
25 พ.ค.2569-นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก “Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” เรื่อง “เศรษฐกิจดีขึ้น จะทำให้คอร์รัปชันลดลง หรือ คอร์รัปชันลดลง จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น” เนื้อหาระบุว่า จากกรณีที่คุณยศชนัน ได้นำเสนอแนวคิดว่า “ผมตั้งเป้าว่าเป็นรายได้สูงคนอาจจะหัวเราะแต่ทุกอย่างจะกลับมาที่ปากท้อง อาจจะไปแก้ปัญหาคอร์รัปชัน แก้อีก 100 ปีก็ไม่หมด แต่หากเราทำให้คนมีตังค์ ใครจะอยากคอรัปชัน”
ประเด็นนี้มีข้อถกเถียงกันทางเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า Endogeneity คือ ทั้งสองตัวแปรต่างส่งผลซึ่งกันและกัน จนเกิดคำถามว่าตกลงแล้ว เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น จะทำให้คอร์รัปชันลดลง หรือคอร์รัปชันลดลง จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ตกลงอะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน
คนฝั่งหนึ่งเชื่อว่า เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น จะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น สามารถจ่ายเงินเดือน และสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐในระดับที่สูง จน “ต้นทุนการโกง” ซึ่งก็คืน โอกาสที่จะถูกจับได้ และการสูญเสียงานที่มั่นคง จะสูงกว่า “ผลประโยชน์จากการโกง” และเมื่อประชาชนมีรายได้สูงขึ้น ก็จะลงทุนกับการศึกษาที่มากขึ้น ทำให้ชนชั้นกลางขยายตัว ซึ่งคนกลุ่มนี้มักจะไม่ทนกับการโกง และมักจะรวมตัวกันเรียกร้อง ความโปร่งใส และการตรวจสอบภาครัฐ รวมถึงมีกำลังทรัพย์เพียงพอ ที่จะร่วมติดตามตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น
นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่โตขึ้น มักมาพร้อมกับการลงทุนด้านดิจิทัล ของทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งช่วยลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ลง ซึ่งทำให้การคอร์รัปชันลดลงไปโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์จำนวนมากชี้ว่า แม้รายได้และระดับการพัฒนาของประเทศจะสัมพันธ์กับคอร์รัปชันที่ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่า เพียงทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นแล้วคอร์รัปชันก็จะลดลงเองโดยอัตโนมัติ เพราะการเกิดคอร์รัปชันยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย อาทิ การผูกขาด การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ความโปร่งใส และการบังคับใช้กฎหมายและความรับผิดด้วย และยังมีงานวิจัยอีกจำนวนมาก ระบุว่า การคอร์รัปชัน นั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้คนที่รวยกว่า ได้รับอภิสิทธิ์จากรัฐ ก่อให้เกิดระบบอุปถัมภ์ที่สนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชันให้มีความเข้มแข็งจนอยู่เหนือกฎหมายอีกด้วย ดังนั้นเศรษฐกิจที่เติบโตบนพื้นฐานของรัฐที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ อาจกระจุกตัวอยู่ในมือของอภิสิทธิ์ชนเพียงไม่กี่กลุ่ม ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และอาจต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น
ด้วยเหตุนี้ งานวิจัยทางเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ จึงสนับสนุนสมมติฐานของอีกฝ่ายหนึ่งมากกว่า ที่เชื่อว่า “การลดการทุจริตคอร์รัปชัน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้น และเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นนั้น จะมีโอกาสได้รับการจัดสรร และแจกจ่ายอย่างเป็นธรรมมากขึ้น”
