ประชุมสภาวุ่น! สส.ปชน. ขอนับองค์ประชุม หลังถกเดือดปมอำนาจประธาน กมธ. สุดท้ายครบ 297 เสียง

สส.ปชน. ตีรวนสภาฯ ลุกขอนับองค์ประชุม หลังโต้ประเด็นอำนาจประธานกมธ. ด้าน “ปกรณ์วุฒิ” เห็นเสียงพอ บอกให้ประชุมต่อเพราะบรรยากาศไปได้ด้วยดี ช่วยๆกันดีกว่า ท่ามกลางเสียงโห่สั่นห้องประชุม ขณะที่”มัลลิกา” เตือนไม่ว่าพรรคไหนต้องเตรียมพร้อม ถ้ามั่นใจก็ไม่ต้องกลัว สุดท้าย 297 เสียง ครบองค์ประชุม

5 พฤศจิกายน 2569 - เมื่อเวลา 13.17 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ระหว่างการพิจารณาวาระรับทราบรายงาน นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือว่า พิจารณาวาระจบ ในสัปดาห์หน้าเราจะต้องขอมติจากที่ประชุมหรือไม่ว่าจะประชุมกันเรื่องอะไร

น.ส.มัลลิกา ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของประธานตามข้อบังคับระบุไว้ เข้าใจว่านายเอกราชพยายามโยงไปถึงเรื่องอะไร เรื่องของประธานคณะกรรมาธิการและประธานสภาฯ คล้ายแต่ไม่เหมือน ในอำนาจของประธานกรรมาธิการด้วยข้อบังคับ เราจะใช้คำว่าคณะกรรมาธิการทุกครั้ง เรื่องนี้ไม่อยากพูดถึงเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมามีการพูดเรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ ไม่อยากเอามามาคุยกันในที่ประชุมห้องใหญ่ แต่ด้วยอำนาจหน้าที่ถ้าเป็นคณะกรรมาธิการเราจะใช้คำว่าคณะกรรมาธิการ ไม่ได้มีการแก้ใหม่เลย เป็นระเบียบเดิมตั้งแต่ปี 2562 ส่วนอำนาจของประธานสภาฯ มีระเบียบรองรับ ฉะนั้น การที่มาบอกว่าต้องขอมติจะเอาเรื่องอะไรบรรจุในห้องประชุมใหญ่ไม่เหมือนกัน อยากให้นายเอกราช ลองอ่านข้อบังคับ

ทำให้นายเอกราช กล่าวว่า การที่บอกว่าเป็นไปตามอำนาจ แต่ในส่วนของการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ ได้มีการเขียนมาตราที่เชื่อมโยงเอาไว้ว่า ระเบียบใดที่บังคับใช้ในเรื่องของการประชุมก็บังคับใช้เช่นเดียวกันกับคณะกรรมาธิการสามัญ ดังนั้น เรื่องของวิธีการประชุม ถ้าประธานในที่ประชุมคือประธานสภาฯ มีอำนาจในการในการบรรจุวาระ ประธานคณะกรรมาธิการสามัญก็ควรมีอำนาจในการบรรจุวาระพิจารณาเช่นกัน เมื่อประธานยืนยันแบบนี้ตนก็ไม่ติดใจ แต่อาจจะเห็นกันคนละมุมในเรื่องของกฎหมาย ในเมื่อมีแนวทางการดำเนินงานว่าอยากจะให้กรรมาธิการสามัญหารือ ตนก็เอาเรื่องเดียวกันมาคุยว่าประธานจะใจกว้างมาคุยว่าสัปดาห์หน้าจะประชุมกันเรื่องอะไร หารือกันได้หรือไม่

