ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อศาลฎีกา หากไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ กกต.

24 มิถุนายน 2569 - สืบเนื่องจาก คดีฮั้ว สว.ในชั้นที่ประชุมใหญ่ กกต. ก่อนที่จะวินิจฉัยชี้ขาดโดยมีผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 229 คน โดยเป็น สว.จำนวน 138 คน สว.สำรอง 2 คน และเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะว่า ในการกระบวนการสืบสวนและไต่สวนของ กกต.ในคดีฮั้ว สว.ในชั้น กกต.ใช้ โดยใช้ระบบไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง รับฟังพยานหลักฐานและวินิจฉัยชี้ขาด ของ กกต.โดยอาศัย รัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (2) พรป.กกต.และระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เหมือนกับคดีเลือกตั้ง สส.หรือเลือกตั้งท้องถิ่น

ภาษากฎหมายเรียกว่า “การอำนวยความยุติธรรมในคดีเลือกตั้งหรือการเลือก”

พูดภาษาชาวบ้าน คือ คดีฮั้ว สว.เป็นอำนาจ สืบและไต่ ของ กกต. โดย กกต.ใช้กฎหมายของตนเองและนระเบียบเป็นเครื่องมือสอบสวน

โดยประชาชนทั่วไป อาจไม่เข้าใจระบบของ กกต.ที่ออกแบบมาเป็น ระบบ 3 ชั้น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนระดับจังหวัดหรือส่วนกลาง ชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ และชั้นที่ประชุมใหญ่ กกต. หากรวมถึงขั้นตอนในชั้นการวิเคราะห์สำนวน ประมวลเรื่องความเห็น เสนอเลขาธิการ และเลขาธิการ กกต.ทำความเห็น อาจเรียกเป็น 4 ชั้นก็ได้

กระบวนการสืบสวนและไต่สวน กระทำโดยรูปแบบองค์คณะโดยมติเสียงข้างมาก โดยแต่ละชั้น โดยแต่ละชั้น อาจมีความเห็นแตกต่าง โดยมติเสียงข้างมาก ในชั้นที่เหนือกว่า อาจมีความเห็น โดยมติเสียงข้างมาก “ยืนความเห็นในชั้นเดิม” หรือ “ยกคำร้อง”หรือ “กลับความเห็น” หรือ “แก้ความเห็น” ได้

ภาษาชาวบ้าน คือ ยืน ยก กลับ แก้ เหมือนกับคำพิพากษา ในคดีแพ่งหรือคดีอาญาในศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา    

ปัญหาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “คดีฮั้ว สว.”ที่ร่วมกันฝ่าฝืน พรป.สว. อยู่ใน

ชั้นที่ประชุมใหญ่ กกต. ขั้นตอนสุดท้าย ผลการชี้ขาดสะเทือนการเมือง เพราะผู้ถูกกล่าวอยู่ในฝ่ายกุมอำนาจและเป็น สว.ในปัจจุบัน  ปัญหาว่า กกต.จะยึดความเห็นใด ระหว่าง คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 กับ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36  

มติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 “ยกคำร้อง” โดยมติเสียงข้างน้อยให้ดำเนินคดีกับ 134 สว.ที่ปรากฎพบหลักฐานชัดเจน

ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย หากยึดพยานหลักฐานที่ปรากฎในสำนวน คือ “เส้นเงิน” ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้กระทำความผิดด้วยกัน และโพย ที่จัดเตรียมมาเพื่อบล็อคโหวต โดยทำกันเป็นขบวนการตั้งแต่การเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ คำว่า โพย หมายถึงการสมคบกันเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนให้ได้รับเลือกระหว่างผู้สมัครด้วยกันให้ได้คะแนนสูงสุด โดยกำหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเองและกลุ่มไขว้ เพื่อให้สอดคล้องกับเบอร์ที่แต่ละคนได้ โดยกำหนดให้มีสัญลักษณ์สีเสื้อและนัดหมายประชุมซักซ้อมและพักโรงแรม และจัดรถรับส่งระหว่างที่พักกับสถนที่เลือกระดับประเทศ  

แม้จะถกเถียงกันดุเดือดว่า กกต.พบเห็นโพยและเก็นโพย เป็นกระทำผิดซึ่งหน้าหรือไม่หรือฝ่าฝืน พรป.สว.หรือไม่ โดย กกต.งัดคำพิพากษาหักล้าง และอ้าง ยึดโพยอาศัยมติ กกต.

