ไปไกล! เท้งบอก กทม.บริหารจัดการน้ำห่วย เพราะกลไกการบริหารไม่ยึดโยงประชาชน

'เท้ง' ฟาด 'รัฐบาล' สอบตกบริหารน้ำ เตือนช้าจนน้ำท่วมแล้วค่อยส่งข้อความ จี้เปิดข้อมูลระบายน้ำทั้งระบบ-เยียวยาถ้วนหน้า ลั่นไม่ต้องถอดบทเรียนซ้ำ แต่ต้องลงมือทำ ด้าน 'วีระยุทธ' ซัด รบ.หนีความรับผิดชอบทางการเมือง

30 ก.ย.2569 - นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ถึงการมองว่ารัฐบาลสอบตกหรือไม่กับการบริหารจัดการน้ำและการแจ้งเตือนประชาชนในครั้งนี้ ว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นมองว่า รัฐบาลสอบไม่ผ่าน ทำงานล้มเหลว และตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถอนบทเรียนซ้ำๆ เรามีบทเรียนในอดีตมาเยอะ ซึ่งกรอบในการการจัดการปัญหาภัยพิบัติ เริ่มตั้งแต่การแจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุ ระหว่างการเผชิญเหตุ การฟื้นฟูเยียวยา เพราะปีที่ผ่านมาเราพูดถึงเรื่องนี้เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น ตอนนี้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องถอดบทเรียนแล้ว องค์ความรู้บทเรียนทุกอย่างมีหมดแล้ว เหลือแค่การสั่งการและการบริหาร จัดการให้ตรงจุดมากกว่า

เมื่อถามถึง กรณีนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เขตสายไหมและแจกเงินกับประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนคิดว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการ ณ ตอนนี้คือการได้รับเงินเยียวยาจากรัฐโดยตรง ทั่วถึง เท่าเทียม สิ่งที่เราไม่อยากเห็นก็คือภาพที่ประชาชนบางส่วนได้เจอคนใหญ่คนโต และได้รับเงินแจกแบบนี้ ซึ่งที่จริงแล้ว เป็นภาพ และระบบที่เราไม่ต้องการ มันไม่ใช่ระบบ สังคม และประเทศที่เราต้องการ ประเทศที่เราต้องการคือรัฐดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาเส้นสายได้พบคนใหญ่คนโตถึงจะได้รับความช่วยเหลือ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ตนมองว่าต้องตั้งศูนย์ในหลายระดับทั้งระดับประเทศคือการรายงานสถานการณ์ในภาพรวม ให้ประชาชนมองเห็นและมีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง ว่าสัปดาห์หน้าอาจจะเกิดสถานการณ์เลวร้ายซ้ำเติมขึ้นอีก ข้อมูลลักษณะนี้รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อบัญชาการเหตุการณ์และตัดสินใจในการจัดสรรทรัพยากร รวมถึงศูนย์บัญชาการย่อยในแต่ละพื้นที่ ก็จำเป็น และไม่จำเป็นต้องตั้งครอบคลุมทุกพื้นที่

เมื่อถามถึง การบริหารจัดการของรัฐบาลในขณะนี้ถือว่าล่าช้าหรือไม่ เพราะประชาชนส่วนใหญ่เชื่อเพจที ลมฟ้าอากาศ ที่แจ้งเตือนในออนไลน์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถือว่าล่าช้าตั้งแต่การแจ้งเตือนแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. น้ำท่วมแล้ว ถึงจะได้รับข้อความแจ้งเตือน รวมถึงการเผชิญเหตุก็ล่าช้าขาดประสิทธิภาพ และเมื่อถึงช่วงการฟื้นฟูเยียวยา ก็ขอว่าอย่าล่าช้า

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีที่นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก และสั่งปิดการระบายน้ำ รวมถึงการอนุมัติการสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำต้อง ทางระบบ จะไปดูเป็นจุดๆ หรือการระบายน้ำแต่ละแห่งไม่ได้ ย้ำว่า สิ่งที่เราอยากเห็นคือการที่รัฐบาลฉายภาพน้ำทั้งระบบ การระบายน้ำและการเปิดปิดประตูระบายน้ำแต่ละแห่งเป็นอย่างไร ถ้าตอบในภาพรวมทั้งหมดได้ ก็จะคลายข้อสงสัยได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการอนุมัติก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เรื่องน้ำของรัฐบาล พรรคประชาชนและตนไม่ได้เห็นค้าน แต่โครงการใหญ่ลักษณะนี้ใช้เวลาในการดำเนินการนาน อาจจะเกิน 1 สมัยของรัฐบาลนี้ด้วยซ้ำ มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง มีผู้ได้มีผู้เสีย ดังนั้น โครงการลักษณะนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมกับประชาชน นำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนกรณีที่ ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจ้องจะอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ตั้งแต่ต้นนั้น พรรคประชาชนเห็นด้วยกับข้อสังเกตนี้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องข้อสังเกตว่าจะมีธง หรือผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรหรือไม่ ในฐานะฝ่ายค้านเราทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่สถานการณ์ขณะนี้ เห็นว่าควรช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้พ้นจากสถานการณ์ภัยพิบัตินี้ไปก่อน ย้ำว่า การตรวจสอบโครงการใหญ่ๆ ก็จะตรวจสอบเต็มที่

