'สุดารัตน์' นำทีมไทยสร้างไทยบุกสวนลำไยเร่งช่วยเหลือหลังราคาตกต่ำ

สุดารัตน์-ทีมไทยสร้างไทย หารือ ชาวสวนลำไย เชียงใหม่-ลำพูน จี้ รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ หลังราคาตกต่ำ ล้งเอาเปรียบ ชูนโยบาย”กองทุนสินค้าเกษตรราคาสูง”

7 ส.ค. 2565 – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นำทีมผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทย และว่าที่ผู้สมัครส.ส. ลงพื้นที่ พบผู้นำเกษตรกรและชาวสวนลำไย เพื่อหารือถึงปัญหาวิกฤตลำไย ณ สหกรณ์สภาอาชีพเกษตรกร (สอก.)โดยผู้นำเกษตรกรผู้ปลูกลำไยจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน ได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาวิกฤตลำไยโดยระบุว่า ลำไยเป็นพื้นเศรษฐกิจหลักของภาคเหนือ โดยเฉพาะ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา เชียงราย แพร่ น่าน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ที่มีพื้นที่ปลูกลำไยรวมกันกว่า 1,30,6789 ไร่ หรือร้อยละ 71 จากพื้นที่ปลูกลำไยทั่วประเทศ แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้สะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลต่อการดูแลเกษตรกร ปี 2565 ที่ราคาลำไยตกต่ำ ระดับคุณภาพเกรด AA เหลือเฉลี่ยกิโลกรัมละ 14-15 บาท ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิตที่กิโลกรัมละ 23.60 บาท ประกอบกับวิกฤตโรคระบาดโควิด ทำให้กลไกตลาดรับซื้อมีปัญหาถูกกดราคาให้ต่ำกว่าต้นทุน ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทั้งปุ๋ย ยา น้ำมัน และไฟฟ้า แต่รัฐบาลกลับไม่มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก นอกจากนี้ ผู้นำเกษตรกร ยังได้ร้องเรียนพรรคไทยสร้างไทย ให้ช่วยติดตามดำเนินการเงินเยียวยาไร่ละ 2,000 บาท ที่เกษตรกรยังตกค้างไม่ได้รับเงินมากว่าปีแล้ว และขอให้พรรคไทยสร้างไทยได้เร่งดำเนินการผลักดันพ.ร.บ.ลำใย ให้แก่เกษตรกรด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าการเกษตรของพรรคไทยสร้างไทย จะมีนโยบายหลักในการตั้งกองทุนสร้างสินค้าการเกษตรราคาสูง กองทุนดังกล่าวจะมาช่วยเหลือสินค้าการเกษตร ตั้งแต่กระบวนการสร้างคุณภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต ไปจนถึงเรื่องการตลาด โดยตั้งเป้าหมายราคาของลำไยสด ในฤดูกาลจะต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 30 บาท นอกฤดูกาล จะต้องไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 60 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทำให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เหมือนกับเกษตรกรประเทศญี่ปุ่น ที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ สามารถขายเองได้ และแปรรูปสินค้าเองได้กรณีลำไยรูดร่วงที่นำไปเป็นลำไยอบแห้งว่า รัฐต้องมีความกล้าหาญในการแก้ไขปัญหาเรื่องล้งลำไยที่มาเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร อย่างเช่นกรณีการคัดเกรดลำไยที่ล้งจะเป็นผู้กำหนด จึงทำให้ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน ซึ่งจะต้องมีเครื่องร่อนลำไยที่สามารถแบ่งตามเกรดอย่างเป็นมาตรฐาน รวมถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ ออกมาตรการเข้าไปช่วยเหลือกว่า 200 กว่าล้านบาท แต่กลับไม่ถึงมือของเกษตรกรผู้ปลูกลำไย กลับเป็นนายทุนล้งลำไยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วราวุธ' เตือนอย่าเที่ยวอุทยานแห่งชาติที่มีน้ำตกในช่วงนี้

'วราวุธ' เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเที่ยวอุทยานภาคเหนือที่มีน้ำตก-ป่า เหตุอันตราย สั่งหัวหน้าอช.พิจารณาปิดตามความเหมาะสม

เพื่อไทย โอดช่วยชาวบ้านไม่ได้ จ่อร้องกกต.ทบทวนกฎเหล็ก 180 วัน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมการเตรียมเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ในโหมดว่า

'ทสท.' ลุยอุบลฯช่วยผู้ประสบภัย 'พายุโนรู' จี้รัฐ สำรวจความเสียหาย ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ

'ไทยสร้างไทย' ลุย อุบลราชธานี ช่วยผู้ประสบภัย พายุโนรู 'หญิงหน่อย' จี้รัฐ สำรวจความเสียหาย ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ จ่ายเงินเยียวยา ว่าที่ผู้สมัครส.ส.อุบล โอด ฝนซ้ำ ต้องเผชิญน้ำหลาก นับเดือน

“พจมาน”ภาค2ออกศึกชัยภูมิ ฮึกเหิมสกัดส.ส.เลือดไหลออก

การกลับมาผนึกกำลังกันระหว่าง นายทักษิณ ชินวัตร กับ คุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร ผลักดันให้ แพรทองธาร ชินวัตร นำทัพสร้างปรากฎการณ์แลนด์สไลด์ ในสนามเลือกตั้งเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น

'ภูมิใจไทย' เตรียมแก้ไขป้ายหาเสียงพักหนี้ 3 ปี แจงติดตั้งก่อนกฎเหล็ก 180 วัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ออกมา พรรคการเมืองต่างๆจะทำได้หรือไม่ว่า พรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมาย ทำข้อแนะนำให้แก่สมาชิกและว่าที่ผู้สมัครทุกคนแล้ว

กกต. เร่งสอบป้ายบิ๊กป้อมที่เพชรบูรณ์ ชี้ใครเป็นรัฐบาลก็ทำ ออกกฎห้ามดูแลปชช.ไม่ได้

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยร้องขอให้ตรวจสอบป้ายต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานนะรักษาการนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งในภาพมีรูปส.ส.