รัฐบาลส่งสัญญาณปั๊มหัวใจเศรษฐกิจ กำชับ รมต. เร่งเครื่องเบิกจ่ายงบอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ

รัฐบาลเร่งเครื่องงบประมาณ-การลงทุนรัฐ ครม.กำชับทุกรัฐมนตรี เร่งรัดเบิกจ่าย-ใช้จ่ายงบปี 2569 ดันเงินลงระบบรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้เติบโต หลังไตรมาสแรกใช้จ่ายสูงกว่าเป้าหมาย

13 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบข้อเสนอแนะในการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ โดยขอให้ทุกส่วนราชการ ทั้งรัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล รวมทั้งหัวหน้าหน่วยงานให้ความสำคัญกับการเร่งรัดติดตามการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ทั้งนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้มีการเจริญเติบโตในระดับที่เหมาะสมตามศักยภาพ และเพื่อให้การใช้จ่ายของรัฐบาลและการลงทุนของภาครัฐเป็นแรงกระตุ้นสำคัญอย่างหนึ่งในการทำให้ระบบเศรษฐกิจเจริญเติบโตต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างเคร่งครัด

สำนักงบประมาณ เสนอด้วยว่า เพื่อให้การลงทุนของภาครัฐสามารถเบิกจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุกหน่วยงานควรเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่ก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ส่วนกรณีรายการที่ได้ก่อหนี้แล้ว หากมีแนวโน้มล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ ควรต้องเร่งรัดคู่สัญญาให้ปฏิบัติงานและส่งมอบงาน รวมถึงเร่งรัดการตรวจรับงานสำหรับโครงการหรือรายการที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานแล้วให้เบิกจ่ายเงินตามกำหนดระยะเวลา เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณสามารถสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้ แต่ต้องพิจารณาดำเนินงานอย่างรอบคอบและเหมาะสม

พร้อมกันนี้ยังขอให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณ ปี 2569 โดยเฉพาะรายการที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 อย่างเคร่งครัด สำหรับรายการที่ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว ต้องควบคุมและกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงานและเร่งรัดการเบิกจ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด

ส่วนรายจ่ายลงทุนและหรือรายการผูกพันข้ามปีงบประมาณ รายการใหม่ ในปีงบประมาณ 2569 ให้จัดส่งรายละเอียดประกอบที่เกี่ยวข้องให้สำนักงบประมาณ ประกอบการพิจารณาความเหมาะสมของราคาควบคู่กับการจัดซื้อจัดจ้าง โดยหากได้รับผลการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว และไม่เกินกว่าวงเงินที่สำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบ ให้แจ้งสำนักงบประมาณทราบและทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันตามขั้นตอนต่อไปได้ เพื่อร่นระยะเวลาการดำเนินงานให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สำหรับผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2569 ล่าสุด ในไตรมาสแรก (1 ต.ค.-31 ธ.ค.2568) พบว่า การเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณภาพรวมของประเทศ วงเงิน 3,780,600 ล้านบาท มีผลการเบิกจ่าย 1,357,744 ล้านบาท คิดเป็น 35.91% และมีผลการใช้จ่าย (ก่อหนี้) 1,551,037 ล้านบาท คิดเป็น 41.03% สูงกว่าเป้าหมายการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณ 2.91% และ 3.03% ตามลำดับ (ภาพรวมเป้าหมายการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณ กำหนดไว้ 33% และ 38% ตามลำดับ)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศิริกัญญา' ลั่นหลาบจำแล้ว จุดยืนชัดพรรคส้มไม่มีทางร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการดีล ทางการเมืองระหว่างฝั่งสีแดงกับฝั่งสีเขียวจนทำให้รัฐบาลสั่นคลอน ว่า จริงๆ แล้วถึงไม่มีการ ดีลระหว่างเขียวกับแดง รัฐบาลก็มีความสั่นคลอนอยู่จากปัญหา 108 พันประการ ตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลมา อายุเพียง 3 เดือน แต่ข่าวฉาว ข่าวไม่ดีต่างๆ ตั้งแต่การทุจริตคอร์รัปชัน การโกงสว.

'ลูกเนวิน' แตะเบรก 'ปรับ ครม.' ชี้ 4 เดือน ผลงานมีเยอะมาก ควรให้เวลา 1 ปีกำลังดี

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี กระแสข่าวเรียกร้องให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)  และปรับกลุ่มลูกเทพที่ไม่มีผลงานออก ว่า   สำหรับการปรับครม.

'โจ มณฑานี' ลั่นรัฐบาลน้ำเงินจะอยู่เกิน 4 ปี เจ้มีลางสังหรณ์แม่น ตราบใดที่คนไทยยังรักชาติ-สถาบัน

โจ มณฑานี ตันติสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไม่ว่าการโจมตีจะหนักแค่ไหน แต่ถ้าคนไทยยังมีพลังรักชาติรักสถาบันแบบนี้อยู่ เจ้สังหรณ์ใจว่าน้ำเงินจะไม่อยู่แค่ 4 ปี

ครม. แจกเก้าอี้ 'ข้าราชการการเมือง' ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้ง นายภูบดินทร์ ปกป้อง นางสาวณภัชชา ศิลปะรายะ และนางสาวพิชฎาภา อายุวัฒน์ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

รัฐบาลแจงภาษีสหรัฐฯ ขยับเป็น 12.5% ชี้ไทยยังแข่งได้-กว่า 2,120 สินค้าได้ยกเว้น

รองโฆษกรัฐบาล แจงสหรัฐฯ ปรับภาษีสินค้านำเข้าไทยเพิ่มสุทธิ 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นร้อยละ 12.5 ไม่ใช่เก็บเพิ่มทั้งจำนวน ย้ำอัตราอยู่ในระดับเ

จบแล้วแลนด์บริดจ์! 'เอกนิติ' เปิดผลศึกษาไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสูง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงสรุปผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน