เปิดคำวินิจฉัย กกต. ดูเหตุผลชัดๆ ทำไม 2 สว.อำนาจเจริญ 'นางแดง' แม่ค้าขายหมู 'สมภาร' พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ คุณสมบัติจึงผ่านฉลุยนั่งเก้าอี้ สว.ได้ หลัง 'ยิ่งชีพ' บอกอยากดูมากเคยเรียกร้อง กกต.แต่ไม่ได้รับการตอบรับ
29 ก.ค.2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เรียกร้องให้นายสมพาน พละศักดิ์ และนางแดง กองมา 2 สว.อำนาจเจริญ เปิดรายละเอียดคำวินิจฉัยกกต.ที่อ้างว่า กกต.ยกคำร้องไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้วกรณีทั้งสองถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร สว. กลุ่มที่ 10 คือกลุ่มประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นหรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน หลังนายสมพานและนางแดง ระบุว่าเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ ที่กล่าวหาเรื่องนี้ ฐานจนทำให้ประชาชนสับสน ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง และเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น
โดยพบว่าเว็บไซต์สำนักงาน กกต. ได้มีการเผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องทั้ง 2 ฉบับไว้ โดยคำวินิจฉัย กกต.ที่ 249/2567 ลงวันจันทร์ที่ 23 ธ.ค.2567 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ นางแดง ผู้มีสิทธิ์เลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข 24 ถูกร้องว่า การที่นางแดงระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร(สว.3)ว่าประกอบอาชีพค้าขายหมูตั้งแต่ปีพ.ศ.2541 แต่ก็เป็นการประกอบอาชีพแผงขายเนื้อสุกร ที่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบกิจการดังกล่าว นางแดงจึงสมัครรับเลือกเป็นสว.โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบปี เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74
โดยเหตุผลที่ กกต.ยกคำร้องระบุว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนได้ความว่านางแดง ขายเนื้อสุกรในตลาดเอกชนวิชิตสิน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 2540 ถึงปัจจุบัน และเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดน่าซื้อตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน นอกจากนางแดงลงลายมือชื่อรับรองว่าตัวเองมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครแล้ว เจ้าของตลาด และผู้ค้าในตลาดเอกชนวิชิตสินรวม 3 ราย ยังลงชื่อรับรองและเป็นพยานให้ รวมถึงผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอก็ไม่ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งข้อมูลว่านางแดงไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จึงได้ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกระดับอำเภอ ดังนั้นพยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่านางแดงเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี ตามมาตรา 11(10) และมาตรา 13 (3) และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านางแดงกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้อง
ส่วนคำวินิจฉัยกกต.ที่17/2568 วันจันทร์ที่ 13 ม.ค.2568 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ซึ่งนายสมพาน ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข99 ถูกร้องในข้อหาเดียวกันว่า การที่นายสมพานระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่าประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การกระทำของนายสมพานจึงเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร เพราะไม่ใช่บุคคล ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่าสิบ
สำหรับเหตุผลที่กกต.ยกคำร้องระบุว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนฟังได้ว่า นายสมพานประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน "ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2552 ปรากฏตามใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ออกวันที่ 4 มิ.ย.2552 โดยมีพยานของนายสมพาน 3 ปากให้การสอดคล้องยืนยันว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน และมีร้านหลายสาขาใน อ.เมืองอำนาจเจริญ อีกทั้งนายสมพานให้ถ้อยคำยืนยันว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัคร โดยมีบุคคลลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรองและพยานในหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) รวมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งว่านายสมพานเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิก วุฒิสภาแต่อย่างใด ดังนั้น พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายสมพานเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้นไม่น้อยกว่าสิบปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า นายสมพานกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74 ตามคำร้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ยิ่งชีพ' ท้า 'อนุทิน' มาเบิกความด้วยตนเอง หลังส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาทในคดีฮั้วสว.
'ยิ่งชีพ'ท้า 'อนุทิน' มาเบิกความปรับปรำด้วยตนเอง หลังส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาทในคดีฮั้วสว. โวมีสำนวนคดีอยู่เพียบ การพิสูจน์ความจริงง่ายมาก ตรงกันข้ามการที่'อนุทิน' จะพิสูจน์ว่าตนเองพูดไม่จริง เป็นเรื่องยากมาก ถ้าไม่เบิกความเท็จก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะสู้คดีนี้อย่างไร
นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม
'สว.นันทนา' จี้ กกต. เปิดคำวินิจฉัยคดีฮั้วสว. ให้สังคมคลายข้อสงสัย อย่าท้าทายศรัทธาปชช.
‘นันทนา’ กระทุ้ง กกต. ส่งศาลฎีกาเคลียร์คดี ‘ฮั้ว สว.’ ลั่น อย่าทำลายศรัทธาประชาชน มอง ควรเปิดคำวินิจฉัย ให้สังคมคลายข้อสงสัย
เริ่มแล้ว ขบวนกดดัน ‘กกต.’ ไอลอว์พามวลชนลงถนน
เริ่มแล้ว! ขบวน ’ไอลอว์‘ จัดกิจกรรมเดินขบวนบี้ ’กกต.‘ มีมติสั่งฟ้อง ‘229 รายเอี่ยวโกงฮั้ว สว.’ พรุ่งนี้ ด้าน ’ยิ่งชีพ‘ ย้ำเครือข่ายในขบวนการลามโยง ’ภท.‘ ลั่นรับไม่ได้เลือกคนมาวินิจฉัยเรื่องของตัวเอง ปลุกชวนปชช.ร่วมกิจกรรมโค้งสุดท้าย ขู่มีเอกสารหลักฐานเพียบ หากสั่งไม่ฟ้องใครพร้อมแฉคนนั้น-รอดทั้งหมดก็เปิดหลักฐานแฉแบบหมดเปลือก
ผอ.iLaw แจกกำหนดการ เดินกดดันกกต.พิจารณาคดีฮั้วสว.14 ก.ย.นี้
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
กมธ.ตำรวจรีบปัดไร้เกมการเมืองเรียก 'ไอติม-ไอลอว์' แจงปมเอกสารฮั้ว สว.
'กมธ.ตำรวจ' เรียก 'ไอติม-ไอลอว์' แจงปมเผยแพร่เอกสารดีเอสไอคดีโกง สว. ยัน ทำเพื่อหาข้อเท็จจริง ไร้เกมการเมือง

