อึ้ง! คนไทยกว่า 48% เคยเจอภัยการเงินหลอก ทั้งกู้นอกระบบ-ชวนลงทุนเถื่อน

16 สิงหาคม 2569 – “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับภัยการเงินและ    การฟอกเงิน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,151 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม 2569  ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51.69 ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับภัยทางการเงิน ขณะที่ร้อยละ 48.31 เคยมีประสบการณ์ โดยลักษณะที่พบมากที่สุด คือ โฆษณาเงินกู้นอกระบบหรือการชักชวนลงทุนที่น่าสงสัย ร้อยละ 57.73  และเมื่อพบเบาะแสที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าควรแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ร้อยละ 42.57 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 59.77 เห็นว่าปัญหาการฟอกเงิน ณ วันนี้น่ากังวลมาก                    สาเหตุสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษยังไม่จริงจัง ร้อยละ 76.11 และเห็นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดการกับตัวการใหญ่ ลงโทษอย่างหนัก กวาดล้างให้สิ้นซากเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ ร้อยละ 78.80

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่าภัยทางการเงินเป็นเรื่องใกล้ตัว เกือบครึ่ง  เคยมีประสบการณ์ โดยมองว่าปัญหาการฟอกเงินน่ากังวลและยังไม่เชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมาย ภาครัฐจึงควรเร่งจัดการตัวการใหญ่และผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ควบคู่กับการตรวจสอบบัญชีผิดปกติและให้ความรู้ประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหรือถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการโดยไม่รู้ตัว

ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่าปัญหาการฟอกเงินไม่ใช่เพียงอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แต่เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของ “หลักนิติธรรม” และความเข้มแข็งของสถาบันรัฐเมื่อ 76.11% มองว่าปัญหาเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษที่ไม่จริงจัง จึงสะท้อนช่องว่างสำคัญระหว่าง “กฎหมายที่มีอยู่” กับ “กฎหมายที่บังคับใช้ได้จริง” ยิ่งเมื่อ 64.55% เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนอาจเกี่ยวข้องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปัญหาจึงเชื่อมโยงถึงการทุจริตเชิงระบบและความบกพร่องของกลไกกำกับดูแล รวมทั้งเสียงประชาชน 78.80% ที่เรียกร้องให้จัดการ “ตัวการใหญ่” จึงชี้ว่า การบังคับใช้กฎหมายต้องไปให้ถึง ผู้บงการ เครือข่าย และโครงสร้างทางการเงิน  ที่อยู่เบื้องหลัง มิใช่หยุดเพียงผู้กระทำรายย่อย ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงต้องขยับจากการปราบปรามรายคดีไปสู่การจัดการ                        เชิงโครงสร้างควบคู่กับการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ท้ายที่สุด หลักนิติธรรมมิใช่เพียงการมีกฎหมาย แต่คือความสามารถของรัฐในการทำให้กฎหมายอยู่เหนืออำนาจเงิน อิทธิพล และอำนาจ เมื่อกฎหมายบังคับใช้ได้จริงและ เสมอภาค การปราบปรามการฟอกเงินจึงจะเปลี่ยนจาก “การแก้ปัญหาปลายทาง” สู่ “การตัดวงจรทุจริตที่ต้นทาง” อย่างยั่งยืน      

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต้องทำงานหนัก! โพลชี้ 50% ยังไม่เชื่อมั่นรัฐแก้ปัญหาความรุนแรงและอาชญากรรม

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,198 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม 2569

'ดุสิตโพล' ชี้ดัชนีการเมือง ก.ค.ขยับดีขึ้น อนุทิน -รักชนก ผลงานเด่น

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569”

'ป้อม ภาวุธ' ส่งตัวแทนยื่นเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาคดี Forex รอบ 2 ส่วน 'ฟิล์ม รัฐภูมิ' ยังเงียบ

'ป้อม ภาวุธ' ส่งตัวแทนยื่นเลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาคดี Forex รอบ 2 ติดประชุม กมธ.-แจงยังไม่เห็นหมาย ยันพร้อมลุยชี้แจง ดีเอสไอ 3 ส.ค.นี้ ส่วน 'ฟิล์ม รัฐภูมิ' ยังเงียบ ไร้การติดต่อขอเลื่อนหมายเรียกครั้งแรก

ผลสำรวจเผย ‘ไทย’ ไม่พร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่าง ๆ เรื่อง “ผู้สูงอายุกับระบบสวัสดิการรัฐ”