'อนุทิน' แถลงร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ 69 เพื่อเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม หวัง สส.รับหลักการเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดประเทศชาติ-ปชช.
25 มิ.ย.2569 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ... โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงหลักการว่า ในนามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอนำเสนอร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ พ.ศ. ... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ หลักการให้โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของหน่วยรับงบประมาณเป็นบางรายการไปตั้งไว้เป็นงบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท โดยมีเหตุผลคือในปีงบประมาณพ.ศ.2569 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคม จากปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและระบอบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ฉะนั้น รัฐบาลจึงมีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้จ่ายรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่ตั้งไว้จำนวน 9.9 หมื่นล้านบาทมีไม่เพียงพอ รวมถึงอาจมีเหตุฉุกเฉินจำเป็นจากสถานการณ์และสถานภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 จึงมีความจำเป็นต้องโอนงบประมาณรายจ่ายบางรายการที่หน่วยรับงบประมาณได้รับจัดสรรตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2569 ไปตั้งเป็น งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉิน หรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว รวมทั้งกรณีมีเหตุฉุกเฉินอื่นหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ จึงจำเป็นที่จะต้องตรา พ.ร.บ.
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.เพื่อนำงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ของหน่วยรับงบประมาณที่คาดว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันในปีงบประมาณ หรือสามารถชะลอการดำเนินการได้จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท ไปตั้งเป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และ 2.เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปีงบประมาณพ.ศ.2569 และเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าจุดหมายของการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีความสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งจะทำให้การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ดังกล่าวมีความสอดคล้องกับ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณพ.ศ. 2561 มาตรา 35 วรรคหนึ่งที่กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายจะโอนหรือนำไปใช้สำหรับหน่วยรับงบประมาณอื่นไม่ได้ เว้นแต่จะมีพ.ร.บ.ให้โอนหรือนำไปใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ฉบับดังกล่าวที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เป็นการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2569 ซึ่งได้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2569 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 โดยงบประมาณและรายจ่ายที่นำมาจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ฉบับนี้ประกอบด้วย 1.รายจ่ายประจำ ในทุกงบรายจ่ายที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพัน หรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 2 มิ.ย. 2569 อาทิค่าใช้จ่ายในการสัมมนา การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์และการเดินทางไปราชการต่างประเทศ และ 2.รายจ่ายลงทุนในทุกงบลงทุน อาทิ รายการปีเดียวและการผูกพันข้ามปีงบประมาณที่ยังไม่สามารถประกาศ ประกวดราคา หรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิ.ย. 2569 หรือรายการที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถชะลอการดำเนินการได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการหรือไม่สามารถเบิกจ่ายได้ในปีงบประมาณพ.ศ.2569
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ รัฐบาลได้คำนึงถึงการบริหาร งบประมาณรายจ่ายในไตรมาสสามหรือไตรมาสที่สี่ของปีงบประมาณตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐที่จำเป็น การให้บริการสาธารณะภาครัฐ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิ์และสวัสดิการเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางสังคมรวมถึงการสร้างงานและรายได้ในระดับพื้นที่ ตลอดจนรายจ่ายตามข้อผูกพันต่างๆ ที่ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยงบประมาณที่นำมาจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ฉบับดังกล่าว จำนวน 1.03 หมื่นล้านบาท จำแนกเป็น 1.งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ จำนวน 9.03 พันล้านบาท และ 2.งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 1.28 พันล้านบาท เมื่อร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ดังกล่าว มีผลใช้บังคับหน่วยรับงบประมาณจัดสามารถขอรับการจัดสรรงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อนำไปดำเนิน ภารกิจที่มีความเร่งด่วน ฉุกเฉิน หรือจำเป็นได้ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง เงินจ่ายเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ.2562
“รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะให้การสนับสนุนและรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อให้รัฐบาลได้นำงบประมาณแผ่นดินไปดำเนินการในเรื่องที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประเทศชาติต่อไป” นายอนุทิน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดลึก 'กรมการปกครอง-มท.' ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ
เปิดลึก กรมการปกครอง-มท. ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ ดันแก้กม.-ออกคำสั่งให้เอาปืนมอบราชการตรวจภายใน 180 วัน แต่ฝ่ายกฎหมายแทงสวน เตือนเสี่ยงโดนร้องใช้อำนาจเกินขอบเขต-สร้างภาระประชาชน
เอ๊ะ! 'อนุทิน' โพสต์วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่มันก็เจ็บหัวอีก
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul
ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า
นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก
'อนุทิน' หารือเต็มคณะ 'มิน อ่อง หล่าย' ย้ำมิตรภาพ-ความไว้เนื้อเชื่อใจ
นายกฯ หารือเต็มคณะร่วมกับประธานาธิบดีเมียนมา ย้ำมิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจ เดินหน้าความร่วมมือ พร้อมลงนาม MOU 3 ฉบับ เสริมสร้างความร่วมมือแรงงาน -จัดการคุณภาพน้ำ -เทคโนโลยีอวกาศ
'อนุทิน' ต้อนรับ 'มิน อ่อง หล่าย' สมเกียรติ! นำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ
'นายกฯ อนุทิน' ต้อนรับ 'มิน อ่อง หล่าย' นำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนหารือความร่วมมือสองประเทศ
นายกฯ ยังไม่รู้ทัพฟ้าเตรียมเชิญขึ้นบิน F-16
นายกฯ ยังไม่รู้ ทอ.เตรียมเชิญขึ้นบิน F-16 ชี้ร่วมฟังบรรยายขีดความสามารถกองทัพ หลังรัฐบาลจ่ายงบกลางสนับสนุน ยันไม่ได้แสดงเขี้ยวเล็บ ไม่มีขอบินดูชายแดน

