บิ๊กตู่ไม่โดดเดี่ยวกลางสภา! 'เอกนัฏ' ยัน 'รทสช.' กางปีกปกป้อง พร้อมองครักษ์ตัวฉกาจดูแล

“เอกนัฏ” ยัน “บิ๊กตู่”ไม่โดดเดี่ยวกลางวงอภิปราย 152 ในสภา ชี้รวมไทยสร้างชาติจะอยู่ทำหน้าที่ปกป้อง  พร้อมมีองครักษ์ตัวฉกาจดูแล  

12 ก.พ.2566 – นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะโดดเดี่ยวในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์​นี้ ว่า ท่านนายกฯไม่โดดเดี่ยวแน่นอน ตอนนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มี ส.ส.ในสภาแล้ว 1 คน และก็ยังมี ส.ส. ปัจจุบัน ไม่ต่ำกว่า 30-40 ท่าน ที่เตรียมจะย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังปิดสมัยประชุมสภาฯ  เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ก็จะอยู่คอยทำหน้าที่ปกป้องพลเอกประยุทธ์

“แต่ส่วนตัวก็เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ และเท่าที่คุยกับท่าน ท่านตอบได้ทุกคำถาม เพราะลงมือทำเองกับมือ และหากมองอีกมุมหนึ่งเป็นโอกาสที่ดี อยากให้พี่น้องประชาชนได้ติดตาม เพราะเมื่อมีการกล่าวหา ก็เป็นโอกาสที่ดี ที่พลเอกประยุทธ์ จะได้ตอบคำถามและชี้แจงให้คลายข้อสงสัย” นายเอกนัฏ ระบุ

เมื่อถามว่า จำเป็นจะต้องตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องตั้ง แต่มีหลายคนที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว หนึ่งในนั้นกำลังทาบทามนางสาวรังสิมา รอดรัศมี ส.ส. สมุทรสงคราม เพื่อเป็นสีสันมากกว่า แต่ความสำคัญมันอยู่ที่ มันเป็นโอกาสดีที่จะได้ชี้แจง ก่อนการเลือกตั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนัฏ' ลุยช่วย 'เอก สายไหมต้องรอด' หาเสียง กทม. เชื่อตลาดเปิดรับภูมิใจไทยแล้ว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จะนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ลงพื้นเขต 11 สายไหม ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ เอก สายไหม ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย หาเสียง และขึ้นเวทีปราศรัยย่อยเวทีแรก ของ  กทม.

สภาสูงโหวต ป.ป.ช.ใหม่ 2 ชื่อพุธนี้ วัดใจ 'สว.สีน้ำเงิน' ชี้รอดหรือร่วง

สภาสูงโหวต ป.ป.ช.ใหม่สองชื่อพุธนี้ วัดใจ สว.สีน้ำเงิน ให้ผ่านหรือตีตก สองบิ๊กตุลาการ พ่วงตั้งกมธ.สอบประวัติฯ ว่าที่กกต.ใหม่สองคน พบแบ็คกราวด์ไม่ธรรมดา แน่นปึ๊กสีน้ำเงิน 

'ชัยวุฒิ' ซัดฝ่ายอยากแก้รัฐธรรมนูญ ทำการเมืองไทยเข้าสู่ภาวะชะงักงัน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวภายหลังที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาว่า ผลกระทบจากเกมการเมืองของฝ่ายที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับไม่ได้แก้ในสิ่งที่ต้องการจนนำไปสู่การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่าผลลัพธ์คือการที่นายกรัฐมนตรียื่นยุบสภาฯ