นักกฎหมายมหาชนไขปมคำร้องยุบพรรคภูมิใจไทย กรณี สส.ไอเดียร์บริจาคเงิน 1.5 แสนบาท ชี้ต้องพิสูจน์ว่าเป็นเงินจากการกระทำผิดกฎหมาย และผู้รับบริจาครู้ที่มาของเงินหรือไม่ ย้ำเงินเดือน สส.กับเงินของสามีแยกกัน
18 ตุลาคม 2569 - สืบเนื่องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ยุบพรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวหาว่า สส.ไอเดียร์ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัดชัยภูมิ บริจาคเงินเดือนให้แก่พรรคภูมิใจไทย โดยเกี่ยวพันเป็นเงินที่ได้มาจากเว็บพนัน ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า การบริจาคนั้นจะทำให้พรรคภูมิใจไทยถูกยุบหรือไม่
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยกล่าวว่า การยุบพรรคการเมืองตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 มีเงื่อนไข หลักเกณฑ์และวิธีการ โดยอำนาจในการไต่สวนคำร้องขอให้ยุบพรรคการเมืองพรรคใด เป็นอำนาจของเลขาธิการ กกต. เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566 หรือที่เรียกว่า “ยุบพรรคติดเทอร์โบ”
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ระเบียบฉบับดังกล่าวอาศัยอำนาจออกโดย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยเกี่ยวพันกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 และ 93 โดยระเบียบดังกล่าวมีระยะสั้นเพียง 67 วัน แต่การรับพยานหลักฐานและอำนาจชี้ขาดก่อนที่จะเสนอต่อที่ประชุม กกต.ชุดใหม่ เป็นอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมือง คือ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.
ในการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง คณะกรรมการไต่สวนใช้ระยะเวลา 7 วัน ตรวจสอบว่าคดีมีมูลหรือไม่
ดร.ณัฏฐ์อธิบายว่า ในคดียุบพรรคการเมืองใช้ระบบไต่สวน นายศรีสุวรรณฯ ผู้ร้องต้องมีพยานหลักฐานยืนยันถึงแหล่งที่มาของเงินบริจาค มิใช่นำมาจากสื่อนำเสนอข่าวหรือจากนายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา โพสต์ เพราะพยานหลักฐานการเงินต้องมีที่มาและมีที่ไป มิใช่ว่าจะกล่าวอ้างอย่างไรก็ได้ การพิสูจน์ที่มาของเงินจึงเป็นหน้าที่ผู้ร้อง เพราะฝ่ายผู้ถูกร้องย่อมปฏิเสธอยู่แล้ว
ในอดีตที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เคยหักเงินเดือน สส.เพื่อนำเงินไปทำกิจกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ผิดกฎหมายพรรคการเมือง แต่เป็น พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับเดิม โดยนายศิริโชค โสภา อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ย่อมรู้ดี แต่จะหักเงินโดยวิธีการใด ต้องไปถามนายศิริโชคว่า วอลเปเปอร์คนนี้เคยถูกพรรค ปชป.หักเงินเดือน สส.หรือไม่
ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า การหักเงินเพื่อนำไปบริจาคพรรคมี 2 วิธี คือ วิธีแรก หักผ่านระบบเงินเดือนจ่ายตรงให้กับพรรค อีกวิธีหนึ่ง สส.รายนั้นถอนเงินเดือนแล้วนำเงินเดือนไปบริจาคให้กับพรรคการเมืองที่ตนสังกัด
ทั้งสองวิธีการเป็นไปตามหลักความยินยอมของ สส.รายนั้น เป็นไปโดยสมัครใจ แต่ในทางปฏิบัติจะสมัครใจหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อไปอยู่ชายคาบ้านเขา สส.ต้องช่วยกันจ่ายค่าน้ำค่าไฟและค่ากิจกรรมของพรรค ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง
ทำกันแทบจะทุกพรรคการเมือง หากใครเคยเป็น สส.ย่อมรู้ดี ไม่ว่าพรรคเล็ก พรรคขนาดใหญ่
ส่วนการบริจาค กฎหมายพรรคการเมืองเปิดช่องให้บริจาคเงินหรือประโยชน์อื่นใดได้ โดยกำหนดเพดานไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี
ดร.ณัฏฐ ชี้ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 66 บุคคลหรือนิติบุคคลบริจาคเงินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองได้ แต่จำกัดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ต้องการให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง โดยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและชำระเงินค่าบำรุงให้แก่พรรครายปีหรือตลอดชีพ จึงได้ออกแบบกำจัดทุนสามานย์เจ้าของพรรค ห้ามบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาทต่อปี
ดร.ณัฏฐ์อธิบายว่า คำว่า “บริจาค” หมายถึง การให้เงินหรือทรัพย์สินแก่พรรคการเมือง นอกจากค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง และให้หมายความรวมถึงการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง บรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ตามที่ กกต.กำหนด
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า คำว่า “ประโยชน์อื่นใด” หมายความรวมถึงการให้ใช้ทรัพย์สิน การให้บริการหรือการให้ส่วนลดโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือมีค่าตอบแทนที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า และการทำให้หนี้ที่พรรคการเมืองเป็นหนี้ลดลงหรือระงับสิ้นไปด้วย
คำว่า บริจาคและประโยชน์อื่นใด ปรากฏตามความในบทนิยาม มาตรา 4 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ภาษาชาวบ้านคือ ให้ยึดหลักว่าเป็นเงินบริจาคหรือประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินได้ นำจำนวนทั้งหมดมารวมเป็นจำนวนเงินบริจาคเป็นรายปี ห้ามมิให้เกิน 10 ล้านบาทต่อปี
ส่วนที่มาของเงิน ห้ามนำเงินที่ได้มาโดยผิดกฎหมายมาบริจาคเด็ดขาด เพราะเป็นเหตุให้พรรคการเมืองถูกยุบพรรคการเมืองได้ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ควักกระเป๋าซ้าย จ่ายกระเป๋าขวา ถูกจับไต๋ได้ เป็นนายทุนพรรค นายธนาธรต่อสู้ให้กู้ยืม แต่ฟังไม่ขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการให้บริจาค เป็นการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ทำให้ถูกยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะนายธนาธรจ่ายไป 191.2 ล้านบาท ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการบริจาคเงิน ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 66 ทำให้พรรคอนาคตใหม่หายไปจากสารบบการเมืองไทย
ดร.ณัฏฐ์อธิบายว่า ส่วน สส.ไอเดียร์ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัดชัยภูมิ แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏชัดว่าได้จดทะเบียนสมรสกับสามีคนต่างชาติ โดยประกอบธุรกิจพัฒนาแพลตฟอร์มเว็บพนันในต่างประเทศ แต่กฎหมายไทยห้ามเล่นการพนันเด็ดขาด ไม่อาจกระทำได้ เงินที่ได้มาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ปปง.
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า แต่ประเด็นหลักที่ สส.หญิงคนนี้นำเงินเดือนรวมทั้งสิ้น 150,000 บาท ไปบริจาคให้แก่พรรคภูมิใจไทย ต้องพิจารณาถึงที่มาของเงิน เงินเดือนของภรรยามิใช่เงินของสามี คนละกองกัน แยกต่างหากจากกัน โดยผู้บริหารพรรคการเมืองจะต้องรู้ด้วยว่าเงินที่รับบริจาคเป็นเงินที่ได้มาโดยการกระทำความผิด หากไม่รู้ ไม่มีความผิด
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566 รับฟังความสองฝ่าย โดยผู้ร้องต้องมีหลักฐานและพิสูจน์ได้ว่าเงินบริจาคเป็นเงินที่ได้มาโดยการกระทำความผิด ในเมื่อข้อเท็จจริงระบุชัดว่าเป็นเงินเดือน สส.ไม่ว่าจะหักจากระบบหรือถอนแล้วไปบริจาค หัวใจสำคัญอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยจัดทำบัญชีรายรับเงินบริจาคและแจ้งให้แก่นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบหรือไม่ เป็นเงื่อนไขหลักตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองและระเบียบ กกต.ว่าด้วยพรรคการเมืองฯ หากรายงานถูกต้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง กระบวนการบริจาคย่อมชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนที่มาของเงิน นายศรีสุวรรณฯ ผู้ร้องต้องมีพยานหลักฐานว่าเงินที่บริจาคเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายการพนัน
ดร.ณัฏฐ์อธิบายว่า มิได้หมายความว่าสามีทำธุรกิจในต่างประเทศถูกต้องตามกฎหมาย จะถือว่าเงินที่ สส.หญิงคนนี้บริจาคเป็นเงินเดือน สส. จะเหมารวมว่าเป็นเงินกองเดียวกันไม่ได้ แล้วจะเป็นเงินที่ได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย
ตรงนี้นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ย่อมรู้ดี เพราะที่มาของเงินพิสูจน์ยาก ยิ่งหากถอนไปแล้วนำเงินไปบริจาค ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 66 ย่อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่มาของเงินยากในทางปฏิบัติ เพราะมาตรา 66 พิจารณาจากเพดานเงินบริจาคหรือประโยชน์อื่นใด
“สาระสำคัญตัวชี้ขาด ผู้รับเงินบริจาครู้หรือไม่ว่าเงินได้มาโดยไม่ชอบ ตรงนี้โอกาสพรรคภูมิใจไทยถูกยุบยาก หรือแทบไม่มีโอกาส”
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนนายศรีสุวรรณฯ นักร้องขาประจำ ชอบร้องเรียนไปเรื่อยตามกระแส หิวแสง ควรให้ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยไปกล่าวโทษคดีอาญาฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ.มาตรา 137 และผิดกฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง นักร้องพวกนี้ปอดแหก ร้องขอให้ตรวจสอบ ไม่กล้ายืนยันข้อเท็จจริง กลัวถูกฟ้องกลับ แต่กฎหมายพรรคการเมืององค์ประกอบความผิดครบแล้ว คนพวกนี้เอาติดคุกเสียบ้าง สังคมจะได้สงบสุข คดีที่ศาลพิพากษาจำคุก ยังไม่เข็ดอีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ซักฟอก 18 รมต. ฝ่ายค้านเสียงฝ่อ-เกมหาหลักฐานยื่นศาลรธน.
ดร.ณัฐวุฒิ วิเคราะห์ศึกซักฟอก 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย ฝ่ายค้านมีเสียงพอยื่นญัตติ แต่ไม่พอโหวตคว่ำรัฐบาล ชี้ข้อกล่าวหาขาดความซื่อสัตย์-ผิดจริยธรรมร้ายแรง อาจเป็นเกมแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนรัฐมนตรีรอบสอง เหน็บพรรคประชาชนจัดอีเวนต์การเมืองแก้เกมแพ้แล้วพาล ซัด สส.กทม.หายหัวช่วงน้ำท่วม
ดร.ณัฎฐ์ จ่อแจ้งความ ‘สมชัย-พริษฐ์กับพวก’ ปมบัตรบาร์โค้ด
ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมกล่าวโทษคดีอาญา “สมชัย-พริษฐ์กับพวก” รวม 6 คน ปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พร้อมยื่น ป.ป.ช.สอบ “ไอติม” กรณีมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ดร.ณัฏฐ์ งัดคำพิพากษาโต้ปมฟ้องตรง กกต. ซัด 'สิทธิโชติ' ระวังเจอปมจริยธรรม
“ดร.ณัฐวุฒิ” ชี้มติ กกต.เสียงข้างมากยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ถือเป็น “ใบขาว” งัดคำพิพากษาศาลอาญาทุจริตฯ อ้างรัฐเป็นผู้เสียหาย บุคคลทั่วไปไม่มีอำนาจฟ้องแทน พร้อม
ดร.ณัฏฐ์ ขวาง 'สมชัย' ชี้คดีฮั้ว สว. กกต.ต้องยึดมติเสียงข้างมาก-พยานหลักฐาน
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ชี้คดีฮั้ว สว.เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ กกต. 14 ก.ย. ต้องวินิจฉัยอย่างเป็นอิสระ ยึดเสียงข้างมากและพยานหลักฐานในสำนวน ไม่ฟังเสียงบุคคลภายนอก
ดร.ณัฏฐ์ จ่อยื่น 'ผบ.ตร.' ขอหมายจับ 'สมชัย-ยิ่งชีพ' พร้อมค้านประกัน
ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ยื่นคำร้องขอหมายจับ “สมชัย-ยิ่งชีพ” พร้อมพวกรวม 6 คน ปมระดมทุนรับบริจาค พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว ย้ำเป็นผู้เสียหายโดยตรง ขณะที่ปมปะทะหน้า สน.ทองหล่อ เจ้าตัวอ้างไม่มีเจตนาผลักจักรยาน พร้อมแจ้งความกลับสัปดาห์หน้า
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'ยิ่งชีพ' เปิดสำนวนคดีฮั้ว สว.เสี่ยงผิดอาญา 'เบสมือถือ' มัดทุจริตไม่ได้
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้สำนวนคดีฮั้ว สว.ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน การนำเอกสารออกเปิดเผยอาจเข้าข่ายความผิด พร้อมโต้ข้อมูล “เบสสัญญ

