"ชลน่าน" จวก "สนธิญา" ขยันทำงานแต่ไม่ศึกษาให้เข้าใจ หลังยื่นกกต.ฟันเพื่อไทยหลอกลวงประชาชน ปมยุติแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ภายหลังแจงแค่ชะลอไว้ก่อน เพราะไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ชี้ถ้าเข้าใจจะไม่ร้องเพราะอายตัวเอง ยันไร้กังวล 20 ส.ส. จ่อถูกใบเหลือง-แดง ลั่นไม่กระทบจัดตั้งรัฐบาล
7 มิ.ย.2566 - ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ยื่นคำร้องต่อกกต.เพื่อเอาผิดพรรคเพื่อไทยกรณี ชะลอจัดทำนโยบายกระเป๋าเงินดิจิตอล 10,000 บาท ว่าสำหรับเรื่องนี้จริงๆอยากจะขอบคุณไปที่นายสนธิญา เพราะเขาขยันทำหน้าที่ของตัวเอง ในการที่จะตรวจสอบประเด็นทางสาธารณะ โดยเฉพาะนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่รับความสนใจจากประชาชนค่อนข้างมาก และเป็นนโยบายที่เราใช้หาเสียงในการเลือกตั้งในเรื่องของกระเป๋าเงินดิจิตอล
ตนเองก็ได้ไปดูความร้อนของนายสนธิญา ให้กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อที่จะอายพรรคเพื่อไทยในข้อหาว่าใช้นโยบายเสมือนเป็นการหลอกลวงพี่น้องประชาชน เรื่องนี้ต้องขอเรียนว่า เมื่อกี้ที่ได้พูดไปว่าขอบคุณนายสนธิญา ที่ยังทำให้นโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นที่สนใจอยู่ ซึ่งในคำร้องนี้เราไม่ได้หวั่นเกรงอะไร จนเชื่อมั่นว่าในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่มีอยู่ชัดเจนอยู่แล้ว เพราะในทางฝ่ายนโยบายได้แถลงข่าวไปแล้วว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่ในฐานะที่เป็นพรรคอันดับ 2 กรรมการนโยบายของเราค่อนข้างชัดเจน เพราะเมื่อเราเป็นพรรคอันดับ 2 ก็มีโอกาสที่นโยบายของพรรคเราจะนำไปเสนอ เพื่อให้เป็นนโยบายรัฐบาลก็ต้องให้เกียรติพรรคอันดับ 1 ก่อนจึงใช้คำว่าชะลอ เพื่อพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะ เพราะเม็ดเงินที่จำเป็นต้องใช้ในปีแรกในการขับเคลื่อนนโยบายมันค่อนข้างชัด
เพื่อไทยเราต้องใช้เงินประมาณ 560,000 ล้าน กับนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิตอลตรงนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ภายใน 1 ปี ขณะที่พรรคแกนหลักก็ต้องใช้เม็ดเงินในการทำนโยบายของเขา ในเรื่องของสวัสดิการประมาณ 650,000 ล้าน จึงเป็นเหตุผลให้ทางพรรคเพื่อไทยต้องประกาศแจ้งให้กับประชาชนทราบ ว่าในขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรสำหรับนโยบายนี้ ก็คือการชะลอเพื่อพูดคุย ตนมั่นใจว่ามันไม่ได้เข้าข่ายในการที่จะร้องฐานความผิดว่าไปหลอกลวงประชาชน เพราะการจัดทำนโยบายสาธารณะหากนายสนธิญาไปศึกษา ถ้าเข้าใจก็จะคงไม่ร้องประเด็นนี้ เพราะหากเขาร้องเขาจะอายตนเอง ไม่ศึกษาให้ลึกซึ้งแล้วไปร้องให้เป็นประเด็นในฐานะที่ทำให้สังคมเกิดความสับสนวุ่นวาย บางเรื่องประเด็นอะไรที่ทำให้สังคมสับสนวุ่นวาย มันก็เข้าข่ายก่อความวุ่นวายในสังคมได้ โดยเฉพาะเรื่องทางการเมืองที่ขณะนี้อาจจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลด้วย นโยบายในการหาเสียงจะเป็นนโยบายในรัฐบาลได้หรือไม่ก็ต้องผ่านการจัดทำนโยบายให้เป็นของรัฐบาลกรณีที่เป็นพรรคเดียวสามารถที่จะครองเสียงข้างมากได้เหมือนไทยรักไทยสมัยแรกๆ ที่สามารถนำบัตร 30 บาทมาเป็นนโยบายได้เลย แต่ครั้งนี้เราเป็นพรรคร่วมเราเป็นอันดับ 2 มันก็ไปอยู่ในขั้นตอนของการจัดทำนโยบายรัฐบาล ร่วมกัน จะเข้าไปอยู่ในนโยบายของรัฐบาลมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกันพูดคุยร่วมกัน ซึ่งขั้นตอนนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ คณะทำงานที่เราจัดตั้งขึ้นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นคณะชุดเปลี่ยนผ่านหรือคณะทำงานเฉพาะกิจก็เป็นเบื้องต้นที่จะหาข้อมูลในเชิงปัญหาเพื่อเตรียมไปจัดทำนโยบายรัฐบาล และจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาต่อไป
ส่วนจะมีการดำเนินการฟ้องกลับหรือไม่นั้น นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่าตามข้อกฎหมาย เขาคุ้มครองพรรคการเมืองมาตรา 101 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ถ้าผู้ใดร้องเท็จหรือฟ้องเพชรต่อพรรคการเมืองพรรคการเมืองก็สามารถที่จะร้องเอาผิดกับผู้ที่จงใจกลั่นแกล้งหรือทำให้พรรคการเมืองเขาเสียหายได้ ถ้าเป็นจริงก็ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 20 ปี ติดคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ขณะนี้ทางฝ่ายกฎหมายก็ต้องไปดู ในรายละเอียดต่อไป
