าไม่ตอบโจทย์ประชาชนในระยะยาว ซึ่งในระยะยาวควรจะเป็นการเชื่อมกันของระบบรางมากกว่าพึ่งพาระบบถนน" ปธ.กมธ.คมนาคม สภาฯ ระบุ
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา (สว.) ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานการประชุม นายวุฒิชาติ กัลยานมิตร สว. และ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ซึ่งเป็นวิกฤตความปลอดภัยและการเยียวยา เพื่อให้รัฐบาลนำไปแก้ไขต่อไป
สว.-ปชช.รุมซัดไอเดียพิพัฒน์
นายวุฒิชาติได้เปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ให้สมาชิกในที่ประชุมได้พิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงคลิปการโบกธงแดง พร้อมระบุว่า ระเบียบของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน พ.ร.บ.จราจร ที่ควบคุมการปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรื่องกฎระเบียบของการรถไฟ มีระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด ถ้าทุกคนช่วยกันปฏิบัติตามเหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไม่เกิด
“บริเวณดังกล่าวกายภาพของถนนไม่สามารถช่วยในเรื่องของการจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีการเคลียร์รถที่ต้องผ่านทั้งหมด 3 แยกออกให้หมดก่อน ตอนสมัยผมดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผมเคยลงไปดูจุดนี้ เพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหาว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าในเรื่องการใช้ถนนร่วมกัน การใช้ราง เวลารถไฟวิ่งผ่านกัน ถ้าเป็นขบวนที่วิ่งสวนกันใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเป็นอย่างต่ำ ซึ่งก็เข้าใจว่าคนที่มีภารกิจรีบร้อนแล้วมาอยู่ในช่วงการจราจรติดขัด ก็ต้องรีบทุกอย่าง เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุด” นายวุฒิชาติกล่าว
ส่วน น.ต.วุฒิพงศ์เสนอญัตติว่า เรื่องนี้เป็นโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ เป็นวิกฤตความปลอดภัยและแนวทางเยียวยา ขอให้ผู้ว่าฯ การรถไฟแห่งประเทศไทยขอโทษต่อประชาชนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ว่าใครที่ละเลยประมาท ละเว้น ไม่เพียงแค่ตัวเล็กตัวน้อย ต้องเอาตัวใหญ่มารับความผิดด้วย
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนไทยตั้งคำถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ และเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ถ้าดูผิวเผินสังคมจะวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องความไม่มีวินัยของพวกเราคนไทย ไม่ใส่ใจกฎจราจร จอดรถทับบนทางรถไฟได้อย่างไร ยิ่งไปตรวจพบว่าคนขับรถไฟปัสสาวะสีม่วง ไม่มีใบอนุญาตขับรถและไม่ได้นั่งควบคุมอยู่ที่คนขับ พากันประณามถามหาจิตสำนึกของพนักงานขับรถไฟคนนี้ แทบทุกปัญหาในประเทศไทยเรามักจะโทษไปที่เรื่องสันดานคนไทย
“ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่รัฐบาล ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่นหรือหลายประเทศในยุโรปเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะได้เห็นรัฐมนตรีคมนาคมออกมาประกาศความรับผิดชอบพร้อมลาออกแล้ว แต่ประเทศไทยถูกหลอกว่าเป็นเรื่องของความไม่เอาไหนของประชาชน ไม่ว่าความเสียหายจะใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรี ปลัด อธิบดีคนไหนออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างเก่งก็จะออกมาแสดงวิสัยทัศน์ เช่น จะขุดอุโมงค์ลอดใต้แยกอโศก โดยไม่รู้เลยว่าใต้ถนนอโศกนั้นมีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่ข้างล่างแล้ว ถ้าขุดลึกลงไปกว่านั้นก็เจอนรกแล้ว บางท่านเสนอให้รถไฟไปหยุดที่ชานกรุงเทพฯ ขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถเมล์มาขึ้นรถไฟฟ้า จบที่มอเตอร์ไซค์ อันนี้ไม่ใช่แลนด์บริดจ์" น.ส.นันทนาระบุ
นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. อภิปรายว่า แนวคิดห้ามรถไฟวิ่งเข้า กทม.ชั้นในนั้น ตนขอคัดค้านอย่างหนัก เป็นนโยบายวัวหายล้อมคอก ผลักภาระให้ประชาชน 4 หมื่นคนที่ใช้รถไฟเดินทางมาทำงานใน กทม.ทุกวัน อย่าให้ความมักง่ายแก้ปัญหาของรัฐตัดตอนความต่อเนื่องการเดินทาง แล้วโยนความยากลำบากให้ประชาชน ขอให้ใช้การสูญเสีย 8 ชีวิต สร้างกำแพงความปลอดภัยทางวิศวกรรมที่ช่วยปกป้องชีวิตประชาชนได้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นเสร็จสิ้น ที่ประชุมมีมติส่งเรื่องให้รัฐบาลนำไปใช้ในการแก้ปัญหาต่อไป
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีวิปรัฐบาลจะยื่นญัตติด่วนถึงสถานการณ์เหตุการณ์อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์วันที่ 20 พ.ค.ว่า เรามีแผนจะยื่นญัตติด่วนอยู่แล้ว และได้มีการยกหูหาตัวแทนวิปรัฐบาล ตกลงกันว่าจะมีการยื่นญัตติร่วมกัน ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นตรงกันว่าจะใช้ช่วงเวลาในวันที่ 20 พ.ค.มาพิจารณา คิดว่ามีหลายประเด็นที่จะต้องเสนอแนะรัฐบาล อย่างท่าทีของนายพิพัฒน์ล่าสุด ที่เสมือนเป็นการเสนอทางออกว่าจะไม่ให้มีรถไฟวิ่งเข้ามากลางเมือง ตนคิดว่าอาจจะเป็นแนวคิดที่คิดตื้นไป ไม่ได้รอบด้าน เป็นการพักภาระให้กับประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟ คิดว่าทางออกในเรื่องนี้ควรจะรอบคอบและรอบด้านกว่านี้
“หลายอย่างที่เราทำได้เพื่อความปลอดภัยของประชาชนโดยไม่ต้องเพิ่มภาระ 1.เราต้องเอาจริงและการบังคับใช้กฎหมาย 2.การพยายามออกแบบเส้นทางการใช้รถใช้ถนนสะดวกต่อการสัญจรไปมามากขึ้น 3.การเร่งโครงการทางรถไฟส่วนขาด (Missing Link) เพื่อลดจุดตัดระหว่างทางรถไฟกับรถยนต์” นายพริษฐ์กล่าว
รฟท.ตื่นลุยตรวจฉี่คนขับรถไฟ
ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯ รฟท. ในฐานะรักษาการผู้ว่าฯ รฟท. กล่าวว่า รฟท.ได้เริ่มดำเนินการตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถไฟทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 951 คนแล้ว ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม และคำสั่งของกรมการขนส่งทางราง (ขร.) โดยในวันนี้ (19 พ.ค.2569) รฟท.ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เข้าตรวจแอลกอฮอล์และสารเสพติด ซึ่งถือเป็นวันแรกที่ได้เริ่มจากการตรวจพนักงานขับรถไฟที่อยู่ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 120 คน โดยต้องรายงานผลการตรวจสอบไปยัง ขร. ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากการตรวจแล้วเสร็จ
นายอนันต์กล่าวว่า ในการตรวจสอบหากพบผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง หรือมีสารเสพติดในร่างกาย จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพื่อยืนยันผลโดยแพทย์ของ รฟท. เนื่องจากการตรวจเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุชนิดของสารได้ชัดเจน โดยหากพบความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด แม้เพียงระดับเบื้องต้น พนักงานจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นปฏิบัติหน้าที่เดินรถทันที และจะมีการจัดเจ้าหน้าที่ชุดใหม่เข้าทำหน้าที่แทน
“พื้นที่อื่นทั่วประเทศแม้ยังไม่สามารถตรวจได้ครบทุกแห่ง แต่ได้ให้พนักงานลงนามรับรองตนเองว่าไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดก่อนเข้าปฏิบัติงาน พร้อมยืนยันว่าจะขยายมาตรการตรวจเข้มไปทั่วประเทศต่อเนื่อง” นายอนันต์กล่าว
รักษาการผู้ว่าฯ รฟท.ยอมรับว่า ปัจจุบันยังขาดแคลนพนักงานขับรถไฟประมาณ 300 อัตรา จากกรอบอัตรากำลังทั้งหมด 1,248 อัตรา ส่งผลให้พนักงานบางส่วนต้องทำงานต่อเนื่องหลายวัน จึงอยู่ระหว่างเสนอขอเพิ่มอัตรากำลังรวม 2,850 อัตราต่อกระทรวงคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว
“เรื่องความคืบหน้าการสอบสวนกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค.2569 จากนั้นจะสรุปรายงานให้กระทรวงคมนาคมในวันที่ 20 พ.ค.นี้ นอกจากนี้จะหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานด้านจราจร เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขเฉพาะจุด รวมทั้งการปรับระบบสัญญาณไฟและการบริหารจัดการจราจรบริเวณจุดตัดทั้ง 27 แห่ง ให้สอดคล้องกับจังหวะการเดินรถไฟมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยในอนาคต” รักษาการผู้ว่าฯ รฟท.ระบุ
วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ตลอดทั้งวันญาติผู้เสียชีวิตเหตุรถไฟรถเมล์ทยอยติดต่อขอรับศพผู้เสียชีวิตเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้แล้ว 4 ร่าง จากทั้งหมด 8 ร่าง ประกอบด้วย นางเอื้อง มะโนแจ่ม อายุ 66 ปี, น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี อายุ 25 ปี, นายทีฆา อุตมากร อายุ 34 ปี และนายธนัสพิพัฒน์ เขียววิจิตร อายุ 22 ปี
มีรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยาสามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้แล้วจำนวน 6 ร่าง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ชัชชาติ’ เมินถูกคุ้ยปมแต่งตั้ง
“กกต.” เผยเลือกผู้ว่าฯ กทม.-สก.ยังไร้เรื่องร้องเรียน “ชัชชาติ” เมินถูกยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ มอบฝ่าย กม.ดูคนแอบอ้าง “ชัยวัฒน์” โอ่กระแสดีขึ้น ผู้สมัคร
‘สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์’
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษาปีที่ 47 "ในหลวง" โปรดเกล้าฯ จัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี
อนุทินชูปฏิรูปกฎระเบียบ ‘ปกรณ์’ เคาะ 2ด.ชง ‘ครม.’
นายกฯ ปาฐกถาเวที JFCCT 2026 ย้ำปฏิรูปกฎระเบียบ พัฒนาคน เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน “ปกรณ์” เผยผลหารือ กกร.
ขู่ยื่นปปช.สกัดTH-AI ไอซ์ขึงขังลั่นไม่ไว้หน้าใคร ย ํ้าโครงการผิดปกติทุกสิ่ง!
"ไอซ์" ขู่ยื่น ป.ป.ช.สกัด TH-AI Passport 1,600 ล้าน ยันพบผิดปกติทุกอย่าง โวพรรคส้มมาตรฐานสูง ต่อให้เป็นญาติ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการี หากโกงจะไม่ไว้หน้า
ร้องป.ป.ช.ฟัน‘ชัชชาติ’ ตั้ง17บิ๊กกทม.ผิดม.157
"จิรายุ” ควง "คริส” ร้อง ป.ป.ช.ฟัน “ชัชชาติ” ผิดมาตรา 157 ปมตั้ง ผอ.-ผู้ตรวจ 17 คน
ประหาร2อุยกูร์ บึ้มราชประสงค์ จ่อยื่นอุทธรณ์!
ศาลอาญากรุงเทพใต้ประหารชีวิต 2 อุยกูร์ ลอบวางระเบิด “ศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์” เมื่อปี 58 ส่งผลชาวบ้านตาย 20 ราย

