'สุดารัตน์' ปัดโผคุม สธ. ไม่ติดขัด MOU ก้าวไกล ยันไม่หนุนแก้ 112 ให้สถาบันอ่อนแอ

"คุณหญิงสุดารัตน์" ควง "ผู้พันปุ่น" ลุยตลาดละลายทรัพย์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ไทยสร้างไทย และฝ่ายประชาธิปไตย เผย MOU 8 พรรคร่วม เป็นเรื่องหลักในการทำงานร่วมกัน และนโยบายที่จะทำเพื่อพี่น้องประชาชน ย้ำยังไม่มีการพูดคุยเรื่องแบ่งกระทรวง

19 พ.ค.2566 - ที่สีลม ซอย 5 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ตลาดละลายทรัพย์ พบปะพ่อค้าแม่ขาย พี่น้องประชาชนย่านสีลม โดยถือโอกาสขอบคุณ ผู้ที่สนับสนุนพรรคไทยสร้างไทย และฝ่ายประชาธิปไตย โดยหลายคนได้เข้ามาให้กำลังใจ เพื่อขอให้จัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยให้สำเร็จ พร้อมมอบดอกไม้ เข้าคิวขอถ่ายภาพจำนวนมาก ทั้งยังได้ถือโอกาสนี้มอบของกินของใช้ ให้คุณหญิงสุดารัตน์ และน.ต.ศิธา เพื่อเป็นการแสดงออกและแสดงความขอบคุณ ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ในช่วงที่ผ่านมา

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงทั้งที่เลือกพรรคไทยสร้างไทย และไม่ได้เลือกพรรคไทยสร้างไทย วันนี้ได้ลงพื้นที่ตลาดละลายทรัพย์อีกครั้ง เพื่อแสดงเจตนารมณ์ ที่จะมุ่งมั่นทำงานโดยเฉพาะการฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อหาแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ฟื้นกลับมาโดยเร็วที่สุดอีกครั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ส่วน MOU ในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคไทยสร้างไทยได้มอบหมายให้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรค ดำเนินการซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ เพื่อเพิ่มเติมนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายที่ พรรคไทยสร้างไทย เตรียมผลักดัน ดูแลคนไทยทุกคนตั้งแต่เกิดจนแก่ เช่นบำนาญประชาชน 3,000 บาท การพักใช้ใบอนุมัติใบอนุญาต ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชน 1,400 ฉบับ เพื่อให้ประชาชนสามารถลุกขึ้นมาทำมาหากินได้ทันที

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดโผคณะรัฐมนตรี ที่สื่อมวลชนมีการคาดการณ์กันนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย อาจถูกพิจารณาให้กลับมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้งนั้น ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุย เราจะเริ่มต้นพูดคุยนโยบายก่อน ดังนั้นขอให้รอทุกอย่างมีความชัดเจน เพราะตอนนี้เป็นเพียงการคาดเดาจากสื่อมวลชนเท่านั้น

ด้าน น.ต.ศิธา กล่าวว่าใน MOU มีข้อสรุป 8 ข้อพรรคไทยสร้างไทย ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะส่วนใหญ่มีแนวคิดที่ใกล้เคียงกัน เช่นการขึ้นค่าแรง และการสมรสเท่าเทียม ส่วนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ยังไม่ถูกบรรจุไว้ใน MOU เนื่องจากเป็นรายละเอียดปลีกย่อย ดังนั้นใน MOU จึงจะเขียนเป็นหลักการที่ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องการว่าต้องการผลักดันเท่านั้น ส่วนข้อกังวลเรื่องมาตรา 112 ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลเพราะจะเป็นขั้นตอนที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งไม่เกี่ยวกับฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เน้นว่าทุกพรรคการเมืองจะต้องเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการหยิบยกประเด็นนี้มาพูดคุยพรรคไทยสร้างไทย ก็จะไม่มีข้อเสนอใดๆ แต่หากมีการหยิบยกปัญหาเรื่องของข้อบังคับมาใช้ก็ต้องใช้วิจารณญาณ และการพูดคุยกันของสภาว่าจะมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือไม่อย่างไร ซึ่งพรรคไทยสร้างไทย มีความชัดเจนว่าหากมีการยกเลิกมาตรา 112 ไม่เอาเด็ดขาด หากมีการแก้ไขและทำให้สถาบันอ่อนแอลง ถูกวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความเสื่อมเสียเราก็ไม่สนับสนุนเช่นกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรรม! 'โตโต้' ดิ้นงัดหลักฐานไม่ใช่คนโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน โบ้ยมีแอดมินหลายคนไปสืบหาเอาเอง

นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ แถลงข่าวเปิดเผยหลักฐานกรณีถูกศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาจำคุก คดี มาตรา 112 ว่า คดีนี้น่าจะจบไปด้วยดีที่ศาลชั้นต้น หลังจากมีการยกฟ้อง

เอาแล้ว! 'เอ็ดดี้' วิเคราะห์ยิบ โพสต์พรรคประชาชน ส่อ 'เซาะกร่อนสถาบัน' ผิดถึงขั้นยุบพรรค

นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "โพสต์ของพรรคประชาชน สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายในการ "เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ" หรือไม่? หากวิเคราะห์จากเนื้อหาในโพสต์นี้ มีจุดที่ต้องพิจารณาทั้งมุมที่เป็น "เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ" และมุมที่ "อาจถูกนำไปร้องเรียน" ดังนี้

สะท้อนจิตใต้สำนึก! คำมั่น 'เท้ง' หลังรับสนองพระบรมราชโองการ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน