
แฟ้มภาพ
“วิสุทธิ์” งัดข้อมูลสวน “ยศชนัน” บอกการคอร์รัปชั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อย่าตัดทอนปัญหา ชี้ความมุ่งมั่นทางการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกไม่ใช่แค่ปากท้อง
24 พ.ค.69 – นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาถกฐาพิเศษในการเสวนาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งระบุว่าหากประชาชนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น การคอร์รัปชันจะลดลง จึงต้องเน้นเรื่องปากท้องนั้น ว่า ความคิดเช่นนี้ทำให้เราต้องกลับมาย้อนดูรายงานและผลวิจัยหลายๆ ชิ้นในอดีตเพื่อดูข้อเท็จจริง หากมองแค่งานวิจัย ต้องบอกว่าผลลัพธ์ออกมาหลากหลาย แต่ถ้ามองถึงข้อมูลเปรียบเทียบที่เราเอาไปอ้างอิงเพื่อการค้าการลงทุน ต้องบอกว่า แนวคิดของนายยศชนันนั้นไม่ถูกต้อง
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ข้อมูลแรกคือ ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่จัดทำโดยองค์กรโปร่งใสนานาชาติ โดยปี 2568 ไทยได้เพียง 33 คะแนนจาก 100 คะแนน ซึ่งถือเป็นคะแนนต่ำตั้งแต่มีการสำรวจ โดยไทยอยู่ลำดับที่ 116 จาก 182 ประเทศ ถ้ามองย้อนไปในระยะยาก็ถือว่าถดถอยอย่างต่อเนื่องจากลำดับที่ 59 ในปี 2541 เมื่อเรามาเปรียบเทียบกับรายได้ต่อหัวประชากรของไทย ที่อยู่ที่ประมาณ 7,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ไทยมีรายได้ต่อหัวสูงกว่าคู่แข่งทางเศรษฐกิจ เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม แต่เมื่อมองไปที่คะแนนและลำดับของทั้งสองประเทศ กลับสูงกว่าเรา โดยเวียดนามอยู่ลำดับที่ 107 และอินโดนีเซียอยู่ลำดับที่ 111
นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อมองไปทั่วโลกก็ยิ่งพบข้อเท็จจริงว่ามีอีกกว่า 20 ประเทศที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่าไทย แต่กลับมีคะแนน CPI สูงกว่า อาทิ ภูฏาน รวันดา เบนิน กาน่า อินเดีย มองโกเลีย เอธิโอเปีย ทั้งนี้ ข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่น่าสนใจที่แม้จะเก่าสักหน่อยก็คือ Global Corruption Barometer 2020 ของภูมิภาคเอเชียที่ครอบคลุม 17 ประเทศ มีคำถามในผลสำรวจว่า ผู้ตอบแบบสอนถามมีการจ่ายสินบนหรือไม่ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่า 24 เปอร์เซ็นต์ตอบว่ามีทำให้ไทยอยู่ในลำดับที่ 5 จาก 17 ประเทศที่มีการจ่ายสินบน ลำดับนี้สูงกว่าประเทศที่มีรายได้ต่อหัวต่ำกว่า เช่น มองโกเลีย เมียนมา ฟิลิบปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม เนปาล
“สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าการคอร์รัปชั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ แต่มีปัจจัยอื่นๆ เช่น การสร้างกลไกการตรวจสอบที่เข้มแข็งดังประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย และการลดขั้นตอนภาครัฐที่เอื้อให้ทุจริต ดังกรณีของเวียดนามและอินโดนีเซีย แต่ที่สำคัญที่สุด เห็นจะเป็นความมุ่งมั่นทางการเมืองที่มองว่าคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องการแก้ไขเป็นลำดับแรกๆ ไม่แพ้ปัญหาปากท้อง และอย่าพยายามหาข้ออ้างใดมาลดทอนความสำคัญของปัญหานี้” นายวิสุทธิ์ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โต้เดือดคดีฮั้ว สว.! 'พริษฐ์' เปิดหลักฐานโกง 5 จังหวัด 'รมว.ยุติธรรม' บอกเรื่องเก่า 2 ปี เพิ่งตั้งกระทู้ถาม
‘พริษฐ์’ จี้ถาม ‘รุทธพล’ ปมคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ขยี้ซ้ำ ปิดหลักฐานโกงสว. 5 จังหวัดมี ‘รมต.-สส.’ เกี่ยวข้อง จ่อยื่นหน่วยงานสอบเพิ่ม ด้าน ‘รัฐมนตรี’ มาตามนัดเล่นบทเฉไฉ อ้างกฎหมาย-ข้อบังคับ เว้นช่องไม่ให้ตอบ หากไม่สมควรเปิดเผย
'ณัฐพงษ์' บอกคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดไว้!
'เท้ง' ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ 'ศิริกัญญา' กังขา 'รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์' ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ
สภาสูงฉุน ปชน.ทำตัวต่ำปั้นเฟคนิวส์บี้ 'เท้ง' แจงด่วนทำเพื่ออะไร
'พิสิษฐ์' เดือดซัด ปชน.เฟคนิวส์ กล่าวหาวุฒิสภาแก้ไข พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยันไม่เกี่ยวฮั้ว สว. จี้ 'เท้ง' แจงให้ชัดโพสต์เพื่ออะไร หรือแค่เรียกยอดไลก์ยอดแชร์ มองทำให้พรรคดูต่ำ
'อนุทิน' ตีมึน 'หัวหน้าเท้ง' จี้รับผิดชอบหาก พรก.กู้เงินขัดรัฐธรรมนูญ
'อนุทิน' ตีมึนไม่รู้จัก 'ณัฐพงษ์' บอกโอเคให้รับผิดชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน
รัฐบาลโต้พรรคประชาชน ยืนยันไม่เคยสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ
ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ ปัญญาวุฒิ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับนโยบายกัญชา ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในหลายประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงและพัฒนาการของการดำเนินงานในปัจจุบัน ประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศเป็นการกระทำผิดกฎหมาย
ครอบครัวน้องเมยร้อง กมธ.กฎหมายช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิตหลังถูกสั่งธำรงวินัย!
'แม่น้องเมย' ยื่น 'กมธ.กฎหมายฯ' ช่วยหาสาเหตุลูกเสียชีวิตอย่างไร หลังถูกสั่งธำรงวินัย ด้าน 'รังสิมันต์' พร้อมนำเข้าหารือ กมธ. ลั่นหากให้ความเป็นธรรมไม่ได้ ความยุติธรรมจะอยู่ในเครื่องหมายคำถามต่อไป

