
“ไพบูลย์” เปิดกว้างตามแนวก้าวข้ามความขัดแย้ง บอก “ตะวัน-แบม” และกลุ่มคิดต่าง ควรมายื่นหนังสือที่พรรคให้ถูกที่ถูกทาง ไม่ต้องไปป่วนหน้าเวทีปราศรัย
2 เม.ย.2566 – นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน และน.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม นักกิจกรรมอิสระ ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อทวงถามเรื่องมาตรา 112 ที่เวทีปราศรัยของพรรค พปชร. ใต้สะพานพระราม 8 เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา จนเกิดเหตุปะทะกัน ว่ากรณีดังกล่าวไม่เหมาะสม เนื่องจากเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคไม่ใช่สถานที่รับเรื่องความคิดเห็นอะไร การไปยื่นเรื่องในลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดปัญหา เป็นลักษณะที่ผิดที่ผิดทาง ดังนั้นอยู่ที่วิธีการไปยื่น ดังนั้นถ้าทำให้ถูกที่ถูกทาง ก็หมดเรื่อง
นายไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับประชาชนไม่ว่ากลุ่มไหนก็ตาม หากมีเรื่องจะร้องทุกข์ มีความเดือดร้อน หรือต้องการเสนอนโยบาย ก็สามารถติดต่อมายื่น ณ ที่ทําการพรรคได้ โดยประสานงานมาที่ตนเอง ตนเองในฐานะรองหัวหน้าพรรคจะมารับเรื่องและหารือกัน ดังนั้นหากกลุ่มตะวัน-แบม ยังสนใจที่จะยื่นเรื่อง ก็ขอให้ติดต่อมาที่ตนเอง และมายื่น ณ ที่ทําการพรรค แล้วจะได้พูดคุยกัน เพราะแนวทางของพรรค พปชร. เน้นเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง หลักสำคัญคือจะต้องมีการพูดคุยเพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง พรรค พปชร.เปิดกว้างสำหรับการรับฟังความคิดเห็นทั้งหลาย
เมื่อถามถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาตอบโต้กรณีดังกล่าวว่าการก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ได้ทำด้วยการกระทืบคนเห็นต่าง นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบ ไม่ใช่เรื่องของพรรค เรายังยึดนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง พรรคไม่ได้ไปทำร้ายใครทั้งสิ้น เหตุการณ์วิวาทกันระหว่างประชาชนเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด แต่ก็ไม่ควรมีต้นเหตุให้เกิด การยื่นข้อเรียกร้องทั้งหลาย ควรยื่น ณ ที่ทําการพรรค ไม่ควรยื่นที่เวทีปราศรัย เพราะจะทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ว่าเจตนาของผู้ยื่น มีเจตนาอย่างอื่นหรือไม่ ส่วนเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็ถือเป็นบทเรียนสำหรับทุกเวทีปราศรัย ไม่ใช่แค่ของพรรค พปชร. เวทีปราศรัยไม่ใช่เวทีที่จะมารับเรื่องอะไรต่างๆ ย้ำว่าถ้าจะเสนอนโยบายหรือความคิดเห็นต่างๆ ให้ไปที่พรรคการเมืองนั้นๆ โดยเฉพาะพรรค พปชร. เรายินดีต้อนรับเพื่อพูดคุยทุกเรื่องอย่างยิ่ง
เมื่อถามว่า หากมีผู้มายื่นเรื่องเกี่ยวกับมาตรา 112 ก็ยินดีใช่หรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเองไม่พูดถึงว่ายื่นเรื่องอะไร แต่ในฐานะที่เราเป็นพรรคการเมือง เราก็จะเปิดรับฟังความคิดเห็นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบาย ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หรือความคิดเห็นต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าเราปิดกั้นอะไรทั้งสิ้น ส่วนที่รับฟังแล้วเราจะเห็นด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องของอีกกระบวนการหนึ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พปชร' ใส่พาน 3 นโยบายส่งรัฐบาล รอสัญญาณสิทธิ์เก้าอี้
พปชร.จ่อเสนอ 3 นโยบายให้รัฐบาลพิจารณา เชื่อ ได้ครม.ชุดใหม่ ไม่เกิน 9 เม.ย. ขณะรายชื่อยังอยู่ขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนพรรคจะได้นั่งเก้าอี้ไหน ขอรอรัฐบาลแจ้งอีกครั้ง
คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้
เปิดวาระลับ ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ 18 มี.ค.นี้ เลือกตั้งโมฆะ 'ทัน-ไม่ทัน' พิจารณา
เปิดวาระลับตุลาการศาลรธน.นัดประชุมใหญ่พุธนี้ ยังไม่มีเผือกร้อน บัตรเลือกตั้งเป็นโมฆะเข้าพิจารณา แต่ต้องลุ้นจันทร์นี้ รอฝ่ายสารบรรณ-อนุกรรมการพิจารณาทำความเห็น หากไม่ทันรอถกสัปดาห์ถัดไป
อสม. บนสมรภูมิเลือกตั้ง จากด่านหน้าสาธารณสุขสู่ข้อครหากลไกซื้อเสียง?
ข้อกล่าวหาว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ “อสม.” อาจถูกใช้เป็นกลไกซื้อเสียงในสนามเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นที่สังคมหันมาพูดถึงมากขึ้น
ปิดดีล! 'รัฐบาลภูมิใจไทย' คุม 14 กระทรวง รวบ 'ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1'
“รัฐบาลภูมิใจไทย” ไร้ “กล้าธรรม - ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง” พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1 ด้าน “เพื่อไทย” ได้ 5 รมต.-1 รองนายกฯ - 3 รมช.-รองประธานคนที่ 2 ขณะที่ “พลังประชารัฐ” ได้ 1 เก้าอี้ ส่วนใครได้ตำแหน่งใด รอโหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯก่อน จากนั้นเคาะ 100 % ให้เหมาะสมกับสายงาน