ด้านนายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นหารือว่า ตนในประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตนได้เข้าร่วมประชุมกับประธานสภาฯ ที่ประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ สิ่งที่นายเอกราช พูดเป็นข้อบังคับข้อที่ 93 ที่ระบุว่า การประชุมกรรมาธิการให้นำข้อบังคับนี้เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการประชุมมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งในหมวดที่ 5 ในส่วนของกรรมาธิการ มีข้อบังคับที่ 90 ที่บอกหน้าที่ และอำนาจกรรมาธิการอยู่ทุกคณะ ทั้ง 35 คณะ และในวรรคที่ 4 ระบุว่าเมื่อคณะกรรมาธิการสามัญจะกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง ข้อศึกษาเรื่องใดๆ ให้คณะกรรมาธิการรายงานให้ประธานสภาฯ ทราบ ในการกระทำกิจการเพื่อสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องไม่เป็นเรื่องซ้ำซ้อน ซึ่งอำนาจของประธานกรรมาธิการและอำนาจของประธานสภาฯ แตกต่างกัน ประธานสภาฯ ใช้อำนาจในข้อบังคับข้อที่ 22 ในการบรรจุระเบียบวาระ และในข้อ 22 นั้นไม่ได้อนุโลมให้ทางประธานกรรมาธิการนำไปใช้ในลักษณะนั้น ซึ่งเป็นการตอบชี้แจงข้อหารือของนายเอกราช อย่างไรก็ตาม เราดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ทุกอย่าง

ทำให้นายเอกราช ขอใช้สิทธิ์ชี้แจงว่า การที่นายธนยศ อ้างระเบียบข้อที่ 93 ที่ระบุว่านำข้อบังคับเฉพาะการประชุม ซึ่งการประชุมในที่นี้คือหมวด 4 หน้าที่ 5 เขียนไว้ว่า นำมาบังคับโดยอนุโลม ในขณะเดียวกันไม่ได้บอกว่าห้ามนำเอามาบังคับ ถ้าอ้างว่าประธานสามารถมีอำนาจในหมวด 4 เรื่องการประชุมได้จึงคิดว่าประธานกรรมาธิการสามัญก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันตามข้อ 93 และไม่ได้เถียงกันเรื่องขอบข่ายอำนาจ ถ้ามีปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนการทำงานเรื่องขอบข่ายอำนาจก็ว่ากันไป ส่วนนี้ตนพูดเรื่องการบรรจุวาระว่าสภาใหญ่ตอนนี้ ถ้าประธานจะบรรจุวาระต้องทำกรรมาธิการสามัญหรือไม่ คือการหารือกันก่อน อ่านข้อ 93 ให้ดีๆ เขาบอกให้นำเฉพาะที่เกี่ยวกับการประชุมในที่นี้ว่าด้วยหมวด 4 การประชุมทั้งหมด

ด้านน.ส.มัลลิกา กล่าวว่า เข้าใจได้ในสิ่งที่นายเอกราช จะสื่อสารว่าอำนาจของประธานสภาฯ กับอำนาจของประธานกรรมาธิการนั้นเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วในบางกรณีอนุโลมใช้ได้ ซึ่งเมื่อไปดูระเบียบวาระของห้องใหญ่กับคณะกรรมาธิการจะไม่เหมือนกัน อย่างระเบียบของกรรมาธิการจะมีเรื่องที่หนึ่งประธานแจ้งให้ทราบ และจะมีเรื่องที่สอง เมื่อเรื่องที่สามก็จะเป็นเรื่องพิจารณา เรื่องที่สี่คือเรื่องอื่นๆ ซึ่งตรงนี้ของคณะกรรมาธิการ จะมีการพูดคุยกันว่าในสัปดาห์หน้าจะพูดเรื่องอะไร ซึ่งส่วนนี้จะมีความเห็นพ้องต้องกันอาจจะไม่ต้องมีการลงมติ เพราะที่ผ่านมาจุดเด่นของคณะกรรมาธิการคือการไม่มีสีเสื้อ จะไม่มีการแบ่งฝ่ายเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเรื่องของคณะกรรมาธิการเลย เพิ่งมีปัญหาในสมัยนี้ ฉะนั้น ค่อยๆคุยกัน แต่ถ้าทุกคนรู้จักหน้าที่ของตัวเองจะไม่มีปัญหาเลย ในส่วนของห้องใหญ่ประธานจะใช้อำนาจบรรจุเองได้เฉพาะเรื่องที่แจ้งเท่านั้นส่วน วาระอื่นๆประธานก็อนุญาตตามรัฐธรรมนูญ ข้อกฎหมายหรือข้อบังคับกำหนดซึ่งมีหลักเกณฑ์ ไม่ใช่อยู่ดีๆประธานจะบรรจุได้ ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการไปดูในบทบัญญัติจะไม่มีคำว่าประธาน ประธานก็คือกรรมาธิการคนหนึ่ง ฉะนั้น การทำงานต้องอะลุ่มอล่วยกัน ค่อยๆ ทำใจเย็นๆ สองสามวันมานี้มีแต่ประเด็นนี้ตลอด

ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตนพยายามจะหาทางออกและไม่ได้อยากจะถกเถียง และอยากสะท้อน เมื่อมีแนวทางออกมาแล้ว และไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเอกสารฉบับนั้นเป็นแนวทางหรือระเบียบ หรืออะไร แต่ปรากฏลายเซ็นของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ และน.ส.มัลลิกา อยู่ที่หน้าปก ในหนังสือที่เวียนให้กับคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ และบรรจุเป็นเรื่องเพื่อทราบของกรรมาธิการทุกคณะในสัปดาห์นี้ เมื่อมีหนังสือนี้ออกมา ตนไม่ถกเถียงเรื่องเนื้อหา แต่ในทางปฏิบัติทำให้เจ้าหน้าที่ค่อนข้างกังวล และพยายามจะให้กรรมาธิการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อย่างเมื่อวานนี้วาระที่สี่อยู่ท้าย ตนเข้าใจว่ากรรมาธิการหลายคนจะมีภารกิจหรืออาจจะต้องลงมติ ในบางครั้งวาระที่สี่ บางทีอาจจะมีกรรมาธิการอยู่เหลือไม่กี่คน แต่หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยเคร่งครัดต้องมีการขอมติ แปลว่าต้องมีเกิน 8 คนขึ้นไป เมื่อวานคณะกรรมาธิการของตนเหลือ 8 คนพอดี ตนยังถามประธานเลยว่าถ้าตนเดินออกไปจะนัดประชุมกันอย่างไร และถ้าเจ้าหน้าที่บอกว่าจำเป็นต้องลงมติ แปลว่าประธานนัดประชุมไม่ได้ บรรจุวาระไม่ได้ แล้วครั้งหน้าจะนัดประชุมอย่างไร ถ้าเราไม่ได้ใช้ข้อบังคับในหมวด 4 โดยอนุโลม ก็จะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติแบบนี้ขึ้น

ด้านน.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ที่ผ่านมาในวาระอื่นๆไม่มีปัญหา ไม่เคยใช้มติ และไม่เคยลงมติเลยในคณะกรรมาธิการ ถึงบอกว่ามีรอบนี้ และคณะที่มีปัญหาก็รู้อยู่ว่าเป็นคณะอะไร ดังนั้น จะมีการปรึกษาหารือกับ ผบ. คือคณะอื่นที่ไม่มีปัญหา ไม่ต้องลงมติ แต่ก็ต้องรู้กันเองเพราะก่อนหน้านี้มีการปรึกษากันนอกรอบอยู่แล้ว เช่น เรื่องมูลนิธิที่หลายคณะจะนำมาศึกษาหาข้อมูลว่า เป็นไปได้โปร่งใสแค่ไหน ซึ่งนอกเหนือจากที่จะมาพิจารณาว่า จะเอาเข้ามาสัปดาห์หน้าแล้ว วันนี้ต้องแจ้งสมาชิกว่าที่ต้องดูให้ชัดคือเรื่องของการซ้ำซ้อนที่เกี่ยวข้องกัน และได้แจ้งผบ. ทุกคณะไปแล้วว่าภายในวันศุกร์เย็น ต้องแจ้งออกมาแล้วว่ามีคณะไหนซ้ำซ้อนกันหรือเกี่ยวข้องกันหรือไม่ตรงหน้าที่ และในวันจันทร์เช้าจะมีการประชุมของประธานที่เกี่ยวข้องและซับซ้อนกัน โดยใช้อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ เพื่อให้คณะกรรมาธิการทุกคณะราบรื่นมากที่สุด

