'วิษณุ' เผยใกล้คลอดพรบ.ถอดสมาชิกสภาท้องถิ่น ปชช.เข้าชื่อถอดผู้ว่าฯกทม.-ส.ก.ได้


'วิษณุ'แจงรัฐบาลพยามแก้กฎหมายให้ทันสมัย ประชาชนเข้าถึงระบบราชการได้ง่าย-ลดโกง เพื่อให้เป็นเบตเทอร์ไทยแลนด์ เผยใกล้คลอด พรบ.ถอดสมาชิกท้องถิ่น ปชช.เข้าชื่อถอดผู้ว่าฯกทม.-ส.ก.ได้ ไม่ต้องรอให้ครบวาระ

20 พ.ค.2565- ที่ห้างสรรพสินค้าพารากอน กรุงเทพฯ ในการประชุมเสวนา "ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม" ซึ่งจัดโดยรัฐบาล สำนักงานสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "สังคมยุคใหม่ กฎหมายทันสมัย ระบบราชการทันโลก แก้คอร์รัปชันทันที" ตอนหนึ่งว่า กฎหมายที่มีอยู่มากมายหลายฉบับในประเทศไทย ใครเห็นก็รู้สึกว่าล้าสมัย หลายฉบับออกมาก่อนรัชกาลที่ 5, 6 จนมาถึงวันนี้กฎหมายเหล่านั้นยังบังคับอยู่ และยังมีกฎหมายที่เราออกมาไม่ทันกับสถานการณ์ เวลานี้โซเชียลมีเดียเจริญก้าวหน้าไปมาก แต่กฎหมายเรายังตามไม่ทัน ไม่สามารถครอบคลุมได้ทันหรือลงโทษได้อย่างทั่วถึง นี่คือภาวะกฎหมายล้าสมัย ซ้ำซ้อน นอกจากนี้ กฎหมายอ่านยาก ชาวบ้านอ่านเข้าใจไม่ได้ เพราะบางทีเป็นศัพท์เทคนิค วันนี้ยังมีกฎหมายที่อ่านยากเข้าใจยากใช้อยู่หลายฉบับ สิ่งที่ควรทำคือ ย้อนไปแก้กฎหมายเหล่านี้ แต่วันนี้ยังไม่ได้แก้

ทั้งหมดนำมาสู่การคอร์รัปชัน เพราะเรารู้สึกว่ากลไกการตรวจสอบมีน้อยหรือไม่มีเลย ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปอยู่ไหนหมด จึงปล่อยให้มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นมากมาย รีดไถ อมเงินทอน จึงเป็นคำที่ระบาดอยู่ทั่วไป และแน่นอนว่าเราจะปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ได้ประเทศจะล่มจม ประเทศอยู่ไม่ได้ นักลงทุนไม่อยากมาลงทุน เราจึงต้องแก้ไข ประชาชนต้องการเห็นการติดต่อกับราชการไม่ว่ากระทรวง ทบวง กรมใด ในกรุงเทพฯหรือต่างจังหวัด ประชาชนอยากเห็นการทำมาหากิน เกิดความสะดวกขึ้น รวดเร็ว ง่าย ไม่โกง และเป็นธรรม ประชาชนมักจะถามมาว่า การติดต่อกับหน่วยงานราชการขอให้เร็วกว่านี้ได้หรือไม่ ซึ่งทำได้ไม่เกินวิสัย เพียงแต่ต้องใช้เวลาใช้ความร่วมมือหนักแน่นเข้มแข็งใจเด็ดในการตัดสินใจทำ ตนเองก็ได้เห็นสภาพ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วอย่างนั้นจริง จนกระทั่งทำให้การติดต่อราชการหลายแห่งมีนายหน้าเพื่อทำให้เกิดความสะดวก แต่มาวันนี้รัฐได้ปรับปรุงแก้ไขไปมากแล้ว และจะทำให้มากยิ่งขึ้นต่อไปเพื่อให้เป็นเบตเทอร์ไทยแลนด์

โดยใช้ 3 มาตรการร่วมกันคือ 1.มาตรการทางการบริหาร 2.มาตรการทางการปกครอง ซึ่งมีการลงโทษข้าราชการจำนวนมากแต่ไม่เป็นข่าว เพราะบางหน่วยงานอายที่จะประจานตัวเอง แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ประชาชนตื่นตัว ตนเคยถูกนักข่าวถามว่าถ้าประชาชนพบเบาะแสว่าพระทำผิดแล้วมาร้องเราควรสนับสนุนหรือไม่ ตนตอบทันทีว่าควรถ้าสิ่งที่ร้องเรียนเป็นเรื่องจริง และ 3.มาตรการทางกฎหมาย ในสมัยนี้มีหลักนิติธรรมซึ่งใช้กฎหมายเป็นใหญ่ แต่ไม่ได้ใช้อำเภอใจเป็นใหญ่

“วันนี้เรามีกระบวนการปฏิรูปกฎหมาย โดยนายกฯสั่งการว่าการปฏิรูปกฎหมายที่มีดีอยู่ แต่ช้า ขอให้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเร่งด่วนขึ้น เผื่อว่าภาคเอกชนบอกมาว่าขอให้แก้กฎหมายเร่งด่วนจะไปเข้าคิวตามกฎหมายอื่นที่ยาวเป็นหางว่าว ขอให้นำมาเข้าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเร่งด่วนนี้ เปรียบเหมือนทางด่วนเหมือนมอเตอร์เวย์ นั่นหมายความว่าอะไรที่เป็นไปตามนโยบายอยากให้ทำกฎหมายเร่งด่วนก็ทำได้ดี 3-7วัน เสร็จเข้าสภาได้รวดเร็วขึ้น”

นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาในปี 2562 เดือนหน้าจะครบ 3 ปี รัฐบาลชุดนี้เข็นกฎหมายเข้าสภาประกาศใช้แล้ว 45 ฉบับ ทูลเกล้าฯอีก 7 ฉบับ ซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับที่ควรยกเป็นตัวอย่างว่าเรามีกฎหมายดีๆ ออกมาในช่วงเวลานี้ที่พอจะทำให้ประเทศไทยเป็นเบตเทอร์ไทยแลนด์ได้ มีที่คลอดแล้ว และยังมีที่กำลังจะคลอด ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกฎหมายที่บัญญัติว่าในการที่ประชาชนไปติดต่อกับทางราชการไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม เดิมประชาชนต้องไปโชว์ตัว ปรากฏตัวยื่นบัตรประจำตัวประชาชน จึงจะติดต่อราชการได้ แต่สิ่งนี้กำลังจะเป็นอดีต เพราะถ้าร่างฉบับนี้คลอดออกมาเป็นกฎหมาย กำหนดให้ประชาชนติดต่อกับทางราชการได้โดยผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ ไลน์ แอพพลิเคชั่น เว็บไซต์ ก็ได้ ซึ่งเมื่อสภาเปิดแล้วจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้คลอดออกมาใช้ และในกฎหมายฉบับนี้ระบุด้วยว่าห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบังคับให้มาปรากฏตัว ยกเว้น ขอสมรส ขอหย่า การทำหนังสือเดินทาง ที่จะต้องมาปรากฏตัว

เหล่านี้คือ กฎหมายที่จะทำให้การดำรงชีวิตการติดต่อราชการให้ประชาชนทำมาหากินได้สะดวกขึ้น การนำระบบการให้บริการผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเซอร์วิส ต่อไปจะใช้ได้สมบูรณ์ขึ้น หากนำมาใช้จะเกิดความโปร่งใสทำให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลดิจิทัล เป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสอบได้ ลดโกงไปได้ไม่น้อย วันนี้มีหน่วยงานต่างๆ 350 บริการได้เริ่มใช้ไปแล้ว คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติบังคับให้ต้องใช้อีเซอร์วิสแล้ว 12 บริการ 25 ประเภท

