'ชนะศักดิ์' อัด 'ชลน่าน' เสียหมอ-ไร้จรรยาบรรณ ดึงกลุ่มเปราะบางมาล้อเล่นทางการเมือง


น้องแรมโบ้ 'ชนะศักดิ์' อัด 'หมอชลน่าน' อภิปรายจนเสียหมอ อาจต้องเอาปี๊บคุมหัวเดินออกจากสภาฯแน่ ระบุไม่ควรนำผู้ป่วย 608 มาเปรียบเทียบในการซักฟอก ถามมีหัวใจเป็นหมอหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ หรือเป็นนักการเมืองแล้วไม่เอาประชาชนเอาแต่นายใหญ่

19 ก.ค.2565 - นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ อภิปรายไม่ไว้วางใจเปรียบเทียบการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของนายกฯ คือรัฐบาล 608 ไร้ความรู้ ไร้ความสามารถ ทนต่อการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และอมโรคป่วย

โดยนายชนะศักดิ์ ตอบโต้ว่า หากหมอชลน่านพูดถึง 608 และหมายความถึงกลุ่มผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร นำมาเปรียบเทียบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็นการดูถูกกลุ่มคนเปราะบางของสังคม กดทับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยตรง และหมอชลน่าน เคยเป็นอดีตแพทย์แต่นำเรื่องนี้มาล้อเล่น มาเป็นวาทกรรมทางการเมืองเพื่อโจมตีรัฐบาล ถือว่าไร้จรรยาบรรณ ไร้ศีลธรรมอย่างยิ่ง อยากถามว่ามีหัวใจเป็นหมอ หลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่

"หรือว่าตั้งแต่หมอชลน่านเปลี่ยนตัวเองไปเป็นนักการเมือง ก็ไม่มีหัวใจที่จะอยากรักษาผู้ป่วยแล้ว และยิ่งไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย จนได้มาเป็นหัวหน้าพรรค ก็คงไม่ได้คิดถึงใครไม่คิดถึงประชาชนนอกจากนายใหญ่ นายหญิง ที่เป็นนักโทษหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้พ้นผิดกลับประเทศให้ได้เท่านั้น" นายชนะศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ที่หมอชลน่านฝากส.ส.ที่มาจากประชาชน ต้องคำนึงถึงความต้องการประชาชน ตนมองว่าหมอชลน่านควรไปฝากกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมากกว่ารวมถึงหัวหน้าพรรคว่าทำงานคำนึงถึงความต้องการประชาชนหรือไม่

"อายประชาชน งานนี้ผู้นำฝ่ายค้าน อภิปรายเข้าตัวนายใหญ่ของตัวเองมากกว่า โดนนายกฯสวนกลับหน้าแตก เสียความเป็นหมอ จนต้องเอาปี๊บคุมหัวเดินออกจากสภาเป็นแน่" นายชนะศักดิ์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถาบันจักรพรรดิญี่ปุ่นภายใต้รัฐธรรมนูญเมจิกับอิทธิพลที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญของราชวงศ์ชิง กับการสถาปนาระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญในแมนจูกัว (ตอนที่ 2)

สิ่งที่น่าสนใจของการปฏิรูปเมจิในปี ค.ศ. 1868 ที่นำพาให้ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ คือ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการช่วงชิงอำนาจมาจากสถาบันจักรพรรดิ หากแต่เป็นการ “ถวายคืนพระราช