
ฝ่ายค้านชี้มติกกต.หากส่งศาลฎีกาไม่ครบ 229 ชื่อ ระวังพวกน้ำเงินอ่อน ถูกตัดตอนให้พลีชีพ หากไม่ยอม จะออกมาลากไส้แฉกลับ
13 กันยายน 2569 – นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นอีกหนึ่งสส.ฝ่ายค้าน ที่ติดตามเรื่องคดีฮั้วสว. กล่าวถึงการประชุมชี้ขาดคดีฮั้วสว.ของกกต.ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.นี้ว่า จากที่ได้เห็นตามหน้าข่าวต่าง ๆ รวมถึงหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสว.เมื่อปี 2567 ที่ปรากฏออกมาทั้งของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอนุกรรมการไต่สวนของสำนักงานกกต.ชุดที่ 26 และคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดคณะที่ 36 ก็เห็นหลักฐานค่อนข้างชัด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงิน เรื่องมีการให้ผลประโยชน์อื่นใดเช่นการจองที่พัก มีการติดต่อสื่อสารกันที่มีทั้งหลักฐานทางไลน์ และสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ถือว่าค่อนข้างชัดว่ามีการกระทำผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ฯ ซึ่งในมาตรา 62 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ฯ ก็บัญญัติว่าหากกกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าฯ มีการกระทำอันเป็นการทุจริตในการเลือกสว. ฯ ก็ให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพราะกกต.ไม่ใช่ศาล กกต.จึงควรส่งคำร้องให้ศาลฏีกา เพื่อให้ศาลไต่สวนพิสูจน์ให้สิ้นข้อสงสัย
การเลือกสว.เกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ที่ตอนนี้ก็ผ่านมาสองปี ใช้เวลาพิจารณาค่อนข้างนานทั้งที่หลังการเลือกสว.ระดับประเทศเสร็จสิ้นลงมีคนไปยื่นร้องต่อกกต. ให้เข้าไปตรวจสอบเพราะมีกระบวนการที่มีการใช้โพยที่ล็อกไว้ แล้วกกต.เองคือนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ก็เป็นคนที่ไปเก็บโพยในวันเลือกสว.ระดับประเทศที่มีหลักฐานชัดมากมีคลิปจากกล้องวงจรปิด มีคนไปร้อง แต่ทำไมใช้เวลาในการพิจารณาถึง 2 ปี มีการเรียกพยานไปให้ปากคำจำนวนมาก มีสำนวนคดีตามข่าวแปดหมื่นหน้าถึงเก้าหมื่นหน้า มันชัด แต่มันก็เป็นกระบวนการซื้อเวลาอย่างชัดเจน
นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่าสำหรับการประชุมของกกต.ในวันที่ 14 กันยายน มติที่จะออกมาก็จะมีสามทาง คือ หนึ่ง ยกคำร้องหมด ไม่มีส่งชื่อใครไปที่ศาลฎีกา ไม่มีความผิดเลย ซึ่งจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะดีเอสไอเคยส่งสำนวนไปที่อัยการ โดยบอกว่า มีบุคคลแปดคนกระทำความผิดโดยมีสว.ปัจจุบันสองคนและมีผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย แต่ก็ถูกตีกลับมาบอกว่ามันเป็นขบวนการ มันไม่ใช่แค่แบบเป็นคนต่อคน นาย ก. นาย ข. มีการให้ดีเอสไอไปสืบต่อ มีคนบงการ มีLast boss ที่มีคนวางแผน มีกลุ่มยังเติร์ก กลุ่มลูกเทพ ช่วยคอยวางแผน มีกลุ่มโหวตเตอร์พลีชีพ กลุ่มโมเดิร์นลิ่งเอเย่นต์คือเป็นตัวแทนในการไปหาคนมา มาเป็นโหวตเตอร์ แม้กระทั่งตอนนี้ก็มีการสั่งให้หันซ้ายหันขวาได้ตามอัตโนมัติ มันมีมันเป็นขบวนการทั้งหมด หากจะไม่ส่งเลยทั้งหมด ก็คือการฟอกขาว