 คำว่า โพยที่เถียงกันและ สว.สำรอง ร้องเรียน คือ “สว. 3”  มิใช่ “โพยกระดาษ” ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษยึดได้ในภายหลัง  โดยไม่ทราบว่า ฝใครจัดทำขึ้นมา  ทั้งได้ความ จากการบันทึกหลังเกิดเหตุของผู้ตรวจเลือกตั้งรายหนี่งประจำจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกิดข้อพิรุธ เพราะคำว่า พบเห็นเหตุการณ์ ผู้ตรวจการเลือกตั้ง จะต้องแจ้งเหตุ โดยบันทึกข้อเท็จจริงที่พบเห็นและแจ้งให้ กกต.ทราบโดยตรงในวันนั้น แต่ปรากฏว่า บันทึกหลังการเลือก สว.เสร็จสิ้นแล้ว 2 วัน ทำให้มีน้ำหนักน้อย

หากยึดตามหลักการรับฟังและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน มติที่ประชุมใหญ่ กกต.จะต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวน โดยพยานหลักฐานที่ชี้ชัดว่า ผู้ถูกกล่าวหาร่วมกันกระทำทุจริตการเลือก ฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77 (1) หรือไม่ ต้องปรากฏพยานนิติวิทยาศาสตร์ คือ “เส้นเงิน”เชื่อมโยงระหว่างผู้สมัคร สว.ด้วยกันและเชื่อมโยงกับ ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ในการกระทำความผิด

ทั้งพยานเอกสาร “โพย” นำมาคิดวิเคราะห์ และแผนการให้ได้คะแนนสูงสุด 140 คน  ที่จัดเตรียมมาล่วงหน้าเพื่อสอดใส้กับ สว.3 ตีเนียนเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการ อ้างว่า จดตัวเลขกันหลงลืม ที่จัดทำกันเป็นขบวน โดยใช้กลโกงเทคนิค จัดตั้ง “บล็อกโหวต” เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนสูงสุดที่ไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ ตั้งแต่การเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ เพื่อให้ได้มาผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละกลุ่ม รวม 20 กลุ่ม อันเป็นการได้มาซึ่งตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เป็นการได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตรงนี้ เป็นเกณฑ์ชี้วัด ในการใช้ดุลพินิจของ กกต.ทั้ง 7 จะใช้ดุลพินิจอย่างไร

ระเบียบฯ ข้อ 92 กำหนดให้ กกต.วินิจฉัยชี้ขาดภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ กกต.ประกาศรับรองผลการนเลือก สว. เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เป็นบทบังคับเด็ดขาด แม้จะใช้ดุลพินิจขยายระยะเวลาเกือบจะ 2 ปี และอ้างเอกสารจำนวนมาก

ในการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 เป็นไปตามหลักสุจริตและเที่ยงธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ การใช้มติเสียงข้างมาก “ขั้นตอนสุดท้าย” กับ “ความศรัทธา” “ความเป็นกลาง” และ “ความเชื่อมั่น ในองค์กร กกต. ย่อมเป็นเสาหลักของบ้านเมือง ต้องเดินควบคู่ไปด้วยกัน

ความกล้าหาญ ปราศจากอคติทั้งปวง ย่อมเป็นคำตอบสุดท้าย ในการใช้อำนาจ มิใช่ ลุแก่อำนาจ ยึดหลักกฎหมาย ยึดความถูกต้อง ไม่เห็นแก่พวกพ้อง หรือเครือข่ายสีต่างๆ โดยยึดว่ากันตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ

 ทั้งมีองค์กรตุลาการ ตรวจสอบการใช้อำนาจของ กกต.อีกชั้นหนึ่ง โดยผู้ถูกกล่าวหา ย่อมไปต่อสู้คดีและพิสูจน์ในชั้นศาลฎีกาให้สิ้นกระแสความ ไม่มีเหตุผลใด ต้องไปอุ้มบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อให้ตนเองเดือดร้อน และองค์กร กกต.หมดความศรัทธาในสายตาประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ

'เรืองไกร' ยื่นร้องยุบพรรคประชาชน จี้ กกต. สอบเส้นเงินบริจาคโยงขบวนการ Forex

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัท เพย์โซลูชั่น