จากนั้นเป็นการพิจารณารับทราบรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2567 ทำให้นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส. นนทบุรี พรรคประชาชน ขอนับองค์ประชุม โดยมีผู้รับรองถูกต้อง ทั้งนี้ นายธนยศ ลุกขึ้นกล่าวว่า ขอให้ประธานช่วยดำเนินการตามที่สมาชิกเสนอญัตติ ทางตนก็พร้อม ถ้ามีการหารือกันและถ้าไม่ถูกใจหรืออะไรก็ตาม ตามที่ประธานได้ชี้แจงบไปแล้ว และอยากใช้วิธีการดำเนินการประชุมด้วยการนับองค์ประชุม ทางพรรคภูมิใจไทยก็ยินดี

ทำให้น.ส.มัลลิกา ได้ถามนายนนท์ว่า ไม่เปลี่ยนใจนะ ซึ่งนายนนท์ ได้ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับผู้ชี้แจงเมื่อสักคู่ เพราะทุกวันพฤหัสฯ เราจะเห็นแต่เก้าอี้กับผู้ชี้แจง ตนไม่อยากเห็นสภาพสภาของเราเป็นลักษณะนี้ต่อไปเรื่อยๆ ขอยืนยันนับองค์ประชุม

น.ส.มัลลิกา จึงกล่าวถึงว่า อีกหน่อยวันพุธ-พฤหัสฯ ไม่ต้องมีการประชุมกรรมาธิการ จะได้เข้ามาอยู่ในห้องประชุมให้เต็มหมด แล้วไปประชุมกรรมาธิการในวันจันทร์-วันศุกร์

ทั้งนี้หลังรอสมาชิกนับองค์ประชุมพักใหญ่ ทำให้นายธนยศ กล่าวขึ้นว่า ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ก็จะมีการประชุมกรรมาธิการทุกคณะ ที่มีการพิจารณากฎหมาย และความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งทุกคนก็อยู่ในสภานี้ ประชาชนและผู้ติดตามที่อยู่ทางบ้านก็จะได้เห็นว่าทุกคณะที่ประชุมอยู่ต้องหยุดเพียงเพราะว่ามีสมาชิกบางท่านต้องการเสนอนับองค์ประชุม

ทำให้การประท้วงเกิดขึ้น โดยสส.พรรคประชาชนว่าการนับองค์ประชุมถือเป็นเอกสิทธิ์ และจะไม่ฟังเรื่องของหลักประกันสุขภาพเพื่อไปบอกประชาชนหรือ

ทั้งนี้นายปกรณ์วุฒิ กล่าวขึ้นมา เมื่อดูตัวเลขแล้ว สส.ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านก็อยู่กันเยอะพอสมควร และวันนี้ก็มีรายงานที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และหน่วยงานก็มาแล้ว ตนก็ขอให้ช่วยกัน ถือว่าวันนี้เราไปได้ด้วยดี เห็นไปในแนวทางเดียวกัน ก็ให้แสดงตนและไปกันต่อ

ทำให้นายยุพราช บัวอินทร์ สส.เพชรบูรณ์ พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นกล่าวว่านี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ใครนึกจะเสนอแล้วชักเข้าชักออกได้ ก่อนหน้านี้ตนและพื้นสมาชิกก็ประชุมกรรมาธิการอยู่ การทำอย่างนี้ไม่ใช่เรื่อง

แต่นายปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นสวนว่า กำลังไปกันได้ด้วยดี ไม่อยากให้มีการลุกขึ้นมาพูดทำให้บรรยากาศไม่ดี เราช่วยๆกันดีกว่า ทำให้มีเสียงโห่จาก สส.ในห้องประชุม

น.ส.มัลลิกา จึงวินิจฉัยว่าทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเข้าใจได้ว่าการนับองค์ประชุมเป็นเอกสิทธิ์ของสส.อยู่แล้วและวิธีการก็ถือว่าเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งตนเข้าใจได้ว่าสส.มีการประชุมกับกรรมาธิการ แต่ถ้าคุณมั่นใจก็ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวอีก 10 นาทีเขานับองค์ประชุมอีกก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะฉะนั้นขอให้ทุกพรรคเตรียมความพร้อมการนับองค์ประชุมเกิดขึ้นได้ทุกวินาที ไม่มีใครว่าใครได้ ทุกคนให้เตรียมความพร้อมไว้

