
2 ก.ค.2566-เพจพรรคก้าวไกล – Move Forward Party โพสต์ภาพและข้อความที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 และแคนดิเดตประธานสภาฯ จากพรรคก้าวไกล ขึ้นเวที ‘อนาคตประเทศไทย ภายใต้รัฐบาลใหม่’ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ระบุว่า วันนี้ Padipat Suntiphada – ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 และแคนดิเดตประธานสภาฯ จากพรรคก้าวไกล ขึ้นเวที ‘อนาคตประเทศไทย ภายใต้รัฐบาลใหม่’ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยมี พริษฐ์ วัชรสินธุ – ไอติม – Parit Wacharasindhu ส.ส.บัญชีรายชื่อ ผู้จัดการการสื่อสารและรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้วย โดยระหว่างการบรรยาย ปดิพัทธ์ได้แสดงวิสัยทัศน์ในการสร้างรัฐสภาไทยให้เป็น Open Parliament หรือรัฐสภาที่เปิดเผยโปร่งใส
ปดิพัทธ์ ระบุว่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์กรนิติบัญญัติอย่างรัฐสภาเพื่อให้อำนาจแก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนต้องถูกนำมาพิจารณา เพราะที่ผ่านกฎหมายของประชาชนเสียงไม่ดังพอ มักไม่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ ต่างจากกฎหมายที่เสนอโดย ครม.
ถ้าเราอยากทำการเมืองใหม่ ทำการเมืองดี เราคาดหวังแค่ทำเนียบรัฐบาลไม่ได้ ต้องคาดหวังไปที่การปฏิรูปหรือการเปลี่ยนแปลงองค์กรนิติบัญญัติด้วย นี่จึงเป็นที่มาของการฟอร์มทีม เราเอาจริงเอาจังในการเข้าไปบริหารองค์กรนิติบัญญัติ เรากระตือรือร้นที่จะเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพราะต้องการตักตวงทรัพยากรเข้าตัวเอง แต่เห็นว่าถ้ากระบวนการนิติบัญญัติดี จะทำให้ประเทศก้าวหน้าได้”
“ถ้าสภาฯ เป็นที่ตั้งในการผลิตกฎหมายให้ ครม. กฎหมายของประชาชนคงยากที่จะผ่าน ทั้งที่ประชาชนมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง รอกฎหมายนี้มาหลายสิบปี ส.ส. 20 คน สามารถเสนอกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นคนจากพรรคเล็ก ก็มีสิทธิที่จะเสนอกฎหมายได้ เพราะประชาชนเลือกเขามา ถ้าพรรคประชาชาติมี ส.ส. 9 ท่าน หาเพิ่มให้ถึง 20 ท่าน ก็ควรจะเสนอกฎหมายที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เห็นสมควร นี่คือกระบวนการนิติบัญญัติที่เราต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลง”
แคนดิเดตประธานสภาฯ ยังย้ำอีกว่ากระบวนการนิติบัญญัติและประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องไม่เป็นนั่งร้านหรืออยู่ใต้อาณัติของรัฐบาล ไม่เกรงใจพรรคการเมืองใด
“ทุกท่านครับ เป็นความตั้งใจของเราจริงๆ ที่จะให้สภานิติบัญญัติมีอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหารจริงๆ สภาฯ ที่เราเห็นว่ามันล้มเหลว สภาล่ม รัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ กฎหมายไม่ผ่าน เพียงเพราะมีการเล่นการเมืองในสภาฯ เราอยากจะเข้าไปกอบกู้ขึ้นมาใหม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าอำนาจของเราอยู่ที่นั่น อำนาจของประชาชนอยู่ที่นั่น การต่อสู้ของเราอยู่ที่นั่นและมีตัวแทนของพวกเราอยู่ที่นั่นจริงๆ ทั้งคนที่ผมเห็นด้วยและผมไม่เห็นด้วย พวกเขามีสิทธิพูด เพราะพวกเขามาจากการเลือกตั้ง มันไม่สำคัญว่าพวกเขาพูดอะไรตรงกับที่ผมคิดหรือเปล่า แต่มันสำคัญกับว่าเขามีความชอบธรรมที่จะพูดในสภาฯ เพราะเขามาจากประชาชน นี่คือสิ่งที่เราอยากสร้างขึ้นมา”
ปดิพัทธ์เชื่อว่า หากระบบนิติบัญญัติเข้มแข็ง จะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ ถ้าประชาชนมีความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา จะทำให้เกิดความหวังทั้งบนท้องถนน ในสภา และในคูหาการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ แคนดิเดตประธานสภาฯ จากพรรคก้าวไกล ได้แสดงวิสัยทัศน์ถึงแนวทางการจัดการพื้นที่อาคารรัฐสภาด้วย โดยระบุว่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 ได้เห็นประชาชนหลากหลายอาชีพ เดินทางเข้าไปยื่นหนังสือ ทั้งนักดนตรี ไรเดอร์ ฯลฯ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและโรคระบาด จึงอยากให้ทุกอาชีพเข้าไปใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย และหากเดินทางไปสภาฯ ด้วยรถสาธารณะ จะพบว่าไม่มีเส้นทางให้เดินเข้าไปใช้บริการ เพราะอาคารคิดมาเพื่อให้ใช้รถยนต์ส่วนตัว นี่คืออันตรายของการออกแบบที่ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มีอำนาจ
นอกจากนี้ มีอีกหลายอย่างที่ต้องการเข้าไปทำให้อำนาจของประชาชนยังอยู่ โดยการสร้าง Open Parliament และสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้อยู่ในทุกที่ของชีวิตประจำวัน เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจอย่างยั่งยืน
“ถ้าผมได้เป็นประธานสภาฯ ประชาชนอยากตรวจสอบงบประมาณของผม ทำได้เลยครับ ผมตั้งใจว่าจะทำให้สภาฯ เป็น Open Parliament ทุกอย่างจะเปิดเผยโดยที่ประชาชนไม่ต้องร้องขอ ทุกคนจะรู้ว่าประธานคนนี้ขับรถประจำตำแหน่งอะไร บินไปดูงานที่ไหนบ้าง ใช้เงินภาษีไปตัดสูทของตัวเองกี่บาท” ปดิพัทธ์ยืนยันความตั้งใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปิยบุตร' เลคเชอร์ 2 ช่องทาง งัดประธานสภาฯปัดตก ลบมรดก 6 ตุลา
‘ปิยบุตร’ โต้ ‘ประธานสภาฯ’ ปัดตก พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคณะปฏิรูปฯ ชี้กระทบสิทธิปชช. เสนอ 2 ทางสู้ทั้งฟ้องศาลปกครอง-ดัน สส.เสนอร่างกฎหมาย ฝาก ‘พรรคประชาชน’ กล้ายื่นเข้าสภา ชี้ แก้ ม.112 รธน.ยังเปิดช่องให้ลดโทษได้
'โรม' โต้ 'ศุภชัย' ยันมติ กมธ. เรียกนายกฯ ชอบด้วยกฎหมาย ท้าเปิดชวเลขพิสูจน์ความจริง
'โรม' โต้ 'ศุภชัย' เลิกชี้นิ้วด่าคนอื่น ไม่เข้าประชุมเอง สส.ภูมิใจไทย อยู่ไม่จบการประชุม ไร้สิทธิ์เสียงโหวต ปมสั่งนายกฯ แจงสภา แพ้แล่วตีรวน ยัน มติ 7 ต่อ 0 ชอบด้วยกฎหมาย ยินดีเปิดชวเลขยัน อย่าหวังกินรวบ เปลี่ยนเป็นสภาสีน้ำเงิน ลั่นพวกเราไม่มีวันยอม
'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค
โฆษกรัฐบาลโต้ 'ระบอบน้ำเงินกินรวบ' ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
'ธนพร' หนุน 'โสภณ' จัดระเบียบกรรมาธิการ ชี้ไม่ใช่ปิดปากฝ่ายค้าน แต่ทุกพรรคต้องอยู่ใต้กติกาเดียวกัน
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักรัฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนายโสภณ ซารัม ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำหนดแนวปฏิบัติในการทำงานของคณะกรรมาธิการ ภายหลังเกิดข้อทักท้วงเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธาน ว่า เป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานของสภา ไม่ใช่การปิดปากฝ่ายค้านตามที่มีการกล่าวอ้าง
ประชุมสภาวุ่น! สส.ปชน. ขอนับองค์ประชุม หลังถกเดือดปมอำนาจประธาน กมธ. สุดท้ายครบ 297 เสียง
สส.ปชน. ตีรวนสภาฯ ลุกขอนับองค์ประชุม หลังโต้ประเด็นอำนาจประธานกมธ. ด้าน “ปกรณ์วุฒิ” เห็นเสียงพอ บอกให้ประชุมต่อเพราะบรรยากาศไปได้ด้วยดี ช่วยๆกันดีกว่า ท่ามกลางเสียงโห่สั่นห้องประชุม ขณะที่”มัลลิกา” เตือนไม่ว่าพรรคไหนต้องเตรียมพร้อม ถ้ามั่นใจก็ไม่ต้องกลัว สุดท้าย 297 เสียง ครบองค์ประชุม
ไม่รู้จักคำนี้! 'อนุทิน' ซัดกลับวิจารณ์ 'น้ำเงินกินรวบ'
"อนุทิน" ชี้ กมธ.เชิญบุคคลต้องยึดตามกรอบ รธน. ไม่รู้จักคำว่าน้ำเงินกินรวบ ยันทำหน้าที่ไม่กินรวบอะไรทั้งสิ้น ได้รับฉันทานุมัติจาก ปชช.

