อดีตรองอธิการบดี มธ.ชี้หากเลือกตั้งใหญ่แลนด์สไลด์อาจได้เห็นสงครามกลางเมือง!

'รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร' แนะให้สังคมยอมรับเสียที ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบเดิมไม่ใช่วิธีได้รัฐบาลที่มีคุณภาพสูง ชี้เลือกตั้งครั้งหน้าหากแลนด์สไลด์จริง สงครามกลางเมืองอาจเกิดขึ้น!

26 พ.ค.2565 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหา ว่าบังเอิญไปเปิดดูรายการย้อนหลังรายการหนึ่ง มีนักวิชาการชื่อดังท่านหนึ่งแสดงความเห็นอย่างมั่นใจกรณีที่ รศ.ดร.ชัชชาติ ได้คะแนนเสียงอย่างถล่มทลายว่า คะแนนเสียงส่วนหนึ่งได้มาจากกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐประหารแต่เมื่อภายหลังจึงได้เห็นว่า การรัฐประหารทำให้ได้รัฐบาลแบบนี้ จึงเปลี่ยนใจมาลงคะแนนให้คุณชัชชาติ

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ออกไปร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ภายใต้การกำกับดูแลและสั่งการของคุณทักษิณ ตั้งแต่ที่สามเสน มาที่ราชดำเนิน ศูนย์ราชการ ปทุมวัน และสวนลุมพินี พวกเราส่วนใหญ่ที่ไปร่วมชุมนุม ไม่มีใครสนับสนุนการทำรัฐประหาร แต่ที่ไม่มีใครเคลื่อนไหวคัดค้านเมื่อเกิดรัฐประหาร ก็เนื่องจากเรามองไม่เห็นทางออกทางอื่น เพราะรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์พยายามทำทุกวิถีทางที่จะอยู่เป็นรัฐบาลต่อไป ซึ่งก็เชื่อได้ว่า นั่นไม่ใช่การตัดสินใจของคุณยิ่งลักษณ์เอง

ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หากตัวแทนรัฐบาลรักษาการตอบคำถามของพลเอก ประยุทธ์ว่า "รัฐบาลพร้อมลาออก" แทนที่จะตอบว่า "นาทีนี้ รัฐบาลไม่ลาออก" ก็ไม่มีการทำรัฐประหารแน่นอน เพราะไม่มีเหตุที่จะต้องทำ ที่ว่าการทำรัฐประหารทำให้ได้รัฐบาลแบบนี้ หากหมายถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน คงมีการเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง เพราะรัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติของประชาชน ไม่ได้มาจากการทำรัฐประหาร แต่ให้ตายเถอะ หากเราดูรายชื่อคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รวมทั้งรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นคนนอก ไล่มาตั้งแต่รัฐบาลอาจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ รัฐบาลคุณ ธานินทร์ กรัยวิเชียร รัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ รัฐบาลพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบาลคุณอานันท์ ปันยารชุน รัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ จนถึงรัฐบาล คสช. แล้วนำมาเปรียบเทียบรายชื่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งทุกชุด รวมทั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน ถามว่าโดยรวม คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลแบบไหนมีคุณภาพมากกว่ากัน

เปล่าครับ ผมยังไม่ได้เปลี่ยนใจหันไปสนับสนุนการทำรัฐประหารแต่อย่างใด แต่อยากให้ยอมรับกันเสียทีว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบเดิม ที่เรียกว่า เป็นประชาธิปไตย น่าจะไม่ใช่วิธีที่จะได้รัฐบาลที่มีคุณภาพสูง เพราะเราพยายามกันมากว่า 80 ปีแล้ว เปลี่ยนรัฐธรรมนูญกันมาแล้วไม่รู้ว่ากี่ฉบับ ยังไม่เคยได้รัฐบาลที่ดีเลยสักชุด และอย่าได้โทษว่าเป็นเพราะมีการทำรัฐประหาร เพราะเวลา 80 ปีมากพอที่จะให้ประชาชานเรียนรู้ได้ ไม่ว่าจะมีการทำรัฐประหารหรือไม่

พนันได้เลยว่า หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า หากมี landslide เกิดขึ้นจริง รัฐบาลใหม่ที่จะขึ้นมา ก็ไม่มีทางมีคณะรัฐมนตรีที่มีคุณภาพดีกว่าชุดปัจจุบัน ทั้งยังเป็นไปได้ด้วยว่า จะเกิดความวุ่นวายขึ้นมาในบ้านเมืองอีกครั้ง และครั้งนี้อาจจะถึงระดับ สงครามกลางเมืองเลยทีเดียว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มเดือด! 'ฝ่ายค้าน' ซัดงบ70 ยังไม่เห็นความจริงใจรัฐบาล กอดแต่คำพูดสวยหรู รักษาวินัยการเงินการคลัง

‘ศิริกัญญา’ เปิดฉาก ถบงบปี 70 เป็นฝีแตก ซัด ยังไม่เห็นความจริงใจจากนายกฯ-รองนายกฯ เศรษฐกิจ กอดแต่คำพูดสวยหรูรักษาวินัยการเงินการคลัง ภูมิใจบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งเพิ่มเอาท์ลุค ปัญหาเรื้อรังซ่อนใต้พรมยังไม่แก้ งบรายจ่ายสูงขึ้นแต่งบลงทุนกลับถูกตัด ชี้ ปีนี้เดิมพันสูง หากสถานการณ์โลกไม่เป็นไปตามคาด หวั่นหนี้สาธารณะพุ่งทะลุ 70%

ไทยติดอันดับ 27 โลก ที่ 7 เอเชีย ประเทศดีที่สุด สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ การลงทุน

ไทยติดอันดับ 27ของโลก และอันดับที่ 7 ของเอเชีย ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ การลงทุน ด้านรัฐบาลเร่งเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน

ประเดิมถกงบฯ70 'เอกนิติ' แจงตั้งงบขาดดุล 7.88 แสนล. ประคอง'ศก.-วางรากฐานปท.' ชู 6 ยุทธศาสตร์ 63 แผนงาน

สภาฯ ถกงบฯ70 วันแรก ‘เอกนิติ’ แจงแทน ‘อนุทิน’ ระบุ  ตั้งงบขาดดุล 7.88 แสนล้าน เพื่อประคองประชาชน-เศรษฐกิจ-วางรากฐานประเทศ ชู 6 ยุทธศาสตร์

โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง

ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล

แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร