
เพื่อไทยเปิดตัว ‘เจ๊แจ๋น’ คุมเลือกตั้ง ส.ก. เตรียมเปิดผู้สมัคร 50 เขต 22 มี.ค. พร้อมประกาศนโยบาย ผอ.เลือกตั้ง ขอโอกาสดูแลชาวกรุง หลังไม่ได้เลือกตั้งมานาน
14 มี.ค. 2565 – ที่พรรคเพื่อไทย จัดการประชุมเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ( ส.ก.) มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก.พรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.โฆษกพรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ เลขานุการการเลือกตั้ง ส.ก.พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุมและแถลงข่าวความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า 12 ปีที่ไม่มีการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร และ 8 ปีหลังรัฐประหารที่คนไทยต้องทนอยู่กับคสช. ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ต้องทุกข์ทรมานอยู่กับการบริหารราชการของกรุงเทพฯ ที่กดทับ ถูกแช่แข็งประชาธิปไตย ปัญหาของพี่น้องประชาชนไม่ได้รับการแก้ไขดูแลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ไม่ได้มาจากประชาชน จึงไม่เข้าใจในความต้องการของพี่น้องประชาชน ไม่สามารถตอบสนองต่อความทุกข์ยากเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้
ดังนั้นในการเลือกตั้ง ส.ก. ที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงถือเป็นโอกาสที่คนกรุงเทพฯ จะได้มาทวงคืนสิทธิในการฟื้นคืนชีวิตที่มีรายได้ มีความสุข และกำหนดอนาคตของตัวเอง เพื่อสร้างเศรษฐกิจปากท้องที่ดีขึ้น สร้างรายได้มากขึ้น พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะนำความสำเร็จในอดีต สร้างปัจจุบัน มุ่งมั่นสู่อนาคตที่ดีขึ้น ผ่านการเลือกตั้ง ส.ก. อีกครั้ง หลังจากที่คนกรุงเทพฯ ถูกละเลย ไม่มีการจัดเลือกตั้ง ส.ก.นับตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2553 การเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้ จะถือเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ประชาชนได้เป็นผู้เลือกอนาคตและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนกรุงเทพฯ
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความภูมิใจและมีความมั่นใจในความพร้อมที่จะส่งผู้สมัคร ส.ก.ครบทั้ง 50 เขต โดยได้คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ใกล้ชิดประชาชน ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหาในยามวิกฤต เข้ามาอาสาเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทั้งยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ที่มีใจรักในประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี โดยมีมติแต่งตั้งนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก.พรรคเพื่อไทย เพื่อดูแล บริหารจัดการเลือกตั้ง ส.ก.ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และแต่งตั้งนายดนุพร ปุณณกันต์ เป็นเลขานุการการเลือกตั้ง ส.ก. ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะมีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต และนโยบายอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 มีนาคม
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระบวนการคัดสรร ผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคเพื่อไทย ได้ผ่านกระบวนการคัดเลือกโดยคณะกรรมการคัดสรรผู้สมัคร ส.ก. ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎหมาย มีความรู้ มีประสบการณ์การทำงานในสภา เคยทำงานรับใช้องค์กรหรือช่วยเหลือสังคม อาสารับใช้พี่น้องประชาชน เป็นคนในพื้นที่และรับรู้ปัญหาในเชิงพื้นที่เป็นอย่างดี ลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยได้คัดเลือกผู้สมัคร ส.ก.ที่มีทั้งผู้มีประสบการณ์ บุคลากรคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถหลากหลายสาขา มีความมุ่งมั่นทำงานรับใช้ประชาชนชาวกรุงเทพฯ เป็นอย่างดี
ด้านนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 คน ที่ผ่านการคัดเลือกของพรรคเพื่อไทย ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างหนักมาอย่างยาวนาน ทั้งในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงของการระบาดหนัก ผู้สมัคร ส.ก. ทุกคนทำงานลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด ไม่เคยละทิ้งประชาชน จนผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคเพื่อไทยติดโควิดหลายคน และเมื่อรักษาอาการป่วยจากโควิดหายแล้ว ยังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยนิ่งนอนใจต่อความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยได้เห็นการทำงานของผู้สมัครส.ก. ที่ตั้งใจที่จะอาสาเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน จึงมั่นใจว่าความมุ่งมั่นตั้งใจที่ผู้สมัคร ส.ก. ลงพื้นที่การทำงานมาโดยตลอด จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน จึงขอโอกาสรับใช้คนกรุงเทพฯในการเลือกตั้ง ส.ก.ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ โดยมั่นใจว่าผู้สมัคร ส.ก.จากพรรคเพื่อไทย จะเข้ามาตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารและการใช้งบประมาณของกรุงเทพฯ รายจ่ายประจำปี ซึ่งมีงบประมาณปีละกว่าแสนล้านบาท อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างโอกาส สร้างรายได้ ดูแลสุขภาพให้กับประชาชนได้โดยไม่ต้องถูกลอยแพอย่างที่ผ่านมา ถึงเวลาแล้วที่คนกรุงเทพฯจะได้เลือกผู้บริหารพื้นที่ด้วยมือของท่านเอง
“ขอขอบคุณที่รัฐบาลจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เรารอคอยมาหลายปี หลังจากที่คนกรุงเทพฯ ได้ผู้ว่า กทม. ที่มาจากการแต่งตั้ง จาก คสช.มาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งถือว่าเป็นความทุกข์ทรมานของคนกรุงเทพฯ ที่ต้องจำใจอยู่กับผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่ได้เลือก พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมมาโดยตลอด เราจะตั้งใจทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ เหมือนที่ทำมาต่อไป” นางพวงเพ็ชร ระบุ
นายดนุพร ปุณณกันต์ เลขานุการการเลือกตั้ง ส.ก.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะเข้ามาทำหน้าที่ประสานงานและวางแผนแนวนโยบายร่วมกัน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา ขอให้ผู้สมัคร ส.ก. ทุกคนศึกษาในข้อกฎหมายอย่างละเอียดให้ถูกต้องมากที่สุด และต้องระวังตัวให้มากที่สุด ขอให้ผู้สมัคร ส.ก.ทุกคน ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ซื้อสิทธิซื้อเสียงซึ่งเป็นไปตามนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยที่ยึดถือมาโดยตลอด
“ถ้าเข้าไปได้ด้วยอำนาจเงิน ท่านจะไม่ภูมิใจ เราจะเดินไปด้วยกันอย่างถูกต้อง ไปสู่จุดหมายปลายทางของชัยชนะของ ส.ก.ทั้ง 50 เขตจากพรรคเพื่อไทย” นายดนุพร กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา
'จุลพันธ์' ลั่นรัฐบาลยังแน่นปึ้ก เคลียร์ปม 'หมอชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน
'จุลพันธ์' การันตี เสถียรภาพรัฐบาลยังแน่นปึ้ก หลังมีข้อกังขา 'หมอชลน่าน' ร่วมเสวนากับฝ่ายค้าน แจง 'เพื่อไทย' เปิดกว้างสมาชิกทำกิจกรรมสื่อสารปชช.ได้
'ยศชนัน' นำทีมบิ๊กคลีนนิ่ง 'อนุทิน' จ่อลงพื้นที่น่าน หลังกลับจากนิวซีแลนด์
'ดร.เชน' นำทีมทำความสะอาดเมืองน่าน หลังน้ำลด เผยนายกฯ ห่วงใยปชช. รอเสร็จภารกิจนิวซีแลนด์กลับไทย ลงพื้นที่ทันที ติดตามเรื่องเยียวยาผู้ประสบภัย
จับตา! ปฏิกิริยา ภท. หลัง 'ทักษิณ' ขยับ กดทับ 'อนุทิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทักษิณขยับ กดทับอนุทิน?" โดยระบุว่า
นายกฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธี ก่อนร่วมงานศพ 'เกรียง'
นายกฯ บินตรวจเยี่ยม-มอบนโยบาย หน่วยบินยุทธวิธี กองบิน 1 โคราช ก่อนไปร่วมสวดอภิธรรมศพ 'เกรียง กัลป์ตินันท์' ที่อุบลฯ จับตาพบ 'ทักษิณ' ในงาน
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

