'บิ๊กตู่' ชี้ไม่สมควร ยังไม่เป็นรัฐบาลแล้วไปคุยส่วนราชการ เมิน 'พิธา' เดินสายนายกฯซ้อน

30 พ.ค.2566 - เมื่อเวลา 12.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) กรณีที่องค์กรต่างประเทศลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลการเจรจาสันติสุข ว่า เรื่องดังกล่าวมีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขาดูอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดูแลกันอยู่แล้ว ซึ่งความจริงมีการติดตามการทำงานในเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด เพราะเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งกับสิ่งที่ทำในปัจจุบันคือมีการแก้ปัญหากันในเรื่องของการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ และสังคมต่างๆ ซึ่งก็มีการดำเนินการกันอยู่แล้ว การพูดคุยต่างๆเราก็มีคณะในการพูดคุย ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราก็ทำความเข้าใจกันไป

"ความจริงแล้วก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างอ่อนไหว เพราะฉะนั้นการที่จะไปแก้อะไรต่างๆ โดยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดมันก็น่าจะยาก ซึ่งส่วนตัวคิดเช่นนั้น แต่ก็แล้วแต่"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามามีการเคลื่อนไหวที่จะขอพูดคุยโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จาก ศอ.บต. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่ได้มีการหารือกันว่าสามารถทำได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นส่วนของราชการก็ไม่น่าจะไปคุย แต่ถ้าไม่ใช่ส่วนราชการก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เดี๋ยวเขาจะมีการพิจารณากันเองว่าควรหรือไม่ควร แต่ตนคิดว่าในทางกฎหมายแล้วเท่าที่หารือและมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาก็ไม่น่าที่จะทำได้ การที่ยังไม่เป็นรัฐบาลแล้วจะไปเรียกส่วนราชการคุยเอง แต่ถ้าเป็นหน่วยงานภายนอกไม่ใช่ส่วนราชการเขาทำได้

เมื่อถามว่าที่พรรคก้าวไกลกับพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกันจัดตั้งคณะเตรียมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลหรือ Transition team กับหน่วยราชการทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่ามันไม่ควร ไม่สมควร ข้าราชการยังทำงานอยู่กับข้าราชการปัจจุบัน วันหน้าทางรัฐบาลก็เตรียมข้อมูลต่างๆส่งมอบด้วย ตนสั่งการไปหลายครั้งและย้ำไปแล้วทุกกระทรวงต้องมีแผนงานโครงการที่ดำเนินการไปแล้วหรือที่ยังค้างอยู่ให้กับรัฐบาลใหม่รับทราบจะได้ไม่มีปัญหากัน

ซักว่า ตอนนี้นายกฯรู้สึกเหมือนมีนายกฯซ้อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกๆๆๆ เมื่อถามว่ามองอย่างไรก็การที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเดินสายเสมือนเป็นนายกฯแล้วทั้งที่ยังไม่ได้รับการโหวตในสภา พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า “ไม่ได้มองครับ ผมไม่ได้มองและไม่ได้ไปสร้างความขัดแย้งกับใคร ผมบอกแล้วไงเข้าใจไหม กติกาประชาธิปไตยอย่างไรก็ว่ากันไป”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กดุลย์' พบเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เคลียร์ใจลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบ”เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี

วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว

เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ

เปิดคำสั่งศาลฎีกาฉบับเต็ม ไต่สวนนัดแรก 30 มิ.ย. 'เจ้าของสำนวน' คนเดียวกับคดีทักษิณ

ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช. กล่าวหาอดีต 44 ส้ม ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ไม่สั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ '10 สส. ปชน.' นัดพิจารณาคดีครั้งแรก 30 มิ.ย.นี้ เปิดตัวเจ้าของสำนวนคนเดียวกับคดีชั้น 14

'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า

"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”

'อนุทิน' ให้อำนาจ 'วันนอร์' สั่งการแก้ชายแดนใต้ในนามนายกฯได้เลย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จากนั้นเวลา 15.50น. นายอนุทิน ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อส่งนายวันมูหะมัดนอร์ ขึ้นรถเดินทางกลับ จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้นายวันมูหะมัดนอร์ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ และมีห้องทำงานในทำเนียบฯ จึงนัดเข้ามาหารื

'วันนอร์' ขอบคุณนายกฯ เกาะติดคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ จับผู้ต้องหาได้ครบ 5 คน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ กล่าวก่อนเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า ขอบคุณนายกฯที่ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ และได้ไปกำชับในเรื่องคดีของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งในที่สุดสามารถจับผู้ต้องหาที่ตำรวจออกหมายจับทั้ง 5 คนได้แล้วเมื่อวันที่ 22 เม.ย.