สุดท้ายองค์ประชุมครบด้วย 297 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นจึงเข้าสู่วาระต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลขาธิการสภาฯ งัดหลักเกณฑ์ปี 62 ยุคประธานชวน จัดระเบียบ กมธ. ไม่ให้ทำงานซ้ำซ้อนกัน

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง 5 ข้อสำคัญเพื่อสยบดราม่า ยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวไม่ได้เป็นการจำกัดอำนาจหรือลิดรอนสิทธิ์ของประธาน กมธ. แต่เป็นการอธิบายบทบัญญัติกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่เดิม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ. 2562 ให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ โดยระบุว่าการเรียกบุคคลหรือเอกสารใดๆ มาให้ข้อมูล ต้องกระทำโดย “มติของคณะกรรมาธิการ” เท่านั้น ประธาน กมธ. ไม่สามารถใช้อำนาจเรียกตามอำเภอใจหรือใช้อารมณ์ส่วนตัวเพียงลำพังได้ รวมถึงมีการจัดระเบียบไม่ให้ กมธ. หลายคณะพิจารณาศึกษาเรื่องที่ซ้ำซ้อนกัน เพื่อลดภาระของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องมาชี้แจงซ้ำซ้อนในสัปดาห์เดียวกัน

ไม่รู้จักคำนี้! 'อนุทิน' ซัดกลับวิจารณ์ 'น้ำเงินกินรวบ'

"อนุทิน" ชี้ กมธ.เชิญบุคคลต้องยึดตามกรอบ รธน. ไม่รู้จักคำว่าน้ำเงินกินรวบ ยันทำหน้าที่ไม่กินรวบอะไรทั้งสิ้น ได้รับฉันทานุมัติจาก ปชช.

'โรม' สวน 'ศุภชัย' ใครกันแน่เหิมเกริม ซัดระบอบสีน้ำเงินห้ามตรวจสอบ พร้อมถีบหัวส่งข้าราชการรับผิดแทน

"โรม" สวน "ศุภชัย" ใครกันแน่ที่เหิมเกริม ซัด ระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ ลั่น จะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน "รังสิมันต์" คนเดียวหรือ ชี้ กมธ.ไม่ใช่ลูกน้อง ปธ.สภาฯ จี้ “โสภณ” แจงปมหนังสือเวียน อย่าอยู่หลังข้าราชการ ด้าน “ณัฏฐ์ชนน” ขอกลับมติไม่เห็นด้วยกับกมธ.

เดือด! ภูมิใจไทยรุมจวก 'โรม' เหิมเกริม เล่นไม่ซื่อ งัดมติ 8:0 เรียก 'โสภณ' แจงสภา

"ณัฏฐ์ชนน" ยันไม่เห็นด้วย มติ 8:0 กมธ.กฎหมาย เชิญ “โสภณ” ชี้แจงปมหนังสือเวียนริบอำนาจประธาน กมธ. ด้าน “ศุภชัย” ซัด “โรม” ใช้อำนาจเหิมเกริม ไม่เหมาะสม จี้ออกมาขอโทษประธานสภาฯ

'กรวีร์' นำทีมประธาน กมธ. ฝั่งรัฐบาล แถลงโต้ฝ่ายค้าน ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ

“กรวีร์“ ยกคณะประธานกมธ.ฝั่งรัฐบาล ยันประธานสภาฯ ไม่ได้ริบอำนาจ ชี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ-ข้อบังคับสภาฯ ขณะที่ “ศุภชัย” ซัด ไม่มีคณะไหนมีปัญหาเท่ากมธ.กฎหมายฯ ใช้อำนาจประธานเกินขอบเขต

'ผู้การแต้ม' ป้อง 'โสภณ' ซัดฝ่ายค้านเด็กก้าวร้าว ลั่นถ้าเป็นลูกหลานจะตบปากกล่าวหาขี้ข้า

ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ป้อง 'โสภณ' ไม่เกี่ยวปมส่งหนังสือเวียนถึง 'ประธาน กมธ.' โบ้ย 'เลขาสภาฯ' เป็นต้นเรื่อง ลั่น ถ้าเป็นลูกหลานจะตบปาก กล่าวหาเป็นขี้ข้านาย แย้มอาจใช้กฎหมายจัดการ