อีกแนวทางหนึ่งก็คือ กกต.ส่งไปหมด ก็คือหากกกต.อยากจะเอาตัวรอดปลอดภัย ตัวเอง 7 คนไม่เป็นไร ก็ต้องส่งหมดคือเอาความผิด ออกจากตัวให้หมด บอกฉันหมดหน้าที่แล้ว ไปสืบสวนอะไรมาหมดแล้วส่งให้ศาลฎีกาแล้ว แต่อันนี้คนก็คิดว่ายาก เพราะ 1 ใน 229 คนที่เห็นว่าอยู่ในสำนวนมีนายเนวินด้วย รวมถึงคนอื่นๆ เช่น นายอนุทิน มีรัฐมนตรี -สส. -สว.รวมถึงพวกสว.สำรอง ยาวเป็นหางว่าวอาจจะครึ่งหนึ่งของภูมิใจไทย จะหายไป แต่คิดว่าก็อาจจะยากมากที่จะเกิดเพราะว่าจะเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ ถ้าเผื่อมันหายไปจำนวนมากขนาดนั้น สว.ก็เป็นร้อยคน หากหายไปก็อาจเกิดสุญญากาศทางการเมืองแต่ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ 5 เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องการทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองจากผู้มีอำนาจที่เป็นรัฐพันลึกหรือเป็นกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มอำนาจจารีต ชนชั้นนำเดิมที่ต้องการจะกำจัดให้หมด อันนี้ก็เป็นไปได้แต่น้อยมาก
และแนวทางที่สาม ที่ออกแนวตรงกลางก็คือ เอาผิดเฉพาะพวกปลาซิปลาสร้อย เอาเฉพาะบางคนให้พอเป็นพิธีจะได้ลดแรงเสียดทาน แต่ให้สาวเก่าไปไม่ถึงตัวใหญ่ คือแน่นอนไม่มีชื่อนายอนุทิน เนวิน รัฐมนตรี สส. พวกนี้จะไม่โดน อาจจะมี สว.บางส่วนที่ต้องยอมพลีชีพรอบสอง พวกสว.สายสีน้ำเงินอ่อน พอพวกนี้ออกไป ก็ดันสว.สำรองขึ้นมาแทน ที่ก็ยังเป็นพวกเขาเยอะอยู่ แต่มันไม่กระทบมาก ก็ยังมีอีกมาก ต่อให้สว.ออกไป 10- 20 คน ที่น้อยมาก มันไม่กระเทือนจากสว.ที่เขามีอยู่ แล้วพอดันคนใหม่เข้ามา ก็กว้านซื้อได้หมดอยู่ดี หรือก็เป็นคนของเขาอยู่แล้ว นี้คือความน่ากลัวของการยึดคุมระบอบทั้งหมดเอาไว้ แล้วก็สามารถแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางในองค์กรอิสระได้
“ก็คิดว่าแนวนี้ อาจจะเป็นไปได้มากที่สุดแต่ก็มีความอันตราย เพราะเมื่อคุณกำจัดเฉพาะบางคน ให้บางคนพลีชีพตายไปเพื่อจะตัดตอน แต่คนพวกนี้ บางคนถ้าเผื่อไม่เคลียร์ไว้ก็อาจจะไม่พอใจ เขาอาจจะออกมาแฉว่าทำไมเขาต้องตาย ทำไมต้องพลีชีพ ก็อาจจะลากไส้คนอื่นมา อันนี้ก็อาจจะเป็นความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่จบอยู่แล้วเพราะมีช่องทางอื่นๆในการที่จะร้องกกต. อาจจะไปที่ ป.ป.ช. ไปฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ คดีอาญาทางการเมือง ก็ยังมีช่องทางให้ร้องต่อ แต่ว่าก็ใช้เวลาอีกพอสมควร ทำให้ก็อาจจะอยู่กันไปจนครบ อีกสองปีกว่าที่เหลือตามวาระการเป็นสว.”สส.พรรคประชาชนกล่าว
เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้คิดว่าการลงมติของ 7 กกต.จะมีการถูกแทรกแซง มีการล็อบบี้ทำให้การลงมติไม่เป็นอิสระหรือไม่ นายภัณฑิล กรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ ฯ กล่าวว่า ลำบากมาก โปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรมก็คงไม่มี ที่ผ่านมา ก็มีมติ 5ต่อ 2 มาตลอด เช่นการประเมินผลการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. จากเดิมมีข่าวว่าอาจจะไม่ผ่านการประเมินผลงาน แต่ก็มีข่าวหลุดออกมาว่ามีมติ 5 ต่อ 2 สุดท้ายให้ผ่าน หรือมติของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด ชุดที่ 36 ก็เหมือนกัน ก็เป็นมติ 5 ต่อ 2 ซึ่งจะเป็น 4 คนที่เขาตั้งเข้ามาบวกนายฐิติเชษฐ์ หรือไม่ ส่วนฝั่ง 2 เสียง จะเป็นกกต.เดิมสองคน ทำให้คนก็เลยเก็งกันว่ามติกกต.ที่จะออกมาจะเป็น 5 ต่อ 2 แต่จะเป็นมติ 5 ต่อ 2 ที่ให้ให้หลุดหมดหรือจะยังไงต้องติดตาม
ต่อข้อซักถามถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ในช่วงวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.ที่ก็มีเสียงสะท้อนว่าเป็นการไปกดดันการทำงานของกกต.ที่เป็นองค์กรอิสระ นายภัณฑิต กล่าวว่า องค์กรอิสระไม่อิสระแล้ว ภาคประชาสังคมจึงมีสิทธิ์จะรณรงค์ แสดงความเห็น นอกจากนี้เห็นว่าองค์กรอิสระ ไม่ควรใช้วิธีฟ้องปิดปากประชาชนเพราะตอนนี้เริ่มให้คนไปไล่ฟ้องปิดปากพยาน และคนที่มาชี้เบาะแส โดยที่เขาทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทำเพื่อส่วนรวม แทนที่จะต้องสืบสวนไต่สวนอย่างครบถ้วนแล้วก็นำเสนอความจริงต่อประชาชนต่อสังคม กลับไปไล่ฟ้องพยาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาฯจี้ 7กกต. เปิดหมดผลมติคดีฮั้วสว.
จี้7กกต.เปิดหมดผลมติคดีฮั้วสว.อดีตตุลาการฯเชื่อสองรุ่นพี่อดีตผู้พิพากษา”ณรงค์-สิทธิโชค”ยึดหลักกฎหมาย ไม่เห็นแก่พวกพ้อง ปรามม็อบขยับวันนี้ ทำได้แต่ไม่ควรไปกดดัน
อดีตปลัดยุติธรรมย้ำ 'กกต.' ควรส่งคำร้องคดีฮั้วสว.ไปศาลฎีกา
อดีตปลัดยุติธรรม ย้ำกกต.ควรส่งคำร้องคดีสว.ไปศาลฎีกา แนะไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ต้องชี้แจงเหตุผลต่อประชาชน
เอาแล้ว! นักวิชาการลงชื่อออกแถลงการณ์จี้กกต. ส่งคดีฮั้วสว.ไปศาลฎีกา
ดร.อาทิตย์-วิชา-อ.ยักษ์ นำทัพภาคประชาสังคม ลงชื่อออกแถลงการณ์จี้กกต.ส่งคดีบล็อกโหวตสว.ไปศาลฎีกา -ดำเนินคดีอาญาขบวนการฮั้วสภาสูง
พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง
ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"
14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ
วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
‘ชวน’แฉหนี้บุญคุณทำพัง
“ชวน” เตือนองค์กรอิสระ จะให้ประวัติซ้ำรอยหรือ ชี้หนี้บุญคุณที่นักการเมืองทำไว้ ทำให้องค์กรเหล่านี้ลังเลใจ ลำบากใจ เพราะครั้นจะไม่ปฏิบัติตามก็ถูกกดดัน แฉการเมืองส่งคนตัวเองเข้าแทรกแซงหมด