รัฐบาลพยายามออกกฎหมายเพื่อที่จะอำนวยความสะดวก เช่น กฎหมายมาตรฐานจริยธรรม โดยไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการการเมืองนักการเมือง เช่น ที่ ส.ส. ถูกลงโทษตัดสิน เรื่องมาตรฐานจริยธรรม ไปเมื่อไม่นานนี้แสดงว่ากฎหมายเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ดังนั้น เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนจะต้องรู้กฎหมายนี้ ว่าได้แสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาแล้ว

กฎหมายอีกฉบับหนึ่งที่ยังอยู่ในสภา ซึ่งเราทุกคนต้องรู้จัก อีก 2-3 เดือน จะประกาศใช้คือ ร่าง พ.ร.บ.ปรับเป็นพินัย, พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะประกาศใช้อีกไม่กี่วันนี้ ต้นเดือนมิ.ย., พ.ร.บ.การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นออกมาแล้ว, พระราชบัญญัติเข้าชื่อเสนอกฎหมายไปยังสภาได้ไม่ต้องรอให้ ส.ส.เสนอ, พระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ ก็คลอดแล้ว

“ที่กำลังจะคลอด คือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เพราะถ้าวันหนึ่งคนที่เราเลือกตั้งเข้ามาแล้ว ทุจริต ไม่ทำตามสัญญา เมื่อประชาชนเข้าชื่อเลือกตั้งได้ประชาชนสามารถเลือกตั้งได้ ดังนั้น ส.ก. ผู้ว่าฯกทม. ถ้าเลือกแล้วไม่ดีประชาชนสามารถเข้าชื่อถอดถอนได้ตามร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนที่จะเลือกใหม่แม้ว่ายังไม่ครบวาระ”

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลพยายามทำให้กฎหมายดีขึ้นเพื่อเป็นผลดีต่อประชาชน สิ่งที่พยายามทำคือ ต้องการเห็น 4 ขึ้น 1 ลง คือ ต้องการเห็นทุกอย่างเป็นทำขึ้น ต้องการเห็นทุกสิ่งทุกอย่างรวดเร็วขึ้น ต้องการเห็นทุกสิ่งทุกอย่างง่ายขึ้น ต้องการเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเข้าท่ากว่าเดิมยิ่งขึ้น แต่ต้อง 1 ลง คือ ต้องการเห็นการให้บริการของรัฐใช้ต้นทุนงบประมาณของรัฐให้น้อยลงกว่าเดิมเช่นเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย การติดต่อราชการประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายน้อยลงกว่าเดิม ถ้าทำได้ประเทศไทยจะดีขึ้น ประเทศไทยย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน ถ้ากฎหมายดีระบบราชการดีไม่มีคอรัปชั่น เรายอมก้าวทันโลกนี้อย่างแน่นอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วิษณุ' ชี้กมธ.แปรญัตติวิธีคำนวณส.ส.อย่างไรก็ได้ ขออย่าขัดรธน.ที่ยืนบนหลักบัตร 2 ใบ

'วิษณุ'ชี้กมธ.แปรญัตติวิธีคำนวณ ส.ส.อย่างไรก็ได้ ขออย่าขัดรธน.ที่ยืนบนหลักบัตร 2 ใบ ย้ำยังมั่นใจกฎหมายลูกเลือกตั้งผ่านทั้งคู่

'พิชาย' ชำแหละ 'รัฐประหาร' เป็น 'มายาคติ' ปลุกตอกย้ำให้ชัดไม่เหมาะที่จะอยู่ในสังคมประชาธิปไตย

'พิชาย'เรียกร้องทุกฝ่ายตอกย้ำให้ชัด'รัฐประหาร'ไม่เหมาะที่จะอยู่ในสังคมประชาธิปไตย เหตุ เป็น 'มายาคติ' ทำ คอร์รัปชันอื้อ ชี 'เครือขายคณะรัฐประหาร'จับมือ 'กลุ่มทุน' เกิด เศรษฐกิจผูกขาด-เหลื่อมล้ำ