“นิพิฏฐ์” ลาออกปชป.อย่างเป็นทางการแล้ว รับน้อยใจตัวเอง อดทนน้อยไป ลั่นออกไปแล้วไม่คิดจะย้อนกลับ ประกาศจงรักภักดีต่อพรรคใหม่ พร้อมทำงานหนักเป็นสองเท่า ขอสู้พรรคประชาธิปัตย์ตามกติกาและกฎหมาย เผยลงส.ส.บัญชีรายชื่อ รอเปิดตัวปลายมกราคม 65
6 ธ.ค.2564 - เมื่อเวลา 15.45 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ อาคารควง อภัยวงศ์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี โดยนำพวงมาลัยเข้ามากราบลา เพื่อแสดงความเคารพนับถือ และอำลาเป็นการส่วนตัว ที่ห้องทำงานของนายชวน บริเวณชั้น3 ของอาคารฯ โดยใช้เวลานานกว่า 45 นาที
จากนั้นนายนิพิฏฐ์ได้ลงมายังด้านหน้าอาคารควง อภัยวงศ์ เพื่อถวายพวงมาลัยสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรค
ทั้งนี้นายนิพิฏฐ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังพบนายชวนว่า นายชวนได้อวยพรขอให้สำเร็จและโชคดี พร้อมฝากให้รักษาอุดมการณ์ความซื่อสัตย์สุจริตที่มีตลอดระยะเวลา 30 ปี อย่าโดนกลืน และให้เผยแพร่อุดมการณ์นี้กับพรรคอื่นๆด้วย ยืนยันว่าออกจากพรรคไปแล้วจะไม่กลับมา ที่ผ่านมาตนเคยคิดว่าจะออกไปสักพักหนึ่งแล้วจะกลับมา แต่คิดไปคิดมาไม่ได้แล้ว
“น้อยใจตัวเอง ท่านชวนบอกให้อดทน แต่สุดท้ายผมอดทนน้อยไป และขอฝากให้สมาชิกรักษาพรรคประชาธิปัตย์ไว้ การเลือกตั้งครั้งหน้าเหมือนเป็นการทำสงครามครั้งสุดท้าย อาจไม่ประสบความสำเร็จก็ได้เพราะไม่มีอะไรแน่นอน นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมก็ต้องจงรักภักดีกับพรรคที่ไปสังกัดใหม่ ผมสู้ให้พรรคประชาธิปัตย์ยังไง ผมก็จะทำให้พรรคใหม่เป็นสองเท่าเพราะถือเป็นสงครามครั้งสุดท้ายที่จะทำให้กับพรรคการเมือง ใครที่เชื่อใจผมก็ให้ตามผมไป หากใครที่คิดว่าผมเป็นนักการเมืองที่ใช้ไม่ได้ก็ไม่ต้องตามไป” นายนิพิฏฐ์ กล่าว
นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ตนจะไปสังกัดพรรคใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะลงส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและได้รับหน้าที่ให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ด้วย โดยจะมีการเปิดตัวช่วงปลายเดือนม.ค.65 ตั้งแต่วันนี้ถือว่าตนได้เปลี่ยนค่าย เหมือนนักกีฬา เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ก็จะสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ตามกติกาและกฎหมาย และตนได้โทรศัพท์ไปลานายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมการที่ปรึกษาพรรค และอดีตรองนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้โทรศัพท์กราบลานายมารุต บุนนาค กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคและ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากทั้งสองท่านเป็นผู้อาวุโสมากแล้วจึงไม่อยากรบกวน ฉะนั้นขอใช้ช่องทางนี้ในการกราบลาท่านทั้งสองด้วย
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่จ.พัทลุง ตนก็ไม่ได้พูดคุยกับส.ส.พัทลุงปัจจุบันทั้งสองคน รวมทั้งไม่ได้พูดคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยที่ผ่านมา 2 ปีกว่าตนได้พูดคุยกับนายจุรินทร์ 2 ครั้งเท่านั้น
จากนั้น นายนิพิฏฐ์ได้ไปยื่นใบลาออกกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียบของพรรค และได้นำพวงมาลัยไปไหว้ภาพของม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ก่อนออกมายืนนิ่งอยู่หน้าอาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ระยะหนึ่ง โดยบอกว่าต้องการซึมซับบรรยากาศเป็นครั้งสุดท้าย และให้สัมภาษณ์ถึงจุดแตกหักที่ตัดสินใจลาออกจากพรรคครั้งนี้ คือครั้งที่พรรคตัดสินใจส่งผู้สมัครลงส.ส. พัทลุง โดยไม่ได้บอกหรือสอบถามตน ทั้งที่ตนมีผู้สมัครในใจและผ่านการพูดคุยในพรรคไปแล้ว ทำให้คิดว่าอยู่พรรคนึ้ต่อไปคงไม่มีประโยชน์กับพรรคแล้ว จึงขอออกจากพรรคไปดีกว่า และเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ไม่มีตนเองก็คงเดินหน้าต่อไปได้เพราะเป็นสถาบันการเมืองอยู่แล้ว และคงไม่ตัดสินใจกลับมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์อีกแล้วแม้ในอนาคต จะเปลี่ยนหัวหน้าพรรคก็ตาม และขอไปสู้ศึกเลือกตั้งครั้งสุดท้ายกับพรรคใหม่ ถ้าไม่ได้ก็จะไปธุดงค์ ก่อนขึ้นรถออกไปจากพรรค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ
“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ
'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น
🔴 LIVE สะเทือนขวัญทั้งประเทศ กราดยิงกลางโรงเรียนดัง | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ยุบ-โยก-เดือด! ถูกที่ผิดตัว?
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : : วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2569
🔴 LIVE จริยธรรมพัง? ย้ายข้าราชการตามใจชอบ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2568
การเปลี่ยนผ่านจากเทวราชามาสู่การสถาปนาอัตลักษณ์ราชาธิปไตยแบบพุทธศาสนาในพระไตรปิฏก : สามัญผลสูตรในฐานะทฤษฎีขีดจำกัดของอำนาจรัฐเหนือแรงงานและทรัพย์สิน
“สามัญผลสูตร” เป็นบันทึกการยอมรับของกษัตริย์ที่ทรงอำนาจที่สุดในยุคสมัยพุทธกาลว่าอำนาจรัฏฐาธิปัตย์มีขีดจำกัดและขีดจำกัดนั้นอยู่ที่พรมแดนระหว่างร่างกายและจิตใจของพลเมือง

