เอาเข้าไป! 'ชัยธวัช' เสนอเลิก สว. ซัด กกต.ทำคดีก้าวไกล-ฮั้ว สว.ต่างกันฟ้ากับเหว

“ชัยธวัช” เสนอเลิกวุฒิสภา หากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ สว.แบบไทยเป็นผลผลิตจากรัฐประหารปี 2490 ก่อนซัด กกต.ทำคดียุบก้าวไกลเทียบฮั้ว สว.ต่างกัน “ฟ้ากับเหว” ท้า 14 ก.ย.ส่งศาลทั้ง 229 คน อย่าจบแค่ปลาซิวปลาสร้อย

29 สิงหาคม 2569 -  นายชัยธวัช ตุลาธน อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และอดีตผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวบนเวทีผู้นำฝ่ายค้าน หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” ถึงความกังวลต่อกลไกสภาในการตรวจสอบถ่วงดุล โดยเรื่องของการล้มล้างการปกครองทำให้ตนนึกถึงเหตุการณ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้องยุบพรรคก้าวไกลว่าล้มล้างการปกครอง กรณีหาเสียงเป็นนโยบายเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งแตกต่างราวฟ้ากับเหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัชย้อนถึงการดำเนินคดียุบพรรคว่า วันนั้น กกต.ชุดใหญ่ไม่รอความเห็น ไม่รอสำนวนจากคณะไต่สวนและสืบสวนของตนเอง พร้อมอ้างว่า “มีความปรากฏแล้ว” ไม่ต้องรอกระบวนการตามขั้นตอนก็ได้ กกต.ชุดใหญ่สามารถพิจารณาและส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้เลย จึงตั้งคำถามว่า เรื่องโกง สว.มีความปรากฏหรือไม่ ซึ่งมีความปรากฏตั้งแต่ที่เมืองทองธานีแล้ว ทำไมความปรากฏจึงช้ามาก โดยจะรอดูว่าวันที่ 14 ก.ย.จะเป็นอย่างไร

เมื่อกล่าวถึงปัญหาของกลไกตรวจสอบถ่วงดุล อดีตผู้นำฝ่ายค้านย้อนกลับไปถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2540 ว่า ขณะนั้นมีความหวังในการปฏิรูปการเมือง รวมถึงมีกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลจำนวนมาก ในรูปแบบองค์กรอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย ด้วยหลักคิดที่ว่า “ปิดทุจริต เปิดประสิทธิภาพ” ซึ่งการออกแบบให้มีองค์กรอิสระต่าง ๆ ก็เพื่อนำมาตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล

อย่างไรก็ตาม นายชัยธวัชมองว่า มาถึงวันนี้ในภาพรวมยังพบว่ามีการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล มีการทุจริตคอร์รัปชัน ซ้ำร้ายไปกว่านั้น กลไกองค์กรอิสระที่เราเชื่อมั่นว่าจะมาจัดการการใช้อำนาจฉ้อฉล กลับมาใช้อำนาจฉ้อฉลเสียเอง จึงเกิดคำถามว่าจะตรวจสอบอย่างไร แม้ดูเหมือนว่าจะมีกลไก แต่ก็เป็นเรื่องยาก แม้แต่ประชาชนที่จะตรวจสอบองค์กรอิสระเหล่านั้น ก็มีอำนาจในการตรวจสอบน้อยลงทุกที ถึงเวลาที่ต้องมาทบทวนกันเพื่อผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยคดีฮั้ว สว. หรือโกง สว. จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยเห็นว่า เราจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด

ในประเด็นการตรวจสอบผู้มีอำนาจ นายชัยธวัชกล่าวว่า ในอดีตสังคมตั้งใจจะตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมืองอย่างไร แต่ตั้งแต่ปี 2549 ที่มีการรัฐประหาร จนถึงปี 2557 ที่มีการรัฐประหารอีกรอบ และจนถึงปัจจุบัน คิดว่าเราตระหนักได้แล้วว่า ผู้ที่มีอำนาจและใช้อำนาจสร้างปัญหาให้กับสังคมไทยนั้น ไม่ได้มีนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ดังนั้น เราต้องตรวจสอบกลไกการใช้อำนาจกับทุกคนและทุกองค์กรที่มีอำนาจ เพราะนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และผู้มีอำนาจที่อยู่หลังม่าน ปวดหัวเสียจริง ๆ

สำหรับที่มาของความกังวลเรื่องการตรวจสอบอำนาจ อดีตผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า ตนกังวลมาตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2557 และมีรัฐธรรมนูญปี 2560 ยุค คสช. ที่ตั้ง สว.จากการแต่งตั้งครั้งแรก ซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระเหมือนกัน แถมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย จึงอยากถามกลับว่า ทำไมเพิ่งมากังวลเรื่องนี้กัน เพราะก่อนหน้านี้ไม่ต้องมาโกงให้เหนื่อย ตั้งเอาดื้อ ๆ เลย ซึ่งวันนี้มีการโกง ทำให้เรารู้สึกร้อนใช่หรือไม่ ทนไม่ได้ แต่ขอทวนความจำ ไอ้ไม่โกงแต่ตั้งเอาดื้อ ๆ ไม่กังวลหรือ

นายชัยธวัชมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่แค่วิกฤตเรื่องกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเท่านั้น เพราะคดีโกง สว.เป็นหนึ่งในวิกฤตที่แสดงถึงระบอบประชาธิปไตยของไทยจากภัยคุกคามของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่เป็นพัฒนาการล่าสุดของระบอบการเมือง ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 และมีรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นมา

เมื่อกล่าวถึงบทบาทขององค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และ สว. อดีตผู้นำฝ่ายค้านระบุว่า ภายใต้ระบอบการเมืองหลังปี 2557 และรัฐธรรมนูญปี 2560 กลไกเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ แต่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกในการกำกับควบคุมสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกลไกที่ออกมากำกับควบคุมอำนาจที่มาจากประชาชนให้เชื่องต่อผู้มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงิน

นายชัยธวัชยกตัวอย่างการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า จึงไม่แปลกที่กลไกเหล่านี้จะทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง โดย ป.ป.ช.จะเลือกฟ้องนักการเมืองคนไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นยอมถูกกวาดต้อนมาอยู่กับผู้มีอำนาจหรือไม่ ซึ่งลองไปถามอดีต สส.พรรคพลังประชารัฐดูว่าถูกแบล็กเมลเรื่องอะไร และพอวันหนึ่งไม่มีอำนาจ หรือไม่ได้เป็นพวกเดียวกันแล้ว คดีก็จะกลับมาเดินใหม่

“มันเอาไว้ควบคุมกำกับใช่ไหมครับ ใครเชื่องรอดไป รอไว้ก่อน ใครไม่เชื่องจัดการ ลองดูศาลรัฐธรรมนูญ ใครเชื่องรอด ใครไม่เชื่องตัดสิทธิ์ ยุบพรรค ถูกไหมครับ” นายชัยธวัชกล่าว

สำหรับบทบาทของ สว.ชุดปัจจุบัน นายชัยธวัชกล่าวว่า วันนี้ สว.ที่มาจากการโกง แม้ไม่ได้มีอำนาจในการเลือกนายกฯ แต่ก็ถือว่าเป็นแกนกลางของการกำกับควบรวมอำนาจของระบอบสีน้ำเงิน เพราะ สว.สามารถเลือกองค์กรอิสระได้ ซึ่งถือว่า สว.เป็นหัวใจที่สำคัญมากของกลไกดังกล่าว และอีกหน้าที่ของ สว.คือการไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในแบบที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ

อดีตผู้นำฝ่ายค้านมองว่า เห็นได้ว่ามีความพยายามทุกวิถีทาง มีการโกงอย่างเป็นระบบและโจ่งแจ้ง เพื่อให้ได้เสียงข้างมากใน สว. เพื่อพิทักษ์ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งใช้ทุกวิถีทางถึงขั้นบอกว่า “เราทำเพื่อข้างบน” ดังนั้น หากไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ จะกระทบระบอบประชาธิปไตย

เมื่อกล่าวถึงอนาคตของวุฒิสภาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายชัยธวัชเสนอว่า หากเราผลักดันจนสามารถได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีเหตุผลอะไรที่จะคงวุฒิสภาไว้อีก หากตอบไม่ได้ก็ไม่ควรจะมี เราถูกสอนให้เชื่อว่า สว.เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในระบบรัฐสภาของไทย แต่เอาเข้าจริง สว.แบบที่เรารู้จักเป็นผลผลิตของการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแรกเมื่อปี 2490 เป็นการตั้งใจทำให้เป็นองค์กรแต่งตั้งตั้งแต่แรก เพื่อไปควบคุมสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง

จากนั้น นายชัยธวัชฝากคำถามไปยัง กกต.ว่า เป็นเหตุเป็นผลกันอย่างไรที่จะต้องดำเนินคดีกับคนที่นำเอกสารสำนวนสอบสวนของ กกต.ออกมาเปิดเผย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการทำงานของ กกต. เป็นเหตุเป็นผลกันหรือไม่ ตนคิดว่าวันนี้การที่มีคนกล้าเอาเอกสารพยานหลักฐานมาเปิดเผย เพราะทนไม่ได้และไม่มีความเชื่อมั่นกับ กกต.

อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลเรียกร้องไปยัง กกต.ว่า หากไม่ต้องการให้มีใครนำเอกสารหลักฐาน หรืออะไรก็ตามที่ กกต.คิดว่าอยู่ในสำนวนของตัวเองมาเปิดเผย วันที่ 14 ก.ย.นี้ ก็ส่งฟ้องทั้ง 229 คน ส่วนเหตุผลที่ว่าต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม นายอภิสิทธิ์ก็บอกแล้วว่า ยังมีพยานหลักฐานที่ DSI อีกจำนวนไม่น้อยที่ กกต.ไม่ยอมมาขอเอาไปรวมอยู่ในการพิจารณาสำนวนของ กกต. หรือ DSI เสนอไปแล้วก็ไม่เอา วันที่ 14 นี้ ขอให้ช่วยเอาไปดูด้วย ตนเข้าใจว่ามีเส้นเงินเพิ่มขึ้นอีกหลายเส้น จะได้เข้าใจว่าเหตุผลเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

สำหรับข้อกังวลว่า กกต.อาจดำเนินคดีเพียงบางส่วน นายชัยธวัชกล่าวว่า หลายคนอาจกังวลว่าเดี๋ยว กกต.จะฟ้องแค่ปลาซิวปลาสร้อย ตนไม่แน่ใจ เขาอาจจะไม่ฟ้องเลยก็ได้ ตนก็นั่งคิดอยู่ว่า หากเขาไปฟ้องแค่บางคนสัก 30 คน แล้วถ้าข้อเท็จจริงในสำนวนจะเอาอย่างไร เผลอ ๆ ติดคุกเร็วขึ้น

นอกจากนี้ นายชัยธวัชยังกล่าวถึงเอกสารของฝ่ายคดีพิเศษ 1 ที่ทำเรื่องถึง DSI ลงวันที่ 16 ม.ค. 2569 โดยมีข้อความที่น่าสนใจว่า DSI ได้ส่งสำนวนคดี สว.ไปยังอัยการ ซึ่งในสำนวนพบว่ามีการฟ้องเพียง 8 คน เป็น สว.ปัจจุบัน 2 คน และอีก 6 คนเป็นผู้ร่วมขบวนการ ก่อนที่อัยการจะส่งคืนสำนวนสอบสวนที่ส่งฟ้องดำเนินคดี 8 คน เนื่องจากอัยการฝ่ายคดีพิเศษเห็นว่า ขบวนการใหญ่โตขนาดนี้ สั่งฟ้องเพียงแค่ 8 คนได้อย่างไร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.นิรโทษกรรม พร้อมดันวาระ 2-3 ให้ทัน ต.ค.นี้ ปชน. ยืนกรานล้างคดี 112 ให้เยาวชนต่ำกว่า 18 ปี

นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ…. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในชั้นกมธ.ฯ ว่า ขณะนี้กมธ.ฯ

เดือดปุดๆ! ลั่นไม่นิรโทษคดี 112 เป็นแค่ฉันทามติคนกลุ่มหนึ่ง มีอำนาจได้ด้วยเสื้อคลุมจงรักภักดี หากินกับความขัดแย้ง

นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เป็นความจริงที่ว่าการนิรโทษกรรมคดี 112 นั้น ยังมีความเห็นต่างและความกังวลกันอยู่มาก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผลที่เราจะบอกว่า ยังไม่ควรนิรโทษกรรมคดี 112 เพราะสังคมยังไม่มีฉันทามติเรื่องนี้

'เท้ง' ควง 'ชัยธวัช' ขึ้นเหนือเล่นน้ำสงกรานต์ ปัดวัดพลัง 'ทักษิณ-อิ๊งค์'

พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค , น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พร้อมด้วย สส.ลำปาง ทั้ง 3 เขต และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้าเยี่ยมชมการทำโคมศรีล้านนา ที่บ้านแยงบัว จังหวัดลำปาง เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

‘ชัยธวัช’ จี้อย่าปัดตกนิรโทษกรรม หวั่นเว้น ม.112 คลี่คลายขัดแย้งไม่จริง

อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล หวังสภาสมัยหน้าเปิดกว้างถกร่างนิรโทษกรรมทุกฉบับ ถามกลับหากเว้น ม.112 จะถึงเป้าหมายสมานฉันท์หรือไม่ ยกกรณี ‘พอล แชมเบอร์ส’ สะท้อนปัญหาตัวบท–การบังคับใช้ หวั่นซ้ำเติมคดีการเมืองให้แย่ลง

มท.1 แจงเรื่องปกติปลัดอำเภอตามบุคคลสำคัญ ปลอบปชน.'อย่ากังวล ถ้ามั่นใจความนิยมดี'

มท.1 ชี้ปมปลัดอ.ป่าซางไลน์หลุด 'อย่ากังวลเลย ถ้ามั่นใจความนิยมดี' ไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดอุปสรรค พร้อมสั่งตรวจสอบ7วัน หลังส่องปชน.หาเสียง ยันเป็นเรื่องปกติติดตามบุคคลสำคัญ