โดยการคอร์รัปชันที่ลดลง จะทำให้นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ จะมั่นใจว่ากฎหมายจะคุ้มครองความสุจริตได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรีดไถ จนกลายเป็นต้นทุนแฝงของกิจการ ตลอดจนไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ตามใจชอบ สภาวะเช่นนี้จะทำให้นักลงทุนมีความพร้อมที่จะลงทุนในระยะยาว
การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ที่มีความโปร่งใส ตลาดและคุณภาพ จะทำให้ประเทศมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ในราคาที่เหมาะสม เป็นรากฐานที่ดีในการเหนี่ยวนำให้ภาคเอกชนทั้งใน และต่างประเทศ ลงทุนเพิ่มเติมเงินภาษีที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะถูกนำไปพัฒนาการศึกษา และสาธารณสุข แทนที่จะไหลไปอยู่ในกระเป๋าของกลุ่มทุนอุปถัมป์ กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมภายในประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบเส้นสาย
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเชื่อว่า การขับเคลื่อนนโยบายให้เศรษฐกิจดีขึ้น จะต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อให้เศรษฐกิจที่ดีขึ้น เกิดประโยชน์แก่ประชาชนทุกคนโดยเสมอภาค หากคิดแต่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต โดยปล่อยปละละเลยให้การทุจริตคอร์รัปชันเบ่งบาน เศรษฐกิจที่โตขึ้น จะมีแค่คนไม่กี่กลุ่มที่ได้ผลประโยชน์ ส่วนประชาชนส่วนใหญ่ เต็มที่ก็คงจะได้เพียงเศษเนื้อข้างเขียง เนื้อยาสูบติดก้นกรอง เป็นเพียงหนูติดจั่นในระบบเศรษฐกิจ ที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อย่างแข็งแรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยศชนัน' ไม่หวั่นกระแสข่าวกล้าธรรมซบภูมิใจไทย ยังไร้สัญญาณปรับครม.
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะมาควบรวมกับพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้มีท่าที
'ภาวุธ' โอดเหมือนฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับ 'ไอเดียร์'
'ภาวุธ' เข็ด ถูกแขวนหน้าสื่อ แต่ไม่เคยหนี บริสุทธิ์ใจ ปัดเป็นหัวโจกคดี Forex พ้อ ถูกดึงเป็นตัวหลัก เทียบ คดีสส.คนอื่น ท่าที 'รัฐมนตรี' สองมาตรฐานชัด
'ธนกร' แนะ 'รังสิมันต์' เวทีซักฟอกต้องเน้นเนื้อหาไม่ใช่จำนวนวัน
'ธนกร' แนะ 'รังสิมันต์' เวทีซักฟอกต้องเน้นเนื้อหา ไม่ใช่จำนวนวัน-คนอภิปราย ชี้ถ้าเน้นสร้างวาทกรรมมีแต่เสียดายเวลาประชาชนที่ต้องทนฟัง ย้ำรัฐบาลยังแน่นแฟ้น ภท.ยังเป็นเอกภาพ ไม่ต้องกังวลแทน
นักวิเคราะห์ข้อมูลกระทุ้ง 'รบ.-กทม.' ปมเยียวยาน้ำท่วมชี้ต้องให้ผู้ประสบภัยเป็นศูนย์กลาง
ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม
ของจริงหรือราคาคุย! 'โรม' ลั่นจัดหนักซักฟอก รมต.สีน้ำเงิน ไม่มีน้ำท่วมทุ่ง ใช้หลักฐานน็อก
‘โรม’ ฝากถึงเพื่อน สส. ขอเพียงใช้เศษเสี้ยวแห่งความดีในหัวใจดู จะรู้ถึงความเสียหายประเทศ จาก ‘ระบอบน้ำเงิน’ ยัน ซักฟอก 5 วันเหมาะสมแล้ว เหน็บ ถูกบีบเหลือ 3 วัน เหตุรัฐบาลรู้สึกไม่ปลอดภัย-กังวล ลั่นรอบนี้จัดหนักแน่ ไม่ใช่ ‘น้ำท่วมทุ่ง’ แต่ใช้หลักฐานน็อก ถาม ‘ไชยชนก’ เป็นลูกนกในรัง หรือกล่องดวงใจกันแน่
นายกฯ เปิดปฏิบัติการ 'ปราบนอมินี' ขีดเส้นตายสอบให้จบสิ้นปีนี้
นายกฯ แถลงปฏิบัติการปราบนอมินี ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ไร้อิทธิพลใดอยู่เหนือรัฐบาล สั่งสอบให้จบ ธ.ค. 69 ขยายผลถึงผู้รับประโยชน์ตัวจริง พร้อมลุยแก้พวกโรคความจำเสื่อม 'รู้ไหมว่าผมเป็นใคร'

