‘เสด็จพี่’ จี้รัฐบาลอย่าตัดตอนแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นจบแค่ปลายแถว

พร้อมพงศ์’ ชี้การแก้ปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น อย่าจบแค่ปลายแถว คืนโอกาสคนสอบสุจริต สาว ระบบ-เงิน-คน หากหลักฐานถึงตัวการใหญ่ต้องเอาให้ถึง

16 สิงหาคม 2569 –  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบความผิดปกติในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรท้องถิ่น หลังพบผู้มีคะแนนผิดปกติ 5,925 รายว่า สนับสนุนกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่เดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่คะแนนสอบผิดหรือถูก แต่คือความเชื่อมั่นของลูกหลานประชาชนต่อระบบราชการไทย

คนที่ถูกอ้างว่ามีส่วนกระทำผิดจำนวน 5,925 ราย ต้องไม่ใช่ตัวเลขเพื่อปิดเรื่อง ตรวจแล้วต้องไปให้สุด อย่าจบแค่ปลายแถว หากหลักฐานพบว่ามีผู้บงการหรือผู้ได้ประโยชน์อยู่เบื้องหลัง ต้องสาวไปให้ถึงและเอาผิดให้ได้

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การจัดการบัญชีที่มีปัญหาเป็นเพียงครึ่งทาง อีกครึ่งหนึ่งที่ประชาชนกำลังรอคำตอบคือ ใครทำ ระบบพลาดตรงไหน มีผลประโยชน์หรือไม่ และคนสอบสุจริตจะได้รับความเป็นธรรมเมื่อไร รวมถึงต้องปิดช่องโหว่ไม่ให้เรื่องลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจึงต้องเร่งดำเนินการ 2 เรื่องพร้อมกัน

1. คืนโอกาสให้คนสอบสุจริต อย่าให้คนดีรับกรรมแทนคนโกง เมื่อมีการจัดทำบัญชีใหม่แล้ว ต้องเร่งดำเนินการกับผู้สอบผ่านตามคะแนน หลักเกณฑ์ และอัตราว่างโดยเร็ว คนที่อ่านหนังสือ ลงแรง และสอบด้วยความสามารถ ไม่ควรต้องเสียอนาคตจากความผิดปกติที่ตนไม่ได้ก่อ การเอาคนผิดออกจากระบบเป็นเรื่องหนึ่ง แต่เอาความเป็นธรรมกลับคืนให้คนสุจริตสำคัญไม่แพ้กัน

2. สาวให้ครบ 3 เส้นทาง ระบบ-เงิน-คน โดยเส้นทางระบบ ต้องตรวจให้ชัดว่า จุดไหนเปิดช่องให้เกิดความผิดปกติ ใครเข้าถึงข้อมูลได้ ใครมีสิทธิแก้ไข และระบบควบคุมล้มเหลวตรงไหน เพื่อปิดประตูไม่ให้เกิดซ้ำ เส้นทางเงิน หากพบพยานหลักฐานหรือเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ ต้องตามเส้นทางการเงินให้สุดและใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ส่วนเส้นทางคน ต้องตรวจทุกบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ นายหน้า หรือบุคคลอื่น หากหลักฐานถึงใคร ต้องไปถึงคนนั้น ไม่ว่าปลายแถวหรือหัวแถว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ประชาชนไม่ได้ต้องการเห็นข่าวตรวจสอบอยู่พักหนึ่งแล้วทุกอย่างเงียบหาย แต่ต้องการเห็นว่า ความจริงคืออะไร ใครต้องรับผิดชอบ ช่องโหว่อยู่ตรงไหน และคนที่สอบด้วยความสามารถได้รับโอกาสคืนหรือยัง การสอบราชการต้องวัดกันที่สมอง ไม่ใช่เส้นสาย ต้องวัดกันที่ความสามารถ ไม่ใช่กำลังเงิน

กระทรวงมหาดไทยเริ่มมาถูกทางแล้ว แต่ต้องเดินให้สุด อย่าจบแค่ตัดรายชื่อ อย่าจบแค่ปลายแถว และอย่าปล่อยให้คนสอบสุจริตเป็นผู้รับกรรม หากหลักฐานไปถึงผู้บงการ ผู้ได้ประโยชน์ หรือบุคคลระดับใด ต้องดำเนินการถึงคนนั้น

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องทำให้ลูกหลานคนไทยมั่นใจว่า คนที่ตั้งใจอ่านหนังสือและสอบด้วยความสามารถ ต้องมีโอกาสเหนือคนที่คิดใช้เงินหรือเส้นสายซื้อทางเข้าสู่ระบบราชการ

“คนที่อ่านหนังสือหนัก ต้องมีค่ามากกว่าคนที่รู้จักคนใหญ่คนโต ความสามารถต้องชนะเส้นสาย และความสุจริตต้องไม่เป็นฝ่ายแพ้ ถ้านายกรัฐมนตรีเอาจริง ทำให้เป็นบรรทัดฐาน และสาวตามหลักฐานไปจนสุด เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่การล้างโกงสอบท้องถิ่น แต่จะเป็นการคืนความยุติธรรมให้คนสอบสุจริต และคืนศรัทธาให้ระบบราชการไทย” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่ง 5,925 รายชื่อ ถอดจากราชการ ปมโกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เดินหน้าตามมาตรการจัดการปัญหาทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยส่งรายชื่อและข้อมูลผู้ที่พบว่ามีการเพิ่มคะแนน จำนวน 5,925 ราย ให้แก่หน่วยงานตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) จำนวน 5 หน่วยงาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

'ป.ป.ช.' เร่งคดีโกงสอบท้องถิ่น ยันไม่เจอตอ ฮึ่มสาวถึงใครฟันหมด

รองเลขาฯป.ป.ช. เผยคดีโกงสอบท้องถิ่นคืบ กระจายตัวทำงาน เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน-ตรวจกระดาษคำตอบ ย้ำทำตามกรอบ 3-6 เดือน ปัดล่าช้า ขอประชาชนใจเย็น ยันไม่เจอตอ ฮึ่มสาวถึงใครฟันหมด

'อนุทิน' การันตีคดีโกงสอบไม่มีเส้นสาย ไร้เพดานสาวถึงใครก็คนนั้น

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นไม่มีสาย ชี้ 'ปปง. - ป.ป.ช. - ตร.' จับมือเร่งดำเนินการอยู่ ลั่นไร้เพดาน หากถึงใครก็คนนั้น

ประธาน กมธ.ปปช. กระทุ้ง 5 หน่วยงานรัฐ ร่วม MOU สกัดโกงสอบท้องถิ่น ต้องทำให้เห็นผลจริงสาวตัวผู้บงการ

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีเรียกรับเงินการทุจริตการสอบท้องถิ่น