
เทพไท เรียกร้อง ครม.ลดการใช้รถเป็นตัวอย่าง ก่อนไปแนะนำประชาชน เสนอ 5 แนวทางประหยัดน้ำมัน
14 มี.ค.2565-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงข้อเสนอของรัฐบาลให้จอดรถส่วนตัวไว้ที่บ้าน ให้ใช้รถสาธารณะแทนว่า เป็นข้อแนะนำในการปัญหาที่ไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง เพราะในยุคปัจจุบันรถยนต์ยังมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ถ้าจะแนะนำให้ประชาชนงดใช้รถส่วนตัวไปก่อน รัฐบาลต้องให้คนในรัฐบาล ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเสียก่อน เพราะตอนนี้รัฐมนตรีแต่ละคน ยังมีรถนำขบวน และมีรถขบวนผู้ติดตามจำนวนหลายคันอยู่เหมือนเดิม ไม่มีการปรับลดขบวนผู้ติดตามให้เข้ากับยุคน้ำมันแพงเลย หรืออาจจะเป็นเพราะว่าบุคคลเหล่านี้ ไม่ได้จ่ายค่าน้ำมันเองยังคงใช้น้ำมันหลวงอยู่
สำหรับคำแนะนำที่ดีต่อประชาชนนั้นก็คือ 1.ใช้รถเท่าที่จำเป็น 2.ตรวจเช็คระบบหัวฉีดของเครื่องยนต์เพื่อประหยัดน้ำมัน 3.เปลี่ยนใช้รถยนต์คันเล็กหรือซิตี้คาร์ 4.ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซล 5.เปลี่ยนรถรุ่นเก่าใช้รถรุ่นใหม่แทน จะประหยัดน้ำมันกว่าส่วนตัวก็เจอกับสภาพปัญหาน้ำมันแพงเหมือนกับคนไทยทุกคน ที่น้ำมันเบนซินราคาลิตรละเกือบ 50 บาท จากเดิมที่เคยเติมนำ้มันเต็มถัง ใช้เงิน 1700 บาท แต่ตอนนี้เติมเต็มถังต้องใช้เงิน 2500 บาท จึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงการใช้รถยนต์ประจำวัน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะน้ำมันแพง โดยคัดเอารถยนต์รุ่นเก่า และเครื่องยนต์ที่มีซีซีสูง และเป็นรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน ได้ให้คนขับรถล้างทำความสะอาด คลุมผ้าเก็บไว้ก่อน แล้วหันมาใช้รถยนต์รุ่นใหม่ ที่ใช้น้ำมันดีเซลดีกว่า จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับตัวเอง และประเทศชาติด้วย
แต่ก็ไม่แน่ใจว่าการตรึงราคานำ้มันดีเซล จะยืนยาวไปได้นานแค่ไหน เพราะนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คงเหลืออยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาทเท่านั้น ถ้าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในระดับนี้ ก็คงจะใช้เงินกองทุนนี้ได้ถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องช่วยตัวเอง ตามหลัก อัตตาหิ อัตโนนาโถ ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า รัฐบาลจากพยุงราคาน้ำมันดีเซลไปได้นานแค่ไหน
“เพราะถ้าราคาน้ำมันดีเซลราคาทะลุลิตรละ 30 บาท และรัฐบาลปล่อยให้ลอยตัวตามสภาพราคาตลาด ก็จะกระทบกับต้นทุนการผลิตในทุกๆด้าน ผลที่ตามมาก็คือ ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับตัวขึ้นราคาอย่างแน่นอน ประชาชนต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับสภาพค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นกันต่อไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
'เสนา'พลิกโมเดลอสังหาสู่นิวเอสเคิร์ฟแพลตฟอร์มสีเขียวคงเป้าปี69ที่1.4หมื่นล้าน
SENA เดินหน้าสู่ New S-Curve ทรานส์ฟอร์มจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ แพลตฟอร์มวิถีชีวิตสีเขียว เชื่อม 3 ธุรกิจหลัก บ้าน โซลาร์เซลล์ และรถยนต์ไฟฟ้า ผ่าน เสนากรีนออโต้ มั่นใจรายได้ทั้งปียังคงเป้าหมายไว้ที่ 14,000 ล้านบาท

