
‘ประวิตร’ ยันลงพื้นที่ในนามรัฐบาล ลั่น ช่วยเหลือปปช.ไม่โยงการเมือง ชี้ ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ทำเศรษฐกิจดีขึ้น กำชับจนท.ดูแลปชช.รับมือพายุ โนรู
25 ก.ย.2565-ที่ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในระหว่างที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ประกาศกฎเหล็ก 180 วันให้ส.ส.และพรรคการเมืองเป็นแนวทางปฏิบัติว่า การลงพื้นที่ของตนเพื่อดูแลประชาชนเป็นหลัก เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม ตนมาช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้เล่นการเมือง ส่วนข้าราชการทุกคนไม่ใช่เจ้านายประชาชน แต่เป็นลูกน้อง ฉะนั้นต้องเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง ต้องดูแลให้ประชาชนให้อยู่ดีกินดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นความประสงค์ของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าการตรวจราชการครั้งนี้ยืนยันว่ามาในนามของรัฐบาลใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ใช่ ในนามรัฐบาล ผมเป็นรัฐบาล “เมื่อถามย้ำว่ากังวลกับระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ออกมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล ทำตามระเบียบกกต. ว่าไปตามระเบียบทุกอย่าง กกต.ว่าอย่างไรก็ทำตามนั้น
เมื่อถามว่าเกรงจะถูกวิจารณ์ในการลงพื้นครั้งนี้เป็นการเมือง หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า เรื่องการเมืองอะไร เพราะมาในนามรัฐบาล มาตรวจเยี่ยมประชาชน จะกลัวอะไร เมื่อถามกรณีที่มีการติดป้ายต้อนรับพล.อ.ประวิตร ก่อนลงพื้นที่ รองนายกฯกล่าวว่า เป็นป้ายต้อนรับในนามของรองนายกรัฐมนตรี จะมาต้อนรับไม่ได้หรือ โดยผู้สื่อข่าวตอบว่าได้ พล.อ.ประวิตร จึงกล่าวว่า ถ้าได้ก็จบ
เมื่อถามว่าพรรคการเมืองอื่นเปิดตัวผู้สมัครอย่างครึกครื้นพรรคพลังประชารัฐ เตรียมตัวอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “โอ้ย ไม่ต้องห่วง ผมทำเอง คุณไม่ได้ทำ เรื่องนี้พรรคมีหัวหน้าภาคทำอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่าจากประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ที่มีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวจะเริ่มดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เริ่มดีขึ้นแล้วจากที่ได้รับรายงานจากทุกฝ่ายดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นเดือนที่สามแล้ว
เมื่อถามว่าได้กำชับอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องกำชับแล้ว ทุกอย่างดีขึ้นเอง ทั้งการท่องเที่ยวและเรื่องต่างๆดีขึ้น ขนาดนี้เป็นห่วงเรื่องของพายุโนรู ที่จะกระทบกับภาคเหนือและภาคอีสาน โดยกำชับข้าราชการทุกคน ฝากให้ช่วยดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสถอดบทเรียนพลเมืองฟ้อง กกต.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
สว. รุมอัด กกต. รายงานผลจัดเลือกตั้ง อ้างโปร่งใส สวนทางประชาชนพูดตรงกัน 'อย่ามาแหวง'
ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560
เลขาฯกกต. รับจัดเลือกตั้ง 69 เกิดข้อผิดพลาด ฟุ้งนำกล้องวงจรปิดติดทุกหน่วยเลือกตั้ง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้งสองเรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้
กกต. ส่งบัญชีพยาน 11 คน ถึงมือศาลรธน. สัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติส่วนตัว
กกต. เตรียมยื่นบัญชีพยาน 11 คน สู้คดีคิวอาร์โค้ด ถึงมือศาลรัฐธรรมนูญสัปดาห์หน้า เมินดรามาประวัติพยาน ยันทาบทามเหตุเชี่ยวชาญกฎหมายมหาชน เชื่อศาลเน้นที่ข้อมูลไม่ใช่ตัวบุคคล
อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.
ดร.ณัฏฐ์ รับถูก ‘กกต.’ เชิญเป็นพยานคดีบัตรเลือกตั้ง
นักกฎหมายมหาชนเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกลาง ย้ำยึดหลักกฎหมาย ไม่เข้าข้างฝ่ายใด พร้อมแนะหยุดสร้างกระแสที่ทำให้สังคมสับสน