ส่วนประเมินการทำงานของกรุงเทพมหานคร และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในฐานะผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ข้อแตกต่างระหว่างการจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ กทม. ซึ่งมีปัญหาทางโครงสร้างรัฐ และทรัพยากรในการจัดการ สิ่งที่ กทม. ทำได้ดีกว่าต่างจังหวัด คือสำนักการระบายน้ำ เพราะในต่างจังหวัดจะไม่มีศูนย์บัญชาการในการจัดการน้ำทั้งระบบ นี่เป็นสิ่งที่ กทม. มีประสิทธิภาพในการทำ แต่พอเป็นระดับปฏิบัติกับภัยพิบัติ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจุด แต่เกิดขึ้นในภาพกว้างทุกเขต

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ต่อให้เรามีผู้บริหารที่เก่งสักแค่ไหน อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลอย่างนายชัชชาติ ไม่มีทางที่เราจะตั้งศูนย์บัญชาการที่เป็นศูนย์กลาง และจะเข้าไปแก้ไขปัญหาทุกชุมชนทุกพื้นที่ เพราะเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหน้ากว้าง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ จำเป็นต้องมีกลไกของรัฐที่สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างตรงจุด เป็นสิ่งที่ กทม. ขาดในส่วนนี้ เมื่อเทียบกับกลไกของท้องถิ่น ที่ใกล้ชิดกับประชาชน ทำให้แก้ไขปัญหาของประชาชนได้ทันที

ถามย้ำว่า 4 ปีของ ผู้ว่าฯชัชชาติ ได้ทำอะไรเพิ่มเติมมากกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นคือ กทม. มีโครงการขนาดใหญ่ที่เตรียมความพร้อมทำโครงการการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว สิ่งที่ กทม. ขาดคือ กลไกเช่นผู้บริหารในระดับล่างจากจังหวะที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง ซึ่งพรรคประชาชนพยายามเสนอเรื่องนี้มาโดยตลอดอยู่แล้วที่เราเสนอแก้ไข พ.ร.บ.การบริหารราชการของ กทม. เพื่อเปลี่ยนให้โครงสร้างการบริหารของ กทม. มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น ทำอย่างไรให้คนกรุงเทพฯ มีสิทธิ์ไม่แพ้คนต่างจังหวัด คนต่างจังหวัด 1 เทอม 4 ปี เข้าคูหา 3 ครั้ง คือ เลือกนายกฯ เทศบาล อบต. แต่คนกรุงเทพ 4 ปี มีสิทธิ์แค่ 2 ครั้ง คือ เลือกนายกฯ และ ผู้ว่าฯ ดังนั้น ถ้าจะขอส่งข้อเรียกร้องไปทุกภาคส่วน และ กทม. คิดว่าเรื่องนี้เมื่อถอยออกมาดูปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็นเรื่องที่ต้องแก้

นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า หากเปรียบเทียบกับพื้นที่ต่างจังหวัด พื้นที่เทศบาล อบต. ทำหน้าที่ได้ค่อนข้างดี เพราะเขารู้จักประชาชนในพื้นที่ ตรงไหนมีกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และต้องรีบอพยพ แต่สัญญาณเตือนอาจจะช้า อย่างในจังหวัดปราจีนบุรีที่น้ำมาตั้งแต่ 8 โมงเช้า แต่สัญญาณเตือนมาตอน 10 โมง เขาก็สามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้ก่อน แต่เมื่อเทียบกับสำนักงานเขตของ กทม. ความรับผิดชอบ และความเข้าใจในพื้นที่ต่างกัน ดังนั้น หากสำนักงานเขตมีความยึดโยงกับประชาชน และหากประชาชนสามารถเลือกตั้งสำนักงานเขตของตัวเองได้ก็จะดีขึ้น โดยเปรียบเทียบกับการกระจายอำนาจในต่างจังหวัด

เมื่อถามว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจะทำให้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วขึ้นหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังอยู่ในกรอบเวลาเดิม ภายในเดือนตุลาคม และสถานการณ์ขณะนี้ต้องเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนก่อน

ส่วนเรื่องการเยียวยาเคยมีการขุดโพสต์ของพรรคภูมิใจไทยคือเยียวยาถ้วนหน้า ใช้เอไอ มาช่วย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ในภาคปฏิบัติเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุด เพราะจะทำให้เกิดการช่วยเหลือกับประชาชนได้จริง ส่วนจะใช้ข้อมูลจาก AI มาช่วยบริหารจัดการ ก็สามารถนำมาใช้ได้ แต่คงไม่ใช่คำตอบว่า นำเอไอเข้ามาจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง ส่วนพรรคภูมิใจไทยหาเสียงไว้จะทำได้หรือไม่ได้ ทำหรือไม่ ประชาชนก็น่าจะเห็นอยู่

เมื่อถามว่า รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนที่เป็นนักการเมืองทุกคนต้องมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว ซึ่งความรับผิดชอบทางการเมืองอยู่ที่คูหาเลือกตั้ง อยากจะฝากถึงประชาชน เรามีหน้าที่ในการตรวจสอบนักการเมือง รวมถึงตนเองและพรรคประชาชนด้วย และนำทุกประเด็นที่ได้เห็นจากการทำหน้าที่ไปตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นายวีระยุทธ กล่าวเสริมว่า จากคำถามที่ถามว่ารัฐบาลสอบตกหรือไม่นั้น ตนคิดว่า รัฐบาลพยายามหนี ไม่เข้าสอบด้วยซ้ำ หนีความรับผิดชอบทุกอย่าง แล้วก็ไปแจกเงินครู นั่นคือการทำงานของรัฐบาลในปัจจุบัน (ครู- ชาวบ้านที่มีสิทธิ์ตัดสินใจในการเลือกตั้ง)

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' นำทีม ครม.เงาบี้รัฐบาลปมน้ำท่วม!

'เท้ง' นำทีม ครม.เงาบี้รัฐพูดความจริงปมน้ำท่วม ให้ประชาชนเตรียมตัว เหตุยังมีความเสี่ยง ทั้งการปล่อยน้ำจากเขื่อน แถมฝนจ่อถล่มซ้ำ แนะวางแผนรับเหตุเลวร้ายที่สุด ควรตั้งศูนย์บัญชาการส่วนกลาง-พื้นที่แบ่ง 4 โซน

'ณัฐพงษ์' ลั่นตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ แก้ที่มาองค์กรอิสระ หลังศาล รธน. ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมาย

"ณัฐพงษ์" ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเป็นการลงคะแนนลับแบบมีเงื่อนไข ชี้ช่องโหว่บาร์โค้ดระบุตัวผู้มีสิทธิ์ ย้ำต้องตัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอ

'เท้ง' แนะ 'อนุทิน' ลุยน้ำท่วมเห็นปัญหาหน้างานแล้วสั่งการให้ถูกต้อง ดีกว่าแถลงภาพรวม

"เท้ง" ควง "เดชรัต" ลุยเมืองนนท์ แนะรัฐบาลยอมรับความจริง จี้ไล่ดูอุปสรรคหน้างานไม่ใช่พูดแต่ภาพรวม โยน ปชช.ให้คะแนนเองรบ.รับมือสถานการณ์น้ำ บอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอเป็นส่วนเติมเต็มส่วนที่ขาด บอก ‘อนุทิน’ ต้องรับเอง เป็นนายกฯ ลงพื้นที่แล้วคนด่า ไม่ตอบ เสียดายหรือไม่ มีโอกาสเป็นรัฐบาลบริหารเอง ระบุ เร่งผลักดันกติกาอยู่

'เท้ง' จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาดเข้าสภาฯ ต.ค.นี้ ลุยถล่มระบอบสีน้ำเงิน

'เท้ง' เผย จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาด ยื่นเข้าสภาฯ ต.ค. ลุยถล่ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' อุบ ล็อกเป้า รมต.คนไหน-มีเขากระโดงหรือไม่ ลั่น รอดูวันขึ้นเขียง

พรรคประชาชน บุก ป.ป.ช. ยื่นเอาผิด กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว

พรรคประชาชน บุกยื่น ป.ป.ช. ตั้งคณะไต่สวนคดีฮั้ว สว. ยันมีหลักฐานแน่น ตั้งแต่พฤติการณ์ยันพยานบุคคล ด้าน 'ไอติม' ชำแหละคดีนี้มีช้าง 3 ตัว หวังวิปรัฐบาล-วุฒิสภา เปิดทางบรรจุวาระถกแก้ รธน.รายมาตรา ต.ค.นี้ ระยะยาว