'ไทยสร้างไทย' ยก 4 ข้อ ค้านมติครม.ให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ ส่งผลเสียระยะยาว

31 ต.ค.2565 - ที่ทำการชั่วคราว ย่านลาดปลาเค้า พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค นายนพดล มังกรชัย รองหัวหน้าพรรค ร่วมกันแถลงขอให้รัฐบาลทบทวนมติ ครม.กรณีแก้ไขกฏกระทรวงว่าด้วยการถือครองที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ของชาวต่างชาติ เพื่อดึงดูดคนต่างชาติกลุ่มที่มีศักยภาพสูงตั้งแต่ 40 ล้านบาทมาลงทุนในประเทศไทย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าหลักการในร่างกฎกระทรวงที่ผ่านการเห็นชอบมานั้น จะส่งผลเสียต่อประเทศชาติในระยะยาวมากกว่าการได้ประโยชน์เพียงน้อยนิดในระยะสั้น ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. มาตรการนี้ ไม่น่าจะได้ประโยชน์มากนัก เพราะจำนวนเงินที่มาลงทุนแค่ 40 ล้านบาท เป็นจำนวนที่น้อยมาก ไม่ได้สร้าง impact ในเชิงเศรษฐกิจมากมาย เงื่อนไขการลงทุน ก็ยังเปิดช่องให้ลงทุนในลักษณะไม่ได้สร้างการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพราะเน้นการเอาเงินมาฝากไว้ในพันธบัตร หรือกองทุนในระยะเวลาสั้นๆ แค่ 3 ปี ลักษณะดังกล่าวเป็นการลงทุนทิ้งไว้เฉยๆ รอรับดอกเบี้ยหรือเงินปันผล หลักการที่ถูกต้องควรจะเป็นการลงทุนทางตรง โดยนำเงิน 40 ล้านบาท มาซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยตรง ควรเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างใหม่ในโครงการ เช่น บ้านในหมู่บ้านจัดสรรใหม่ ไม่ใช่ซื้อที่ดินเปล่าเพื่อมาปลูกบ้าน เพื่อทำให้มีเงินไหลเข้าสู่ระบบทันที

2. ต้องวางเงื่อนไขเพื่อคุมวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินอย่างเข้มงวด ใช้เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น ห้ามเอาไปทำการค้าหรือปล่อยเช่าต่อเด็ดขาด เพื่อเป็นการดึงเงินเข้ามาในระบบให้กับผู้รับเหมาและผู้พัฒนาที่ดินที่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาอยู่ และมีเงื่อนไขการโอนให้ชัดเจนว่า โอนให้คนไทยได้เท่านั้น หลังจากถือครองมาแล้ว 5 ปี

3. รัฐควรนำมาตรการทางภาษีมาใช้ เหมือนอย่างที่ในหลายประเทศใช้อยู่ โดยคิดค่าธรรมเนียมการโอน ของชาวต่างชาติให้มากกว่าคนไทย และเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราที่มากกว่าคนไทย เพื่อดึงเงินเข้ารัฐโดยตรงอีกทางหนึ่ง

4.การสร้างรายได้เข้าประเทศ สามารถทำได้หลายวิธี พรรคไทยสร้างไทย มีนโยบายและแผนงานรองรับไว้ทั้งหมด ตัวอย่างเช่น การสร้างรายได้จากฐานเศรษฐกิจใหม่ และจากวิกฤติโลก ที่สามารถพลิกให้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ของประเทศไทย ทั้งวิกฤติอาหาร วิกฤตห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) โดยทำงานในเชิงรุกเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และต้องเร่งแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นการลงทุนของต่างชาติ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด้งอธิบดีDSI‘ปิยะ’เสียบแทน

ตามคาด! ครม.ไฟเขียว “ปิยะ” นั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ขยับ "ยุทธนา” เข้าสำนักนายกฯ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ซี 11 “

ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)

'ภราดร' ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก ครม. พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา

'ภราดร' ไม่รู้ฝ่ายค้านจ่อซักฟอกตามมาตราไหน เรื่องอะไร ลั่น ครม.ทุกคนพร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา ยันปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา

'ปกรณ์' เคาะ 'เออร์ลี่รีไทม์ ขรก.' 2 กลุ่ม จ่ายเงินก้อนสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า

'ปกรณ์' ประชุมสรุปรับฟังความเห็นเกษียณอายุก่อนกำหนดข้าราชการ พุ่งเป้า 2 กลุ่ม ให้เงินก้อนสูงสุดไม่เกิน 12 เท่า พร้อมเตรียมนำเสนอ ครม.

'นายกฯ' เตรียมลงนามงบกลาง 9 พันบาท ช่วยน้ำท่วมชาวน่าน ก่อนชงครม.อังคารนี้

‘ภราดร’ เผย นายกฯ เตรียมลงนามงบกลาง 9 พันบาท ช่วยน้ำท่วมชาวน่าน ก่อน ชง ครม.พรุ่งนี้ ส่วนซ่อมแซมบ้านเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ปภ.เดิม