เมื่อถามถึงการรับรองส.สของกกตหากมีใบเหลืองใบแดงจะส่งผลต่อตัวเลข สมการของการจัดตั้งรัฐบาลหรือพรรคที่เป็นแกนนำ หรือไม่ เท่าที่ฟังประธานกกตได้แถลงต่อสื่อมวลชนหากเป็นไปตามนั้นที่มีคำร้องกว่า 280 เรื่อง และมีสสที่อยู่ในข่ายประมาณ 20 คน แต่ตามตัวบทกฎหมายก็สามารถรับรองส.สได้ เมื่อส.สไปรายงานตัวขั้นตอนหลังจากนั้นก็สามารถที่จะตั้งรัฐบาล ไปเลือกประธานสภาได้ไปเลือกนายกได้ ส่วนจะมีผลอย่างไรหากเลวร้ายที่สุด 20 คนนี้เป็นฝ่ายเรา ก็ยังไม่มีผลเพราะมัน 290 กว่าก็ถือว่ารัฐบาลนี้เข้มแข็งได้
คำว่าถ้าตนไม่อยากจะบอกเพราะว่าถ้ามันเยอะต้องไปดูในข้อเท็จจริง ก็พยายามติดตามอยู่ว่า 20 คนเป็นใครจากพรรคอะไร เรายังไม่มีข้อมูลตรงนี้ ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏจึงตอบไม่ได้ ซึ่งในที่ประชุมวันนี้ก็ได้มีการยกประเด็นไทม์ไลน์การเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้มาพูดคุยกัน ก็เหมือนกับที่นายพิธาที่ได้แถลงว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดๆในการจัดตั้งรัฐบาลของเรา ยืนยันว่าเรายังคงยึดมั่นในฝ่ายประชาธิปไตยเรารับอาณัติมาจากประชาชน นี่คือความจริงที่ตนสามารถพูดได้ว่าเรายึดมั่นในฝ่ายประชาธิปไตย
เมื่อถามว่าได้เตรียมแผนสำรองไว้หรือไม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตอบว่ายังไม่มี ไม่มีแผนสำรองเราเอาแผนหลักก่อนให้ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะที่ควรเป็น อย่างการที่ได้พูดคุยกันวันนี้ก็เพิ่มความมั่นใจในการทำงาน โดยเฉพาะการใช้วาระงานเป็นหลักเพื่อในการจัดตั้งรัฐบาลมันจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม แล้วจะยืนยันเจตนารมณ์ของประชาชนได้มากที่สุดว่าเขาต้องการรัฐบาลจากประชาชนตรงนี้เป็นการขับเคลื่อนที่ดี
เมื่อถามย้ำว่าพรรคเพื่อไทยมีประเด็นถึงขั้นถูกยื่นคำร้องให้ยุบพรรคหรือไม่ นายแพทย์ชลน่านตอบว่า เท่าที่ตรวจสอบความร้อนไม่น่าจะกังวลอะไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 ปียังสอบไม่เสร็จ! กกต. แจงเส้นเงิน 8.6 แสน นักการเมืองอำนาจเจริญโอนให้เจ้าหน้าที่ กกต. อยู่ในสำนวน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจง กรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้วสว. พบเส้นทางการเงินในจังหวัด อำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ของสำนักงานกกต. จำนวน 13 ครั้ง
'จุลพันธ์' ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายบัตรทอง
กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขโครงสร้างโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่หรือโครงการบัตรทอง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ
'ไอติม' กาหัว 'กกต.' แจงเส้นเงินนักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย'
'ไอติม' ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงิน 8 แสนของ 'ญานี' นักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย' โอนเข้ากระเป๋าพนักงานสอบสวน กกต. ช่วงเลือก สว. จี้ เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งเลือกตั้งใหม่ 'นายก อบจ.ขอนแก่น' คดีใบเหลือง 'วัฒนา ช่างเหลา'
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาหมายเลขดำที่ ลต.อบจ.1/2569 ระหว่าง กกต.ผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน เรื่อง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ขอให้มีการเลือกตั้ง นายก อบจ.ใหม่)
'จักรภพ' อวดทีมที่ปรึกษาคุณภาพคับแก้วที่ไม่รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยง!
นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
'ธนพร' ชี้หากพรรคประชาชนจับมือ 'แดง-เขียว' เท่ากับทำลายตัวเอง ผิดคำพูด
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่แสดงความเห็นว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ก็จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคประชาชนด้วยว่า

