
'จตุพร' เตรียมชุมนุมย่าน 'ราชประสงค์-ปทุมวัน' เสาร์-อาทิตย์นี้ เชื่อ 3ป.ยังอยู่การเลือกตั้งไม่เกิด หวังจะได้ใช้ชีวิตในไทยต่อไม่ต้องลี้ภัย
01 ก.ย.2565 - คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ร่วมแถลงข่าวยกระดับจัดกิจกรรมกลางเมือง "หยุดอำนาจ 3ป.เพื่อนับหนึ่งประเทศไทย โดยนายจตุพร กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการยกระดับการชุมนุมโดยแจ้งกำหนดการในวันเสาร์ที่ 3 ก.ย.ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไปบริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน ซึ่งจะมีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากร่วมกิจกรรม เพื่อเชิญชวนประชาชนในเขตพื้นที่ชั้นในเข้าร่วมชุมนุม และในวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย. เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป จะมีการปราศรัยที่แยกราชประสงค์ โดยขณะนี้คณะหลอมรวมประชาชนได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานงานกับห้างเซ็นทรัลเวิลด์เพื่อขอใช้พื้นที่ลานกว้างหน้าห้างในการทำกิจกรรม เพื่อลดผลกระทบต่อจราจรให้มากที่สุด หลังจากนั้นก็จะเข้าไปตามรั้วมหาวิทยาลัยและต่างจังหวัด เพื่อรอสถานการณ์ที่สุกงอม เพราะการต่อสู้พิสูจน์ว่าจุดชี้ขาดไม่ได้อยู่ที่คนเต็มท้องถนน แต่จุดชี้ขาดคือความชอบธรรม ฉะนั้นเราจะไม่รีบ ถ้าประชาชนเข้าใจตกผลึกในวันที่สถานการณ์สุกงอมซึ่งใกล้เต็มที
"ในวันนี้คณะ 3 ป.ไม่มีท่าทีว่าจะยุติการดำรงตำแหน่ง แม้ว่าวันที่ 24 ส.ค.ประเทศไทยขาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ แต่ว่าการคงไว้ซึ่งอำนาจ 3 ป.นั้นจะนำพาไปสู่การไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เพราะกลยุทธ์ลับลวงพรางเราก็เคยเห็น ความจริงวิชามารไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนรูปแบบ จึงมีการยืดเวลาทุกครั้ง ซึ่งทฤษฎีของคณะ 3 ป.คืออยู่ในอำนาจที่ละนิด ให้คนไทยตายใจ เช่นบอกว่าไม่ยึดอำนาจก็มายึดอำนาจอ้างเรื่องรักษาความสงบและอยู่ไม่นาน บอกว่าคืนอำนาจให้กับประชาชน โดยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่"นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรย้ำว่า ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันกฎหมายลูกพรรคการเมือง และการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเหมือนกับทฤษฎีที่ให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ไปเขียนรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งดูเสมือนว่าคณะ 3 ป.ยอมให้กับพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดการตายใจ แต่การแก้ไขมาตรา 91 แต่ไม่ยอมให้แก้มาตรา 93 และ 94 ซึ่งเป็นหัวใจหลักของบัตรใบเดียว ผู้แทนพึงมี เห็นว่าคณะ 3 ป.ได้วางเกมเพื่อสร้างความดีใจให้กับพรรคการเมืองลืมคิดไปว่าที่ผ่านมาก็เกิดรักแท้ในคืนหลอกลวงมาโดยตลอดเพราะฉะนั้นสภาปิดสมัยประชุมในเดือนนี้กว่าจะเปิดอีกทีตอนปลายปีเหลือระยะเวลา 3 เดือน สภาก็สิ้นอายุไขในวันที่ 24 มี.ค.2566 เพราะฉะนั้นกว่าจะวินิจฉัยกฎหมาย และถ้าวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกดังกล่าวก็เป็นโมฆะ ต้องเริ่มตั้งต้นใหม่ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาและมีการดึงเกมจนสภาหมดอายุ
“นี่เป็นการหลอกอย่างน่าละอายมากที่สุด แต่การหลอกมันได้สำหรับคนที่มีความอยาก อยากมากเท่าไหร่ยิ่งหลอกง่ายมากขึ้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นคณะหลอมรวมประชาชนมองว่าการเลือกตั้งจะไม่มีตราบใดที่ไม่หยุดอำนาจ 3 ป. มีความคาดหวังว่า คณะ 3 ป.จะได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยไม่ต้องลี้ภัย”นายจตุพรกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' ยกวิชาคุกดึงสติ 'ทักษิณ' พักโทษ 11 พค. คิดเผื่อใจ 'ยังไม่มีอะไรแน่นอน'
'จตุพร' กังขา ปปช. ปั่นสังคมเทียบวินิจฉัย 2 มาตรฐาน ปล่อย' ศักดิ์สยาม' พ้นซุกหุ้น ส่งศาลเชือดคดีเสนอแก้ 112 พร้อมยินดีด้วยสัตย์จริง 'ทักษิณ' พักโทษ ยกวิชาคุกดึงสติคิดเผื่อใจ 'สิ่งที่แน่ใจ ยังไม่มีอะไรแน่นอน'
'โสภณ' แตะเบรก 'จาตุรนต์' ขอหารือผลประชามติ หนุนทำ รธน.ใหม่
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกหารือต่อประเด็นเรื่องที่แจ้งให้ทราบ ว่า การรับทราบรายงานผลการออกเสียงประชามติเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการประชามติเกิด
ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล แล้ว
นายสุรพงษ์ อินทนถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9เม.ย. เวลา 09.00น.ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.นำคำร้องคดีอดีต44สส.พรรคก้าวไกล กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตร112 ไปยื่นต่อศาลฎีกา
ประธานศาลรธน. เผยปัญหาเลือกตั้งมีทั่วโลก ต้องให้องค์กรวินิจฉัย เวทีสากลคอยจับตา
ประธานศาลรัฐธรรมนูญยันทำหน้าที่ภายใต้ รธน.-หลักนิติธรรม ฟังความรอบด้าน รับเป็นปกติในการพิจารณาคดีมีความกดดันจากสังคม ต้องทำความเข้าใจทุกฝ่าย เปรียบศาลไม่ได้อยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน หากมีคำวินิจฉัย สังคม-ทั่วโลก จับตา เผยทั่วโลกมีปัญหาการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ไทย
เลขาฯ ป.ป.ช. ยันยื่นคำร้องคดี 44 สส. ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย.นี้ ไม่เกี่ยวการเมือง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล
'ดร.ณัฏฐ์' ซัด 'ปิยบุตร' บิดเบือนคดี 44 สส. ชี้ไม่ใช่นิติสงคราม
"ดร.ณัฏฐ์" สวนหมัด "ปิยบุตร" บิดเบือนข้อเท็จจริง คดีจริยธรรม อดีต 44 สส.ก้าวไกล ไม่ใช่นิติสงคราม แต่ใช้อำนาจเกินขอบเขต-ล้มล้างการปกครอง

