
‘เทพไท’ ขอใช้สิทธิ อดีต ส.ส.เมืองคอน อภิปรายนอกสภา ถึง ‘ศักดิ์สยาม’ ขอกระจายงบให้นครศรีธรรมราช ในฐานะจังหวัดท่องเที่ยวบ้าง
3 มิ.ย. 2565 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฟังนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงเรื่องงบกระจุกตัวที่บุรีรัมย์แล้ว เปรี้ยวปาก อยากท้วงสิทธิ์ของเมืองคอนด้วย
ช่วงมีการอภิปรายพิจารณาร่างพรบงบประมาณประจำปี 2566 ได้มี ส.ส.หลายคน ได้อภิปรายถึงงบประมาณกระทรวงคมนาคม ที่ไปกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเทียบกับงบประมาณของจังหวัดต่างๆ มียอดงบประมาณที่ห่างกันลิบลับ ทั้งที่เป็นจังหวัดใหญ่กว่า มีประชากรมากกว่า มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากกว่าด้วยซ้ำไป รวมถึงการจัดงบประมาณของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เมื่อรวมยอดงบประมาณทั้ง3 จังหวัด ได้งบประมาณแค่ครึ่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์เพียงจังหวัดเดียว ซึ่งเป็นประเด็นปัญหา ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสร้างความเหลื่อมล้ำในการจัดตั้งทำงบประมาณ ปี 2566
แต่เมื่อมาฟังคำชี้แจงของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้ชี้แจงว่า การก่อสร้างถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ได้พิจารณาถึงการกระจายตัวของประชากรในแต่ละภูมิภาค การที่มีงบกระจุกตัวในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ก็เพราะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก สร้างรายได้ให้ประเทศ ไม่ว่าจะมีสนามแข่งขันรถระดับโลก การพัฒนาการสร้างสนามกีฬาระดับโลก และกิจกรรมอื่นๆ ทำให้มีพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และนักกีฬา เดินทางมา จ.บุรีรัมย์ มาก
ถ้าจะยกเอาเหตุผลของการเป็นจังหวัด ที่ต้องรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมากนั้น ผมในฐานะที่เป็นอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ก็อยากจะท้วงติงว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็มียอดนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมากไม่แพ้จังหวัดใด มียอดนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นจำนวนมาก มีเที่ยวบินมาลงที่สนามบินนครศรีธรรมราชมากที่สุด มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่คีรีวง มากราบไหว้ไอ้ไข่วัดเจดีย์ มาท่องเที่ยวทะเล ที่ อ.ขนอม และพระบรมธาตุเจดีย์ กำลังขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่งบประมาณด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ก็ยังน้อยกว่าจังหวัดบุรีรัมย์
ในสมัยที่ผมยังเป็น ส.ส.อยู่ ก็ได้อภิปรายการจัดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอให้มีการสร้างถนนสายใหม่ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ เพื่อเป็นถนนทางเลือกคู่ขนานกับถนนเพชรเกษม การก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ ที่มีอยู่ในทั่วทุกภูมิภาค ยกเว้นในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงการพยามผลักดันให้มีถนนโลคัลโรดเลียบทางรถไฟ จากกรุงเทพถึงสุไหงโกลก และการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ซึ่งโครงการทั้งหมด ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
จึงฝากเพื่อน ส.ส. ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ที่เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างน้อย 4 คน คือ นายชัยชนะ เดชเดโช นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ดร.โกวิทย์ พวงงาม และนางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ได้ช่วยกันผลักดัน ติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดนครศรีธรรมราชให้ด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตาเหยื่อรองสารวัตรปืนโหด เผยหลานแยกอยู่สามี 3 ปี ตร.ค้านประกัน
ครอบครัวประกอบพิธีรดน้ำศพหญิงวัย 39 ปี เหยื่อรองสารวัตรจราจรปืนโหดที่บุรีรัมย์ ท่ามกลางความโศกเศร้า ด้านตาเผยหลานไม่เคยเล่าปัญห
คุมตัว 2 คนร้าย มือยิง-คนขับรถ ทำแผนฆ่าพ่อค้าลอตเตอรี่ หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์
ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายพิชิต ชัยภูมิ อายุ 40 ปี พ่อค้าลอตเตอรี่ เสียชีวิตในพื้นที่ ต.ละเวี้ย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย รับตัว นายสุทธิรักษ์ หรือ "ทิ" ทรงแสงจันทร์ อายุ 24 ปี มือปืนผู้ก่อเหตุ
ตำรวจปืนโหด เคลียร์ปัญหาครอบครัวไม่ลงตัว ชักปืนกระหน่ำยิงภรรยาดับคาที่ แม่ยายสาหัส
รองสารวัตรจราจร สภ.โชคชัย นครราชสีมา ปืนโหด บุกมาเคลียร์เรื่องบางลูกกันเลี้ยงกับภรรยาแยกกันอยู่ ที่ร้านฟิตเนตกลาง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ไม่ลงตัวชักปืนประจำกาย กระหน่ำยิงภรรยาดับคาที่ แม่ยายสาหัส ชาวบ้านวิ่งหลบชุลมุนกลัวโดนลูกหลง พลเมืองดีบุกล็อกตัวประชาทัณฑ์มือปืนน่วม
สุดหดหู่! ยายแท้ๆ บังคับหลานสาววัย 13 ฝังยาคุม ช่วยปกปิดความผิดสามีใหม่ขืนใจหลานนานนับปี
สุดหดหู่! ผัวใหม่ยายแท้ๆ ข่มขืนหลานสาว ม.2 นานนับปี บังคับพาไปฝังเข็มยาคุมป้องกันตั้งท้อง ใช้เชือกมัดติดเสาเฆี่ยนตี ขู่ห้ามบอกใคร หลานทนไม่ไหวโร่บอกปู่ ไม่สลดตามไปขู่ปู่และหลานที่บ้านตอนกลางคืน ปู่น้ำตาตกสงสารหลานจี้ ตร.เร่งจับดำเนินคดีทั้งคู่ เชื่อยายรู้เห็นปกปิดความผิด พมจ.ลงพื้นที่เยียวยาสภาพจิตใจ
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

