‘เทพไท’ ชำแหละบริษัท ‘เพื่อไทย’ หนีไม่พ้นตระกูลชินวัตร อีสานต้องขายชื่อ ‘ทักษิณ’

6 มิ.ย.2565-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “พรรคเพื่อไทย หนีไม่พ้นคนตระกูลชินวัตร ภาคอีสาน ต้องขายชื่อทักษิณ เท่านั้น ปั่นกระแส อุ๊งอิ๊ง นายกฯคนต่อไป” ระบุว่า ผมได้ติดตามข่าวคุณแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ด้วยความสนใจ แต่สุดท้ายคุณแพทองธาร ก็ติดเชื้อโควิด-19 ไม่สามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมได้ จึงส่งคลิปวิดีโอมาพูดคุยกับพี่น้องชาวสุรินทร์ บนเวที ‘ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม ไปเยี่ยมยามถามข่าวชาวสุรินทร์’ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ว่า “ฝากพรรคเพื่อไทยและคุณพานทองแท้ ชินวัตร กอดพี่น้องแทนด้วย พรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว ที่จะกลับมาทำให้พี่น้องรากหญ้า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและความฝันต่างๆ ที่เคยมีในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เราจะเอากลับมาให้พี่น้องประชาชนให้ได้”

สิ่งที่ผมแปลกใจก็คือ การให้สัมภาษณ์ของคุณพานทองแท้ ชินวัตร ที่บอกว่าเป็นความตั้งใจที่จะมาจังหวัดสุรินทร์ พร้อมกับคุณแพทองธารตั้งแต่ต้น แต่เมื่อคุณแพทองธารติดโควิด-19ไม่สามารถมาได้ ตนจึงเดินทางมาคนเดียว ในขณะที่คุณแพทองธาร กลับบอกว่าได้ให้คุณพานทองแท้ไปแทน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยยังอยู่ภายใต้การเคลื่อนไหวของตระกูลชินวัตร และต้องมีบุคคลในครอบครัวชินวัตร เป็นจุดขายของพรรค เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของคุณทักษิณ เห็นได้จากเมื่อคุณอุ๊งอิ๊งไปไม่ได้ ก็ให้คุณโอ๊คไปแทน ต่อไปถ้าคุณโอ๊คไปไม่ได้ ก็ยังมีคุณเอม และคุณหญิงอ้อ สามารถเป็นตัวแทนได้อีก

สำหรับในพื้นที่ภาคอีสาน ชื่อของคุณทักษิณยังเป็นที่นิยมของประชาชน พรรคเพื่อไทยก็ยังคงขายชื่อคุณทักษิณต่อไป จึงจำเป็นต้องเปิดบทบาทให้กับตัวแทนคุณทักษิณ อย่างคุณแพทองธาร เข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนในสนามการเมือง ส่วนผู้บริหารพรรคคนอื่นๆ เป็นตำแหน่งตามโครงสร้างของกฏหมายพรรคการเมืองเท่านั้น พรรคเพื่อไทยก็มีสถานะไม่ต่างอะไรกับบริษัท ที่เจ้าของบริษัทส่งลูกนายห้างมาคุมบริษัทเอง ส่วนผู้บริหารพรรคก็คือพนักงานบริษัท เห็นได้จากภาพการลงพื้นที่ของคุณแพทองธาร หรือคุณพานทองแท้ ผู้บริหารพรรค หรือแกนนำพรรคเพื่อไทยทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต่างก็จะเดินตามหลังคุณแพทองธาร และคุณพานทองแท้กันทุกคน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้งภาคอีสานครั้งหน้า เพราะถ้าไม่ใช้คุณทักษิณเป็นจุดขาย พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคอีสาน ก็จะไม่มีกระแสความนิยมเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

จึงไม่แปลกใจว่าทำไมคนในพรรคเพื่อไทยทุกคน พยายามชูบทบาทคนในตระกูลชินวัตร คนใดคนหนึ่งขึ้นมาเป็นผู้นำพรรค หรือสัญลักษณ์ของพรรคนับตั้งแต่เคยมีการขอคุณทักษิณให้สนับสนุนคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคมาแล้ว เมื่อถูกปฏิเสธ หวยก็มาออกที่คุณแพทองธาร โดยมีคุณพานทองแท้ร่วมขบวนการปั่นกระแสให้พรรคเพื่อไทยด้วย จึงมั่นใจได้ว่า คุณแพทองธาร คือแคนดิเดตบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน

'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก

'อนุทิน' ตอบปม 'ธรรมนัส' บินโมนาโก ชี้สีแดงผสมเขียว ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้น ด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ ว่า

'ธรรมนัส' แจงบินโมนาโก พาครอบครัวไปเที่ยว ไม่ได้นัดเจอทักษิณ ซัดไม่ใช่พวกอีแอบ

“ธรรมนัส” แจงบิน “โมนาโก” พาครอบครัวพักผ่อน ลั่นไม่ใช่พวกอีแอบ ไม่จำเป็นต้องบินไปพบ “ทักษิณ” ข้ามทวีป ชี้เช็กเส้นทางบินก็รู้ความจริง พร้อมติด #ไม่มีปฏิญญาMonaco

'สุริยะ' มั่นใจ 'ภท.' รับมือได้ หลังไอลอว์กระหน่ำคดีฮั้ว สว. ยันไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

สุริยะเชื่อประเด็นการฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ควรจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

'เทพไท' ยุ 'ยิ่งชีพ' อย่าอ้อนวอน ต้องท้าทายภูมิใจไทยฟ้องให้ไว!

‘เทพไท เสนพงศ์’ มองการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้อง ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ อาจไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นโอกาสให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว. จากสำนวน DSI ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล พร้อมแนะ ‘ยิ่งชีพ’ ไม่ต้องอ้อนวอน แต่ควรท้าทายให้เร่งฟ้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน.