ส.ส.อีสานเพื่อไทย โทษรัฐบาลละเลยปล่อยเหยียดคนอีสาน

8 พ.ย.2564 - ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทยกว่า 20 คน นำโดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรค แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.ภาคอีสานว่า สืบเนื่องจากการมีการแสดงความเห็นในคลับเฮาส์ดูถูก เหยียดหยามชาวอีสาน ตนในฐานะ ส.ส.อีสานขอเรียนว่า ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย เคารพสิทธิ เสรีภาพในการแสดงออกและความเท่าเทียมในสังคม โดยไม่แบ่งภาคใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุด คือเราคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการแสดงความเห็นตามโซเชียลลักษณะนี้เริ่มมีมากขึ้น ในฐานะ ส.ส.ต้องช่วยกันดู และเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยหน่วยงาน เช่น สภาฯ ในการแก้ปัญหา หากปล่อยให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นเรื่อยๆ อาจสร้างความเกลียดชัง แตกแยกในอนาคต ถือเป็นเรื่องน่าห่วงใย ประชาชนก็กังวล ในฐานะส.ส.อีสานยิ่งไม่สบายใจ อยากเห็นความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ

นายสุทิน กล่าวว่า เฝ้าสังเกตว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดนี้ ครั้งล่าสุดเกิดกับเยาวชน เราพยายามทำความเข้าใจ มีความเมตตาว่าอาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความคึกคะนอง หรือขาดความรู้ ข้อมูล หรือเกิดจากปัญหาทางสุขภาพจิต เราไม่ถือโทษโกรธเด็ก แต่ต้องการพูดกับคนที่มีหน้าที่ต้องป้องกันไม่เกิดปัญหา เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจเกิดการแตกแยกในชาติได้ ส.ส.อีสานอยากให้สังคมตระหนัก และขอฝากไปยังรัฐบาที่ต้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้องไม่ปล่อยละเลยไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และต้องหาทางป้องปราม ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง แต่ที่ผ่านมาเมื่อเกิดเรื่อง รัฐบาลกลับไม่ใส่ใจ เมินเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดการพูดคุยผ่านโซเชียล รัฐบาลต้องใช้

1.กระทรวงดีอีเอสป้องปราม ซึ่งดีอีเอสพูดตลอดว่าตรวจสอบการใช้เฟกนิวส์ตลอด จนไม่ทำอะไรอย่างอื่น แถมตรวจสอบเฉพาะเรื่องคนที่ด่ารัฐบาลด้วย 2.เมื่อเกิดเรื่องหากเกิดการความเข้าใจผิด กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องกับเด็กว่าข้อมูลใดถูกหรือผิด เสริมสร้างวุฒิภาวะ ต้องสร้างให้เด็กลดความหยาบคายลง

และ3.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องส่งเสริมให้ผู้ปกครองเข้าไปดูแลเด็กให้มากขึ้น และ4.กระทรวงวัฒนธรรมต้องเข้ามามีส่วนร่วมรณรงค์ให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติ ทั้งนี้ ในอนาคตอาจเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก หากไม่แก้อะไร จะเกิดการปะทะทางความคิดทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และอาจเกิดการปะทะในอีกมิติหนึ่งข้างหน้า ซึ่งสังคมค่อนข้างเปราะบางแล้ว ดังนั้นเราจะรอดูท่าที่รัฐบาลว่าจะทำอย่างไร หากเพิกเฉย รัฐบาลกำลังจะส่งเสริมให้เกิดการแตกแยกในชาติ ซึ่งเรายอมไม่ได้

“เราไม่ได้ให้รัฐบาลไปคุกคามเด็ก แต่ต้องให้ความรู้ ใช้หน่วยงานเข้าไปดูแล รัฐบาลต้องจัดการตามลำดับขั้น ขณะที่พวกเรา ส.ส.อีสานจะเน้นทำความเข้าใจ ซึ่งรัฐบาลอย่าฉวยโอกาสลิดรอนสิทธิเด็ก” นายสุทิน กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครกันที่เปลี่ยนไป! เมื่อก่อนคนใต้ไม่ชอบ 'พท.-ธรรมนัส'

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามจริง เมื่อก่อนคนปักษ์ใต้ ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยเลย

พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (33)

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475

'ปลอดประสพ' กระตุก 'ภท.' คำนึงถึงเรื่องน้ำท่วมใหญ่ เหมือนพรรค 'ดร.เอ้-ดร.เชน' บ้าง

โลกอยู่ในภาวะร้อนขึ้นและรวนหนัก ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนและมีทะเลสองฝั่ง จึงคาดเดาได้ว่า ปัญหาจะเป็น ฝนหนัก น้ำท่วม การเตือนภัย การเผชิญเหตุ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

'ส้ม' ท้าชน 'พท.' ยกทัพใหญ่บุกอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง 'เท้ง' ลั่นปักธงทั่วอุดรฯ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ไปหาเสียงที่อุดรธานี ที่เป็นเหมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง