
พปชร.ชัยภูมิป่วน! สมาคมครูเปิดแผลสนามฟุตซอล ลงชื่อร่อน จม.ถึง ‘บิ๊กป้อม’ บี้ปลด ‘วิรัช’ อ้างโดนหางเลข ป.ป.ช. ชี้มูล
13 ก.พ. 2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองในกลุ่มไลน์พรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งมีสมาชิกส่งจดหมายเปิดผนึกของ นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ ที่ทำถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอความช่วยเหลือและเมตตา กรณีข้าราชการครูถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลโครงการก่อสร้างปรับปรุงสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์ (สนามฟุตซอล) ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ
โดยระบุว่า ในฐานะนายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยคณะครูผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1, 2 และ 3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 จังหวัดชัยภูมิ ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จังหวัดชัยภูมิ ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐในโครงการดังกล่าวในปีงบประมาณ พ.ศ.2554และปรงบประมาณ พ.ศ.2555 มีโรงเรียนที่ดำเนินโครงการนี้จำนวนมาก เนื่องจากฝ่ายการเมืองในขณะนั้นมีการให้งบประมาณจำนวนมาก จึงทำให้มีจำนวนผู้เกี่ยวข้อง และถูกกล่าวหามากกว่าจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสาน มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นระดับบริหารในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ มีทั้งผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว และยังรับราชการอยู่ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของข้าราชการและครอบครัว
ดังนั้น ข้าพเจ้าและคณะครูที่ถูกกล่าวหา ตลอดจนคณะครูสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิจึงเดินทางมาเพื่อขอความช่วยเหลือและเมตตาเป็นกรณีพิเศษ จากท่านพลเอกประวิตร ซึ่งเป็นปูชณียบุคคลที่สำคัญของประเทศไทย ปกป้องความไม่เป็นธรรม กรณี ข้าราชการครูถูก ป.ป.ซ.ชี้มูล เพราะโครงการดังกล่าวคณะครูก็มีความประสงค์ที่จะจัดหาให้กับเด็กนักเรียน และเยาวชนในพื้นที่ได้เป็นแหล่งออกกำลังกาย ซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มาของงบประมาณและกระบวนการต่างๆ ที่ได้มา รู้เพียงว่าอยากให้เด็กนักเรียนและเยาวชนได้ใช้ประโยชน์คณะครูทุกคนก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในเชิงพาณิชย์ในโครงการแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ทางสมาคมฯ ได้เคยยื่นหนังสือกับพลเอกประวิตร คัดค้านการปฎิบัติหน้าที่ทางการเมืองของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ราชการในกรณีของสนามฟุตบอล จึงมีความเห็น และเจตนารมณ์ร่วมกันว่า นายวิรัชมีมลทินอันมัวหมอง และมีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ทำให้ครูที่รับผิดชอบโครงการที่รู้เท่าไม่ทันการณ์ ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดได้รับผลกระทบตามไปด้วย
จดหมายดังกล่าว ยังระบุว่า พลเอกประวิตร ได้ทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองอย่างคณานับไม่ถ้วน พรรคพลังประชารัฐมีนโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อส่งเสริมคนดี แก้ไขปัญหา ปากท้องให้ประชาชน มีอุดมการณ์ทางการเมือง ทางสังคม และทางเศรษฐกิจ ที่ชัดเจน เป็นที่พึ่งของคนไทยทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ นอกจากนี้คณะครู ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ กับพวกรวม 55 คน ลงความเห็นขอคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ทางการเมืองของนายวิรัชด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในไลน์กลุ่มยังการแจ้งกำหนดการ ยื่นหนังสือดังกล่าวที่พรรรคประชารัฐในเวลา 13:00 น.ด้วย ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการวางตัวผู้สมัครในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ระหว่าง นายวิรัช รัตนเศรษฐ และนายอร่าม โลห์วีระ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
28มิ.ย.เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
เลขาฯ ป.ป.ช.แจงยื่นฟันจริยธรรม 44 สส.ก้าวไกล ไม่ดูแค่สิทธิเสนอแก้กฎหมาย
9เม.ย.ยื่นศาลฟัน44ส้ม ‘เท้ง’ไม่หวั่นหยุดหน้าที่
ป.ป.ช.เร่งยื่นคำร้องคดี 44 สส.ต่อศาลฎีกา 9 เม.ย. ปัดตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาลไม่เกี่ยวการเมือง
เปิดกรุ 2 กกต. 'อนันต์' รวย 60 ล้าน 'สันทัด' มี 29 ล.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คน ทั้งกรณีเข้ารับตำแหน่งใหม่ และกรณีพ้นจากตำแหน่งเดิม
ส่งศาลฟัน44ส้ม เคาะพักโทษแม้ว
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกลชงแก้มาตรา 112
ป.ป.ช.จ่อเคาะ 44สส.แก้ม.112 ส่งศาลฎีกาฟัน
ป.ป.ช.ได้ฤกษ์ชงที่ประชุมใหญ่มีมติรับรองคำร้องคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกลแก้ ม.112
ป.ป.ช. ได้ฤกษ์! นัดถกรับรองคำร้องคดี '44 สส.ส้ม' ส่งศาลฎีกา
ความคืบหน้าในคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิด 44 สส.

