นักการเมืองก้าวไกลโชว์วิสัยทัศน์ขายมังคุด! โทษระบบราชการล้าหลัง อิงกับระบบอุปถัมภ์สูงมาก

 

ภาพ:เพจพรรคก้าวไกล

นักการเมืองในพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่อง โทษระบบราชการรวมศูนย์ล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์เกษตรกร พร้อมผนึกกำลัง ‘ส้มจี๊ด เครือข่ายธุรกิจเพื่อชุมชน’ ผลักดันวิสาหกิจชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

25 ต.ค.2564- เพจพรรคก้าวไกลรายงานว่า Pita Limjaroenrat - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, ชัยธวัช ตุลาธน - Chaithawat Tulathon เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ ผู้บริหารส้มจี๊ด เครือข่ายธุรกิจเพื่อชุมชน ร่วมพูดคุยกับเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนแปรรูปไม้ผลต้นน้ำตาปี ตำบลยางค้อม อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อรับฟังและร่วมแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ

พิธาให้ความเห็นว่า ระบบราชการของเราล้าหลังจนเกินไป ในต่างประเทศรัฐบาลและหน่วยงานราชการมีส่วนสำคัญในการผลักดันและยกระดับการประกอบธุรกิจของชุมชน แต่สำหรับประเทศไทย เรากลับพบว่า หน่วยงานราชการกลับเป็นเหมือนเครื่องกีดขวางการประกอบธุรกิจเสียมากกว่า

“รัฐราชการรวมศูนย์ทำให้ เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ ทำงานตอบสนองต่อกระทรวงที่กรุงเทพฯ แทนที่จะเป็นการทำงานเพื่อตอบสนองต่อเกษตรกรในพื้นที่ ไม่นับรวมกับนโยบายการส่งเสริมต่างๆ ของภาครัฐที่อิงกับระบบอุปถัมภ์สูงมาก โครงการสนับสนุนต่างๆ ของรัฐมักจะลงเอยด้วยการสนับสนุนกลุ่มคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจแทนที่จะเป็นประชาชนทั่วไปจริงๆ”

นิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ ผู้บริหารเครือข่ายส้มจี๊ด กล่าวเสริมว่า “คนที่ไม่มีเส้นสาย ยากที่จะได้รับการสนับสนุนเพื่อพัฒนาอย่างจริงจังจากภาครัฐ และหากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ด้วย ก็จะไม่มีเครื่องจักรเพื่อยกระดับการผลิต สุดท้ายจึงต้องใช้กำลังคนในการผลิตซึ่งก็นับว่าน่าเสียดายมากๆ เพราะหลายธุรกิจเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ สามารถเติบโตไปได้มากกว่านี้ อย่างกรณีไวน์มังคุด แยมมังคุด มังคุดกวนของที่นี่ก็ยังต้องทำต้องกวนด้วยมือกันอยู่เลย”

พิธาให้ความเห็นปิดท้ายว่า รัฐบาลไทยมองมังคุดเป็นเพียงผลไม้ที่ขายกันในราคากิโลกรัมละ 30 บาท

ส่วนต่างประเทศมองไปไกลกว่านั้น พวกเขานำเข้ามังคุดแล้วนำไปทำเป็นสารสกัด Xanthone ที่เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางแล้วส่งกลับมาขายที่ประเทศไทย

“เรามองว่า มังคุดเป็นราชินีผลไม้แต่กลับมีราคาแค่กิโลกรัมละ 30 บาท หากรัฐบาลมีวิสัยทัศน์และความตั้งใจที่จะส่งเสริมให้มีการแปรรูปและพัฒนามูลค่าสินค้าเกษตร เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าแค่การขายเป็นผลไม้เพียงอย่างเดียวอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การจะพัฒนาไปในทางนี้ได้รัฐต้องมีความจริงจังและจริงใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้องจัดสรรงบประมาณให้กับแต่ละท้องถิ่นเพื่อให้พวกเขาได้กำหนดทิศทางการพัฒนาด้วยตัวของเขาเองแล้ว รัฐส่วนกลางก็ต้องกระจายอำนาจที่ตอนนี้รวมศูนย์ทุกการตัดสินใจอยู่ที่ส่วนกลางกลับไปให้ท้องถิ่นเพื่อให้พวกเขาได้กำหนดชะตาชีวิตของพวกเขาเองอีกด้วย”.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดคำสั่งศาลฎีกาฉบับเต็ม ไต่สวนนัดแรก 30 มิ.ย. 'เจ้าของสำนวน' คนเดียวกับคดีทักษิณ

ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. กล่าวหาอดีต 44 ส้ม ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ไม่สั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ '10 สส. ปชน.' นัดพิจารณาคดีครั้งแรก 30 มิ.ย.นี้ เปิดตัวเจ้าของสำนวนคนเดียวกับคดีชั้น 14

ดร.ณัฏฐ์ ชี้คำคัดค้านของ 'สส.วาโย' น้ำหนักเบา ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้

"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ กรณี "วาโย" ปชน. เล็งยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาให้ใช้ดุลพินิจเป็นอย่างอื่น ปมแก่ไขมาตรา 112 กระทบพระมหากษัตริย์-ความรู้สึกประชาชน เป็นเรื่องร้ายแรง

จับตา 'ป.ป.ช.' ชงเด็ดปีก 44 สส.ก้าวไกล

เลขาฯป.ป.ช. ปัดชงถกคดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล เข้าชื่อแก้มาตรา 112 พรุ่งนี้  แต่เปิดทางประธาน ปปช.หยิบขึ้นเป็นวาระลับในที่ประชุมได้  ยันไม่เกี่ยวการเมืองหลังเลือกตั้ง