
3 ก.ค.2565 – นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลและการร่วมกำหนดกรอบระยะเวลาในการอภิปรายในสภา ว่า ในหลักการของการทำงานในส่วนของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นในวันที่ 6 ก.ค.ที่จะถึงนี้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาฯ ได้มีการนัดปะชุมวิป 3 ฝ่าย ทั้งวิปฝ่ายค้าน วิปฝ่ายรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี เพื่อพูดคุยเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายว่า ในแต่ละฝ่ายจะใช้กรอบระยะเวลาเท่าใดในการอภิปราย ในส่วนของพรรคมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปของพรรคในฐานะเป็นรองประธานวิปฝ่ายรัฐบาล จะได้เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดกรอบระยะเวลาดังกล่าว เชื่อว่าจะมีการตกลงที่เข้าใจตรงกันได้ไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหา
นายราเมศ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรค รัฐมนตรีของพรรคที่ถูกอภิปรายไม่กังวลเรื่องชี้แจง แต่ในเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายก็สำคัญ หากฝ่ายค้านต้องการกรอบเวลาตามที่ต้องการ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องได้รับการจัดสรรเวลาที่เท่าเทียมกันในการชี้แจง ไม่เช่นนั้นฝ่ายค้านอภิปรายแต่ในส่วนของรัฐบาลได้เวลาที่น้อยกว่าก็จะไม่เป็นธรรมต่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายอีกเช่นกัน กรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่พยายามโจมตีว่าการกำหนดกรอบระยะเวลาอภิปรายว่ารัฐบาลขี้เหนียวเวลา ด้อยค่าการตรวจสอบ หวาดกลัวการชี้แจง ต้องบอกว่าฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนพร้อมชี้แจงในสภาอยู่แล้ว เพราะเป็นกระบวนการตรวจสอบตามระบบประชาธิปไตย
“นักการเมืองที่อยู่ในสภาเชื่อว่าไม่มีใครคิดด้อยค่าการตรวจสอบ หรือด้อยค่าองค์กรของตนเอง รัฐบาลอยู่มาสามปีแล้วคงไม่มีรัฐมนตรีคนไหนกลัวการตรวจสอบ ส่วนเรื่องเวลาการคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่า 4 วันเหมาะสมที่สุด ฝ่ายค้านเห็นว่า 5 วัน ก็พูดคุยกันในการประชุมร่วมสามฝ่ายในวันที่ 6 ก.ค.นี้ แต่อย่างที่บอกว่าจะเอาเวลาตามอำเภอใจของฝ่ายค้านแต่ฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็จำเป็นอย่างยิ่งยวดในการที่จะต้องใช้เวลาในการชี้แจงอธิบายข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านอย่างเท่าเทียม และเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสุทิน คลังแสง ยกข้อบังคับมาบางส่วนว่าต้องอภิปรายรัฐมนตรีให้ครบตามญัตติก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็เป็นไปตามข้อบังคับที่จะต้องมีเวลาในการชี้แจงให้ครบในทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหาเช่นกัน” นายราเมศ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“วันวิชิต” ชี้รัฐบาลมาถูกทาง คุมปืนคือจังหวะสำคัญเปลี่ยนสังคมไทย ชี้ รัฐบาล กำลัง ลดคุณค่าของปืน ให้กลายเป็นสิ่งกึ่งผิดกฎหมาย พร้อม ขอคนไทยก้าวข้ามดราม่านายกฯ ปม “ยิงปืนในบ้านผิดหรือไม่”
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศเดินหน้าควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศไทยควรใช้ในการจัดระเบียบเรื่องอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งจนสังคมเริ่มตระหนักร่วมกันว่า
‘ปลัดคลัง’แจงยังไม่มีนัดประชุมกลั่นกรองใช้เงินกู้
‘ปลัดคลัง’ แจงยังไม่มีนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ ระบุทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดโครงการ ชี้โครงการหนุนใช้รถ EV ของสรรพสามิตได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเก็บตกรายละเอียดก่อนชงคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา พร้อมยืนยันภายใน ก.ย. 69 ต้องได้ข้อสรุปทุกโครงการ
นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง
นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ
'วิโรจน์' สวน 'อนุทิน' ใครบ้าเอาหัวโขกกำแพง มีแต่ทุบทิ้ง
'วิโรจน์' โต้นายกฯ ทันควัน! กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนาสูงแค่ไหน ให้ทุบทิ้ง ไม่มีใครบ้าเอาหัวโขก

